
หลายคนเห็นตัวอย่างแล้วอาจคิดว่าเป็นหนังแนว Found Footage แต่จริงๆ ไม่ใช่ครับ ภาพที่เราเห็นในหนังคือภาพการมองผ่านสายตาของใครหรืออะไรบางอย่าง ส่วนมันจะแทนสายตาของใครนั้น คำตอบก็อยู่ในหนังครับผม
พล็อตหลักๆ ว่าด้วครอบครัวหนึ่งที่ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ โดยที่โคลอี้ (Callina Liang) ลูกสาวคนเล็กของบ้านที่เธอเพิ่งสูญเสียเพื่อนไปครับ แล้วเมื่อเวลาผ่านไปบรรยากาศในบ้านมันก็ชักจะแปลกๆ มันเหมือนมีใครหรืออะไรกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่… ว่าแต่สิ่งนั้นคืออะไรล่ะ?
การนำเสนอของหนังก็ถือว่ามีความแปลกใหม่พอสมควรครับ ส่วนตัวผมมองเป็นหนังทดลองซึ่งก็เป็นสไตล์ของผู้กำกับ Steven Soderbergh อยู่แล้วที่ชอบทดลองทำหนังในลีลาต่างๆ ซึ่งก็เข้าใจในเจตนาได้ครับ แต่กระนั้นก็ต้องขอพูดตามจริงว่า ไม่ใช่ทุกการทดลองที่จะเวิร์ค และสำหรับสไตล์ของเรื่องนี้ ในแง่หนึ่งมันน่าสนใจครับ แต่พอดูไปสักพักก็เริ่มรู้สึกเรื่อย เริ่มรู้สึกนิ่ง และแอบเบื่อเป็นพักๆ เหมือนกัน
ผมว่าสิ่งที่ช่วยหนังไว้คือตอนจบครับ แนวคิดในเรื่องและบทสรุปทำให้หนังเรื่องนี้ดูดีขึ้นมาพอตัว แต่การเดินเรื่องระหว่างทาง ระหว่างที่เรารอก่อนจะไปถึงตอนจบมันค่อนข้างเรื่อยไปหน่อย แต่ก็พอเข้าใจอีกนั่นแหละครับ ว่าระหว่างทางจะเผยจะอะไรมากไปก็ไม่ได้ – เพราะเอาเข้าจริงๆ บทสรุปสุดท้ายแม้จะถือว่าเข้าท่า แต่มันก็ไม่ถึงกับว้าวขนานหนัก – สุดท้ายมันเลยรู้สึกว่าหนังกั๊กๆ น่ะครับ คือมีความเข้าท่า แต่พอบทระหว่างทางมันดูไม่ค่อยมีอะไร หนังก็เลยจืดลงพอตัว
แล้วความกั๊กมันก็ระบาดไปถึงโทนหนังด้วยครับ คือจริงๆ โทนมันเหมือนจะหนังผีนะ แต่ในแง่ความสยองหรือลึกลับก็ยังไม่ชัด หรือจะดราม่ามันก็ยังไม่ลึกพอ มันรู้สึกได้ว่าหนังก็เก้ๆ กังๆ อยู่พอสมควร
แต่ผมชอบบทสรุปนะครับ ถือว่าสร้างสรรค์ใช้ได้ และแนวคิดก็น่าสนใจดี อันนี้ขอสปอยล์หน่อยแล้วกันนะครับ
===== สปอยล์ครับ =====
จากที่หนังปูพื้นไว้ให้เราเข้าใจว่าวิญญาณในเรื่องอาจเป็นเพื่อนคนใดคนหนึ่งของโคลอี้ แต่สุดท้ายหนังก็เฉลยครับว่าแท้จริงแล้วนั่นคือวิญญาณของไทเลอร์ พี่ชายของโคลอี้นั่นเอง ซึ่งจุดที่ผมว่าเข้าท่ามากๆ คือการที่หนังเอาแนวคิดที่ว่า “วิญญาณอาจจะไม่ขึ้นกับเวลาตามแบบของมนุษย์ทั่วไป” เช่นเวลาของเราคือเดินไปข้างหน้าเสมอ แต่กับวิญญาณแล้วเขาอาจจะย้อนกลับมาที่ช่วงเวลาสำคัญ ช่วงเวลาที่เขามีห่วงอยู่ และการที่ผีไทเลอร์ย้อนเวลามาอยู่ในตอนที่ไทเลอร์ยังไม่ตายนั้น ผมว่ามันเจ๋งดีครับ
===== หมดสปอยล์ครับ =====
สรุปว่า ผมชอบแนวคิดของหนังครับ สร้างสรรค์ดี แต่มาเสียดายตรงการเล่าเรื่องที่เรื่อยจนผมแอบสัปหงกเป็นพักๆ นี่แหละ ไม่รู้สิครับ David Koepp อาจคิดว่าบทสรุปมันเจ๋งพอแล้ว เลยปล่อยจอยตอนกลางเรื่อง หรือเขาไม่อยากใส่รายละเอียดลงมามากเกิน เดี๋ยวจะกระทบถึงบทสรุป ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเพราะเหตุใด บอกได้แค่ว่าตอนจบเข้าท่า แต่มันคงดีกว่านี้ถ้าตอนกลางมันมีอะไรมาดึงให้เราอยากติดตามมากกว่านี้
และอีกอย่างครับ ผมว่าแม้นี่จะไม่ใช่หนัง Found Footage แต่กล้องก็ยังถือว่าเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาพอสมควรอยู่ดี ดังนั้นใครเวียนหัวง่ายก็ต้องเตรียมตัวไว้หน่อยนะครับ
สองดาวหน่อยๆ ครับ
(6/10)
หมวดหมู่:Drama, Horror, Movie Reviews, Mystery











