เมื่อคนกลุ่มหนึ่งเดินทางไปเที่ยวในถ้ำ แล้วทุกคนก็ถูกสังหาร มีเพียงเจซุส (Arthur Vinciprova) รอดมาคนเดียว และจากร่องรอยหลักฐานก็เป็นไปได้ว่าเจซุสนั่นแหละคือคนทำ แต่เจซุสได้ขอให้ตำรวจช่วยตามแม่ชีมาเพื่อฟังคำบอกเล่าของเขา คำบอกเล่าที่บ่งบอกว่า มีเรื่องเหนือธรรมชาติมาพัวพันในเหตุการณ์ครั้งนี้
เว้าซื่อๆ ว่าหนังค่อนข้างน่าเบื่อครับ คือระหว่างดูนี่มันทนไม่ไหวจนตัดสินใจกรอเดินหน้าเป็นพักๆ เพราะเรื่องมันเดินช้า แล้วยังไม่ค่อยน่าติดตามอีก ทั้งที่จริงๆ พล็อตนั้นก็ถือว่าลงสูตรหนังแนวนี้อยู่ เรื่องของตัวเอกที่ไปยังสถานที่ซักแห่ง แล้วจู่ๆ มันก็ปิดตาย แล้วความสยองก็เริ่มต้น แต่กลายเป็นว่าหนังเล่าได้อืดชืดมากจนผมสัปหงก และสุดท้ายก็ต้องขอกรอครับ ไม่งั้นไม่ไหว หลับยาวแน่
ส่วนที่ผมว่าดีของหนังเรื่องนี้ต้องยกให้โลเคชั่นที่จริงๆ เลือกมาได้ดี ไม่ว่าจะโบสถ์ที่แม่ชีเฮเลน่า (Carolina Ferraz) มักจะไปสวดมนต์ ซึ่งเป็นโบสถ์ที่สวยมากจริงๆ ครับ หรือถ้ำที่เกิดเหตุ จริงๆ ก็ดูมีเสน่ห์และความน่าสนใจ แต่ปัญหาคือมุมกล้องไม่ค่อยจะขยันจับมุมดีๆ มานำเสนอสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ตั้งกล้องไว้ตรงไหนก็จะวางไว้ตรงนั้น ไม่มีการสลับมุมหรืออะไร
อย่างฉากที่ไกด์บรรยายถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับความสยองในถ้ำแห่งนั้น ผมว่าถ้าเป็นหนังเรื่องอื่นนี่มันน่าจะมีมุมหลอนๆ มุมที่ดูแล้วรู้สึกเสียวสันหลังฉายขึ้นมาให้เราดู แต่กับเรื่องนี้มันอย่างที่บอกน่ะครับ กล้องวางไว้ตรงนั้นก็ไว้ตรงนั้น อย่างมากก็ตัดสลับไปมาหน้ากับหลัง แต่มันดูจืดมากจนไม่สามารถก่อให้เกิดบรรยากาศน่ากลัวๆ ขึ้นมาได้ ซึ่งพอไปค้นดูก็พบว่ามีตากล้อง 2 คนครับ คือ Gutemberg Freitas (รายนี้กำกับภาพมาแค่ 2 เรื่อง คือเรื่องอื่นกับเรื่องนี้) และอีกคนก็ André Ribeiro ที่กำกับภาพมา 5 เรื่อง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องไหนที่ได้รับการกล่าวถึงในแดนบวกเลย

แล้วที่ทำร้ายหนังหนักมากคือ ภาพเหตุการณ์ในถ้ำมันมืดครับ ไม่ใช่ค่อนข้างมืดนะ แต่คือมืดจริงๆ ซึ่งผมก็เข้าใจล่ะครับว่าถ้ำมันก็ต้องมืดแหละ แต่ประเด็นคือนี่เป็นหนังน่ะครับ คือพี่จะให้ถ้ำมันมืดผมก็ไม่ว่า แต่อย่างน้อยมันก็ต้องมีอะไรสักอย่างมาทำให้ฉากนั้นมันดูออกว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น หรือให้เราเห็นบรรยากาศว่ามันเป็นยังไงบ้าง มันหลอนไหม มันดูผิดปกติไหม แต่นี่กลายเป็นว่าภาพส่วนใหญ่จะมืดจนไม่ค่อยรู้เลยว่าตัวละครกำลังทำอะไร แล้วก็จ้องจะสว่างเฉพาะตอนจะทำให้เราตกใจ ซึ่งไอ้เรื่องการทำให้เราตกใจนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องคุยกัน
คือหนังสยองแบบพยายามน่ะครับ มาเป็นแพตเทิร์นจนไม่รู้จะว่ายังไง เช่น ฉากที่แม่ชีไปเข้าห้องน้ำ แล้วจากนั้นอารมณ์มันก็จะเหมือนมีใครอยู่ที่นั่นอีกหรือเปล่า พอแม่ชีสำรวจก็ไม่เจออะไร แม่ชีก็ทำท่าโล่งใจ แต่แล้วก็ “ตึ่ง!!!” มีอะไรมาให้สะดุ้งจนได้ เนี่ยครับ หนังมาแพตเทิร์นนี้บ่อย แต่เหมือนจังหวะมันยังไม่ได้ หรืออย่างฉากสุดท้ายนี่ผมก็เดาแล้วล่ะว่า “เอ็งต้องแฮ่” แล้วมันก็มาสเต็ปแบบนั้น แต่เป็นสเต็ปแบบช้าลงไปหนึ่งจังหวะน่ะครับ อัตราการตั้งตัวของเราเลยสูงขึ้นมาหน่อย – ประมาณว่าถ้าตุ้งแช่จู่โจมกว่านี้ก็อาจจะพอได้ผล แต่พอช้าไปนิด มันเลยตั้งหลักได้ แล้วหนังก็เป็นแบบนี้ซะส่วนใหญ่ครับ ความสยองมันเลยพลอยพลาดเป้าเป็นส่วนใหญ่ไปเหมือนกัน
แล้วพูดถึงตัวละครนะครับ ปกติผมไม่ค่อยได้พูดแบบนี้นะ แต่กับเรื่องนี้นี่นอกจาก Ferraz ที่ดูจะเล่นหนังมามากกว่าเขาเพื่อน (ประมาณเกือบ 40 เรื่อง) คนอื่นนี่แสดงได้แบบแสดงมากๆ น่ะครับ คือไม่ลื่นไม่ไหล จนบางฉากนี่ก็แอบขัดใจ แล้วมันก็เหมือนเบื่อซ้ำซ้อนนึกออกไหมครับ คือการเล่าเรื่องก็ชืด การแสดงก็ไม่ใช่ ภาพยังมามืด แล้วความสยองก็ไม่ค่อยมาอีก พอมานั่งคิดย้อนไปนี่ผมก็ไม่แปลกใจแล้วล่ะว่าทำไมตัวเองพานจะหลับท่าเดียว
ก็ตามนั้นครับ สำหรับผมก็ขอโกออนล่ะนะฮะ ดูแล้วก็มาเล่าความรู้สึก ถ้าให้พูดแบบจริงใจก็คงจะบอกให้ท่านหนีไปน่ะนะครับ เอาเวลาไปดูพวก Evil Dead อะไรแบบนั้นดีกว่า หรือถ้าอยากสยองในถ้ำก็จัด The Descent ไปเลยครับ
ดาวเดียวครับ
(4/10)
ชื่ออื่นๆ
A Gruta
หมวดหมู่:Horror, Movie Reviews, Mystery, Supernatural Horror












