Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies

ฮ่องเต้จอมพิชิต (1982) The Emperor and the Minister

เรื่องราวของเฉียนหลงฮ่องเต้ (หลิวหย่ง, Tony Liu) และผู้ติดตามคนสนิทอย่างบัณฑิตหลิวหยง (หลี่คุน, Li Kun) และเสนาเอ้อหรงอัน (เจียงหนาน, Chiang Nan) ยังไม่จบครับ หนนี้เราจะได้พบกับการผจญภัยที่สุดจะคาดเดา เมื่อมีคนคิดลักพาเฉียนหลงฮ่องเต้

ส่วนอีกหนึ่งเรื่องราวคือเรื่องอาหารอีกแล้วครับ เมื่อเฉียนหลงฮ่องเต้ได้พบเมนูอาหารที่พระองค์ทรงโปรดปรานระหว่างอยู่นอกวัง ทีนี้คนในวังก็ต้องมาหัวปวดกันอีกครั้ง

สมทบด้วย หวังซา (Wang Sha), หยางฉีอิง (Yang Chih Ching), เจียนเซิน (Chan Shen), ฮุ่ยอิงหง (Kara Wai), หลิวฮุ่ยหลิง (Liu Hui Ling), หานกั๋วไฉ (Hon Kwok Choi), กุ๊ฟง (Ku Feng), ฉินหวง (Chun Wong) ส่วนใครจะเป็นใครต้องตามไปดูกันครับ เพราะบางคนนี่ถ้าบอกไปก็คือสปอยล์เลย – พอดีว่าภาคนี้เรื่องราวมันมีความซับซ้อนมากกว่าตอนก่อนๆ น่ะครับ ส่วนผู้กำกับก็ยังคงเป็น หลี่ฮั่นเซียง (Li Han Hsiang) เช่นเคย

จากบทสนทนาในภาคนี้ทำให้ทราบว่าเหตุการณ์ตอนที่เฉียนหลงฮ่องเต้เรียกหลิวหยงว่าเป็นเจ้าค่อมนั้นน่ะ ผ่านมาถึง 16 ปีแล้วนะครับ ซึ่งพอได้รู้เรื่องนี้ผมก็เกิดความรู้สึกเหมือนตามดูหนังชุดนี้มายาวนานยังไงก็ไม่รู้ 555 ทั้งๆ ที่เพิ่งจะดูไปไม่กี่วันนี้เอง แต่การดูหนังชุดต่อๆ กันแบบนี้ แล้วดาราส่วนใหญ่ก็หน้าเดิม มันเลยให้อารมณ์เหมือนเราผูกพันตามดูมานาน ในแง่หนึ่งก็ต้องบอกว่าหนังชุดนี้ทำได้เข้าท่าด้วยน่ะครับ คนดูอย่างผมถึงรู้สึกเหมือนพันผูกไปกับเรื่องราว เหมือนได้ตามติดตัวละครเหล่านี้ไปผจญภัยด้วยกัน

ส่วนเรื่องในภาคนี้รสชาติอาจจะต่างออกไปนิดหน่อย เพราะการผจญภัยขององค์ฮ่องเต้ไม่ใช่แค่เสด็จประพาสแล้วเจอเรื่องสะท้อนสังคม แต่กลายเป็นว่าองค์ฮ่องเต้ตกเป็นเป้าโดยคนบางกลุ่ม อารมณ์ของหนังในครึ่งแรกมันเลยออกแนวลึกลับหน่อยๆ แต่พอผ่านไปสักพักก็พบว่าหนังไม่ได้เน้นความระทึกหรือลึกลับอะไรครับ แต่เป็นความตั้งใจที่จะนำมาสู่ฉากที่เฉียนหลงฮ่องเต้ได้ทรงแก้ต่างต่อใครก็ตามที่มีคำครหาเกี่ยวกับพระองค์ ประมาณว่าพวกที่จับพระองค์ไปมีชุดข้อมูลชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อมูลในเชิงว่าเฉียนหลงฮ่องเต้ทรงทำผิดแล้วปกปิดหรือบิดเบือน แล้วหนังก็เปิดโกาสให้ฮ่องเต้ได้อธิบายเรื่องราวจากอีกมุมหนึ่งไป

ก็อย่างที่ผมเคยบอกไว้ตอนเขียนถึงหนังชุดนี้น่ะนะครับ ว่าท่านจะมองเฉียนหลงฮ่องเต้ว่าเป็นแบบไหนก็ขึ้นกับว่าท่านรับรู้ข้อมูลชุดไหน จากตำราไหน จากยุคสมัยไหน หรือจากมุมไหน ซึ่งการศึกษาประวัติศาสตร์และการค้นหาความจริงนั้นก็นับเป็นเรื่องสนุกอย่างหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญเลยคือเราต้องเปิดกว้างพร้อมรับข้อมูลอันหลากหลายที่มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีมุมใหม่หรือชุดใหม่ปรากฏขึ้นมาเป็นระยะๆ ทีนี้ก็ขึ้นกับเรานั่นแหละครับว่าจะชั่งตวงวัดจัดประมวลข้อมูลอย่างไร ซึ่งศึกษาน่ะศึกษาได้ครับ จะโต้แย้งกันก็ทำได้หากข้อมูลมันไม่ตรงกัน แต่อยากให้ทุกฝ่ายร่วมกันสืบค้นข้อมูลอย่างเปิดกว้าง ช่วยกันกลั่นกรองและพิจารณา เพื่อที่เราจะได้พบกับชุดข้อมูลที่ใกล้เคียงกับความจริงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

พูดแล้วก็นึกถึงต้วเองสมัยก่อน ก็มีนะครับที่ผมยึดถือชุดข้อมูลหนึ่งในเรื่องหนึ่งแบบสุดลิ่ม แล้วก็จะไม่ยอมเชื่อข้อมูลอื่นเลย (ซึ่งก็แน่นอนว่าทำให้การเทียบเคียง คัดกรอง และไตรตรองไม่เกิดขึ้น) รวมถึงพยายามเถียงเพื่อที่จะเอาชนะ ครั้นมาตอนนี้ก็ได้แต่ขำตัวเองล่ะครับว่าอะไรจะขนาดนั้น ยึดอัตตาซะเต็มตัวทีเดียว

ทุกวันนี้ใจเลยสงบขึ้น และทำให้สนุกกับการรับรู้ชุดข้อมูลทั้งหลายมากขึ้น – และใจอีกฝั่งหนึ่งก็คิดเป็นระยะๆ ครับ ว่าเรื่องเหล่านี้ก็ศึกษาหาความรู้เท่าที่โอกาสจะอำนวย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเรายังมีภาระหน้าที่หลักในความรับผิดชอบอยู่ไหม ไม่ว่าจะงานที่เราต้องทำ ครอบครัวที่เราต้องดูแล หรือกระทั่งดูแลความสะอาดในบ้านช่อง ระยะหลังเลยให้เวลากับเรื่องที่ใกล้ตัวก่อน ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้นไว้มีเวลาเหลือๆ ก็ค่อยแวะไปอีกที

กลับมาเรื่องหนังนะครับ หลักๆ ภาคนี้ก็นำเสนอชุดข้อมูล 2 ด้านที่มีต่อเฉียนหลงฮ่องเต้ ส่วนเหตุการณ์ตอนท้ายก็คล้ายจะย่ำรอยตอนก่อนๆ เหมือนกัน นั่นคือวนกลับมาเรื่องอาหารอีกแล้ว และคนในวังไม่สามารถทำเมนูตามที่ฮ่องเต้ทรงประสงค์จะเสวยอีกแล้ว เลยเกิดเรื่องวุ่นอีกหน ซึ่งพาร์ตที่ว่านี่ก็กลางๆ ครับ ไม่ได้สนุกอะไรมาก แต่ก็พอดูได้เพลินๆ

โดยรวมภาคนี้เลยอยู่ในระดับที่ดูได้เรื่อยๆ พอเพลินอยู่บ้าง แต่ขณะเดียวกันหลายอย่างก็ยังไม่สุด อย่างตอนฮ่องเต้ทรงแก้ต่างจริงๆ ก็มีประเด็นที่น่าสนใจ เพียงแต่หนังอาจยังไม่ลงลึกจนถึงขั้นเจ๋ง แต่กระนั้นผมว่าก็ไม่เลวครับ

ก็ถือเป็นอีกตอนที่ดูได้ แต่ส่วนตัวผมจะชอบภาคก่อนๆ มากกว่าครับ

สองดาวกว่าๆ ครับ

(6.5/10)