ฝาแฝดคู่หนึ่งถูกพรากให้แยกกันตั้งแต่เด็ก คนหนึ่งชื่อหม่าหยู (เฉินหลง, Jackie Chan) เป็นนักดนตรีชื่อดัง อีกคนเป็นช่างซ่อมรถชื่อสุดห้าว (เฉินหลงอีกนั่นแหละครับ) แล้ววันหนึ่งสุดห้าวก็ไปมีเรื่องครับ อันส่งต่อเนื่องให้ชีวิตโคตรวุ่น และความวุ่นที่ว่าก็อาละวาดมาถึงชีวิตของหม่าหยูด้วย
สมทบด้วย Teddy Robin Kwan ในบททาร์ซาน เจ้านายของสุดห้าว, จางม่านอวี้ (Maggie Cheung) เป็นบาร์บาร่า นักร้องสาว, ลี่จือ (Nina Li Chi) เป็นหวานใจ สาวสวยสุดเซ็กซี่, James Wong Jim กับจางอ้ายเจีย (Sylvia Chang) เป็นพ่อแม่ของหม่าหยูและสุดห้าว, หวังหลงเหว่ย (Wang Lung Wei) เป็นอาเวย ลูกน้องเฮียหยง, เฉินโหย่ว (Anthony Chan) มาเป็นพนักงานต้อนรับที่โรงแรม
และเนื่องจากนี่เป็นหนังที่สร้างโดยสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ฮ่องกง เราจึงจะได้เห็นผู้กำกับและดาราที่เคยนั่งเก้าอี้กำกับมาก่อน มารับเชิญกันแบบแน่นจอ ไม่ว่าจะ เดวิด เจียง (David Chiang) ในบทจ่าเจียง, จางเจียนถิง (Alfred Cheung) เป็นเฮียหยง, Kirk Wong เป็นไอ้กระทิง คนร้ายตอนต้นเรื่อง, ฉู่หยวน (Chor Yuen) เป็นพ่อของหวานใจ, จางหว่านถิง (Mabel Cheung) เป็นเจ๊สุ่ย คนที่เก็บสุดห้าวไปเลี้ยง
หลิวเจียเหลียง ( Liu Chia Liang) เป็นคุณหมอที่รักษาเฮียหยง, หวังจิ้ง (Wong Jing) มาเป็นคนพลังพิเศษที่มารักษาเฮียหยง, เฉินเจียซ่าง (Gordon Chan) และเฉิงเสี่ยวตง (Ching Siu Tung) มาสีไวโอลิน, หลิวเหว่ยเฉียง (Lau Wai Keung) และ Peter Ho-Sun Chan มาเป็นแขกงานวันเกิดตอนไตเติ้ล, หลินหลิ่งตง (Ringo Lam) และฉีเคอะ (Tsui Hark) มานั่งเล่นไพ่, John Woo มาเป็นบาทหลวงตอนท้าย และยังมีสวี่อันหัว (Ann Hui) มาอีกคนด้วย
ส่วนคนกำกับเรื่องนี้ก็คือ กำกับโดย หลินหลิ่งตง และฉีเคอะครับ โดยหลินหลิ่งตงจะกำกับฉากแอ็คชั่นเป็นหลัก ส่วนฉีเคอะก็กำกับส่วนที่เหลือครับ

สิ่งที่มักจะเผื่อใจไว้เสมอยามดูหนังที่สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสพิเศษอะไรสักอย่าง นั่นคือบทจะไม่ค่อยแน่นครับ เพราะหลักๆ แล้วมันก็คือเอาสถานการณ์ร้อยเรียงมาต่อกัน และเป้าหมายก็คือขนดารารับเชิญมาขึ้นจอให้มากที่สุด กับเรื่องนี้ก็มาแนวนั้นครับ คือบทจริงๆ ไม่มีอะไรเลย แต่หลักๆ คือเฉลี่ยพื้นที่ให้เหล่าผู้กำกับได้ปรากฎตัวกันคนละนิดละหน่อย ซึ่งอันนี้ก็คงขึ้นกับว่าท่านจะรับได้ไหมน่ะนะครับ ประมาณว่าถ้าดูเอาเนื้อเรื่องก็อาจไม่สมหวัง แต่ถ้าดูเอาดารารับเชิญนี่ผมว่าก็พอได้อยู่
ฉากแอ็คชั่นก็มาเป็นพักๆ ครับ ซึ่งก็ถือว่าใช้ได้อยู่ แต่ฉากที่ผมว่าเด็ดได้มาตรฐานจริงๆ ต้องรอจนถึงตอนไคลแม็กซ์ ตอนที่เหล่าตัวเอกต้องปะทะขั้นแตกหักกับตัวร้าย เราก็จะได้เห็นสารพัดฉากสตันต์ตามสไตล์เฉินหลง ซึ่งก็ถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าถามว่าสมหวังไหม ก็คงขอตอบว่ายังไม่สมหวังมากนัก และอีกอย่างที่แอบขัดตาคือเฮียเฉินในมาดวาทยากรนี่ บอกตรงๆ ว่ารู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่ทราบ 555
แต่ก็นั่นแหละครับ ผมดูแบบรู้ว่าหนังทำมาเพื่ออะไรเป็นหลัก ใจมันก็เลยพอจะปรับตามหน้าหนังไปได้ ซึ่งผมว่าหนังมันก็ดูได้เรื่อยๆ น่ะครับ การมานั่งจับตาดูว่าฉากไหนใครจะโผล่มาบางทีก็สนุกดีเหมือนกัน และในส่วนของพาร์ตตลกผมว่าก็ไม่เลวนะ ถือว่าพอได้ ส่วนดารารายที่ผมว่าเด่นแบบจริงๆ จังๆ ก็คือลี่จือครับ เรื่องนี้เธอสวยเด้ง โดดเด่นเอาเรื่อง และที่ผมชอบคือเรื่องนี้เธอเล่นแบบพอดีๆ คือไม่ได้มาในแนวนางร้ายหรือนางอิจฉา เธอเลยดูน่ารักเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องเซ็กซี่นี่ไม่ต้องถามครับ ระดับนางงามเวทีมิสเอเซียขนาดนี้
แนะนำว่าเหมาะกับการดูแบบไม่ต้องคิดมากครับ ดูเอาฮา
สองดาวหน่อยๆ ครับ
(6/10)
หมวดหมู่:Action, Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies, Comedy, Martial Arts, Movie Reviews












