กรมตำรวจได้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อล่าแก๊งโจรของอาฮั่น (สวีจินเจียง, Elvis Tsui) โดยได้ 2 ตำรวจมือเก๋าอย่าง ผู้หมวดหลิว (หลิวชิงหวิน, Lau Ching Wan) กับผู้หมวดหม่า (เหลียงเจียเหยิน, Leung Ka Yan) และ 2 ตำรวจรุ่นใหม่อย่างหวงเจียฮุ่ย (กั๊วฟู่เฉิง, Aaron Kwok) กับหลี่เหม่ยซาน (หนีเฉี่ย, Ngai Suet) มาร่วมขบวนกันจับโจร
สมทบด้วย หยวนเจี๋ยอิง (Fennie Yuen) ในบทอาหมิ่น หญิงสาวที่เจียฮุ่ยแบบหลงรัก, เยิ่นสงตัน (Yuen King Tan) เป็นลูกน้องของพี่ฮั่น โดยหนังได้เฉินหลงมาอำนวยการสร้าง และกำกับโดย ไม่ตังเจี๋ย (Michael Mak) ครับ
ก็เป็นหนังโปลิศจับโจรแบบที่เจอบ่อยๆ ช่วงยุค 90 น่ะนะครับ โดยโทนหนังแนวนี้ก็จะมี 2 แบบ แบบหนึ่งก็จะจริงจัง เคร่งเครียด คอขาดบาดตาย กับอีกแบบก็ออกแนวฮา สืบไปขำไป ส่วนเรื่องนี้ก็เข้าแบบที่ 3 ครับ คือพาร์ตที่ว่าด้วยโจรเนี่ย ภาพมันจะดูจริงจัง ดูโหด ดูเต็มไปด้วยความตาย แต่พอฉายมาที่พาร์ตตำรวจ โทนมันจะดันออกแนวฮา ไม่ว่าจะฮาแบบจิกกัด ฮาแบบแซวกัน ฮาแบบแกล้งกัน สารภาพว่าดูแล้วแอบรู้สึกไบโพลาร์ไม่น้อย เพราะโทนมันไปคนละทาง เดี๋ยวฮาเดี๋ยวเคร่ง แต่ก็พอเข้าใจน่ะครับเพราะหนังแนวนี้หลายเรื่องก็มีโทนก้ำกึ่งแบบนี้เหมือนกัน
เอาจริงๆ หนังไม่มีอะไรครับ บทจัดว่าธรรมดา การสืบสวนก็ไม่ได้มีปมให้ชวนติดตามตามนัก อย่างที่บอกน่ะครับว่าออกแนวสืบไปฮาไป พวกตำรวจก็นะ แกล้งกันอยู่นั่น ขนาดสืบแบบเสี่ยงว่าจะไปเจอตัวร้ายก็ยังฮาได้เรื่อยๆ เอาจริงๆ มันก็ทำให้หนังดูไม่สมจริงอยู่ แต่ก็คงเพราะดูหนังฮ่องกงมาเยอะน่ะครับ เลยรับได้
และความดีความชอบที่ทำให้ผมยังดูหนังจนจบได้นี่ต้องยกให้เหล่านักแสดงเลยครับ ไม่ว่าจะเพราะเจอหน้าพวกเขาบ่อยจนเราคุ้นเคย หรือเพราะการแสดงที่ลื่นไหลไปตามสถานการณ์ได้ มันเลยทำให้หนังที่บทเบาเรื่องนี้ ยังพอดูได้ ยังพอเพลินตามสไตล์หนังแนวนี้ ซึ่งก็ต้องบอกครับว่าถ้าใครจริงจังก็คงจะมองว่าหนังไม่ได้เรื่อง แต่เผอิญผมมันชินน่ะครับ และอาจจะเพราะเจอที่เลวร้ายกว่านี้มาแล้ว ก็เลยยังพอรับได้

โดยรวมตัวหนังก็ไม่มีอะไรครับ กลางๆ ประเภทว่าไม่ดูก็ไม่น่าเสียดายอะไร แต่ถ้าอยากตามมาดูดาราก็ว่ากันไป แต่ก็ต้องบอกนะครับว่าพวกเขาไม่ได้แสดงฝีมืออะไรกันเด็ดมากมายนักหรอก แต่ก็ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานของพวกเขาน่ะ – นี่ว่าไม่เรื่องการแสดงนะครับ
อย่างไรก็ดี สำหรับผมการดูหนังเรื่องนี้ถือว่าคุ้ม เพราะมันทำให้ผมได้พบกับเพลง 我是不是該安靜的走開 (Wo Shi Bu Shi Gai An Jing De Zou Kai) ที่กั๊วฟู่เฉิงขับร้องและเราจะได้ยินเต็มๆ ตอน End Credits ซึ่งเป็นเพราะที่ไพเราะได้อารมณ์ยุค 90 แบบสุดๆ ครับ ยอมรับว่าหนังนี่ออกแนวเฉยนะ แต่พอเพลงนี้ขึ้นเท่านั้น ภาพบรรยากาศของยุค 90 มันผุดขึ้นในหัวผมทันที
อันนี้ไม่รู้ใครเป็นไหมน่ะนะครับ แต่ผมจะรู้สึกเสมอยามดูหนังฮ่องกงยุค 90 ในโรง ที่มันมักจะจบด้วยการให้ดาราทำท่าขำๆ เหวอๆ แล้วภาพก็จะถูกฟรีซ แล้ว End Credits ก็จะขึ้นพร้อมกับเพลง ตามด้วยไฟในโรงที่ค่อยๆ เปิดขึ้น มันคือสัญญาณว่าความบันเทิงรอบนี้ได้จบลงแล้วนะ ขอบคุณที่มาดูกัน แล้วเจอกันใหม่เรื่องหน้า จากนั้นเราก็จะค่อยๆ เดินออกจากโรง พร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าดของเก้าอี้ยามมีคนลุกขึ้นหรือเดินชน จากนั้นเสียงพูดคุยกันเกี่ยวกับหนังก็จะดังรอบๆ ตัวเรา โดยมีเพลงตอนจบของหนังแต่ละเรื่องเปิดคลอระหว่างที่เราออกจากโรง – สำหรับผมแล้ว นั่นคือห้วงเวลาที่ล้ำค่าครับ มันคือช่วงเวลาเล็กๆ ง่ายๆ ที่ตบท้ายการดูหนังรอบนั้นของเราได้อย่างพอดิบพอดี เป็นเหมือนหมุดไมล์เล็กๆ ของคนรักหนัง ที่ได้ดูหนังอีกเรื่องจบลงไปแล้วนะ
นาทีที่ผมเขียนอยู่ ผมก็เปิดเพลงที่ว่าวนไปครับ แล้วภาพวันเก่าๆ มากมายก็ผุดขึ้น – หนังอาจไม่สนุกมากมาย แต่ผมรู้สึกคุ้มเหลือเกินได้ดูหนังเรื่องนี้ แล้วได้พบกับเพลงนี้ ที่ผมจะเก็บไว้ฟังอีกเช่นเคย เหมือนหลายๆ เพลงที่ทำให้เรานึกถึงวันวาน
สรุปว่า หนังเรื่องนี้ดูก็ได้ไม่ดูก็ได้ครับ แต่ถ้าท่านเคยผ่านประสบการณ์ในโรงหนังยุค 90 แบบผมล่ะก็ เชื่อผมเถอะครับ เอาเพลงนี้ไปฟัง 我是不是該安靜的走開 ผมเชื่อว่าท่านจะชอบครับ – แนะนำว่าฟังเวอร์ชั่นต้นฉบับของกั๊วฟู่เฉิงนะครับ อารมณ์จะมาแน่นอน
สองดาวครับ
(6/10)
หมวดหมู่:Action, Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies, Comedy, Crime, Movie Reviews, Thriller












