ลูอิส (Marin Ireland) กับไมเคิล (Michael Abbott Jr.) กลับมาบ้านเพื่อเยี่ยมพ่อ (Michael Zagst) ที่กำลังป่วยหนัก แต่ยิ่งพวกเขาอยู่ที่บ้านหลังนั้นนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเจอเรื่องแปลกๆ ชวนหลอนมากขึ้นเท่านั้น
หนังสยองจากฝีมือการเขียนบทและกำกับโดย Bryan Bertino แห่ง The Strangers (ภาคแรกสุด) และ The Monster (ที่มีชื่อไทยว่า “อะไรซ่อน“) ที่ผมก็ดูแบบไม่คาดหวังอะไรครับ เพราะหน้าหนังมันเคยๆ ว่าด้วยตัวละครกลับไปเยี่ยมบ้าน แล้วก็เจอสิ่งลี้ลับมาหลอกหลอน เรียกว่าเป็นสูตรที่เจอมานักต่อนักแล้ว เลยไม่คาดหวังอะไรทั้งสิ้น แต่ครั้นพอได้ดูแล้ว… เออ หนังได้อยู่นะเนี่ย
ก็ใช่นะครับที่พล็อตมันเดิมๆ แต่การนำเสนอความสยองมันน่าสนใจใช้ได้ คือมันไม่ใช่แค่โผล่มาแฮ่หรือ Jumpscare แบบทั่วไป ประเภทตัวละครเดินไปแล้วได้ยินเสียงแปลกๆ ก่อนจะเดินตามหาที่มาของเสียงนั้นแล้วก็เจออะไรสักอย่างพร้อมเพลงหรือเสียงตุ้งแช่ แต่กลายเป็นว่านั่นไม่ใช่ผีแต่เป็นอย่างอื่นแทน อะไรเงี้ยครับ
คือที่บอกไปนี่คือมุกคุ้นเคยที่หนังแนวนี้มักใช้ แต่กับเรื่องนี้มันไม่ค่อยใช้มุกแบบนั้นครับ แต่ถ้าถามว่าหนังใช้มุกใหม่สดแบบที่ทำให้อึ้งหรือเหวอไหม ผมก็ว่าไม่ขนาดนั้นครับ เพียงแต่มุกหรือจังหวะการหลอกหลอนที่หนังใช้มันจะมาแบบนิ่งๆ เหมือนความผิดปกติบางอย่างค่อยๆ โอบล้อมตัวละครทีละน้อย จนสุดท้ายตัวละครที่ตอนแรกทำท่าจะไม่เชื่อว่าที่นี่มีอะไรเหนือธรรมชาติ ก็ตกอยู่ในสภาพไม่เชื่อไม่ได้
ถ้าจะให้สรุปก็คือหนังไม่เน้นมุกตกใจครับ แต่เน้นเล่าเรื่องให้เราเข้าใจตัวละคร 2 พี่น้อง จากที่ไม่เชื่อและมองว่าเรื่องพวกนี้งมงายเพ้อเจ้อ ก็กลายเป็นค่อยๆ เชื่อ เพราะเรื่องหลอนๆ มันมาเกิดตรงหน้าพวกเขาจริงๆ และนับวันยิ่งมาถี่อีกต่างหาก
ผมถือว่าหนังใช้ได้ครับ ยังไม่ถึงขั้นยอดแต่ก็ใช้ได้ ไม่น่าเบื่อ เพราะมันจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้เราสนใจหยอดมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเรื่องสยองหลอนๆ หรือปมที่ทำให้เราสงสัยในเรื่องราวมากขึ้น หรือไม่บางฉาก – อย่างฉากคุณแม่หั่นไม่ยั้ง! – ก็ทำให้เราอึ้งเอาได้เหมือนกัน
อย่าแปลกใจครับหากท่านดูหนังแล้วจะงงๆ เพราะคนก็งงกันหลายคน ซึ่งในแง่หนึ่งก็เหมือนหนังจะเล่าแบบไม่เคลียร์ให้เราเก็บความสงสัยกลับไปหลังดู แต่คนที่มองว่าผู้กำกับยังเขย่าพล็อตได้ไม่ลงร่อง หลายๆ อย่างมันเลยชวนมึน อันนี้แล้วแต่จะมองกัน ส่วนผมก็รับได้ครับ หนังที่เล่าแบบไม่เคลียร์แล้วให้คนดูค้นหาเอาเองแบบนี้ก็มีมาให้เห็นบ่อยๆ แต่ก็คิดเหมือนกันครับว่าบางอย่างถ้าหนังขยี้หรือเล่าเสริมอีกสักนิดก็คงดี
แต่หนึ่งแง่คิดที่ผมได้จากหนังก็คือ ปีศาจ (หรืออะไรก็ตามในเรื่อง) มันสามารถแทนค่าได้ด้วยคำว่า “ปัญหา” ครับ โดยหนังได้ถ่ายทอดให้เราเห็นสภาพของครอบครัวที่ห่างเหิน ไม่แน่นแฟ้นกลมเกลียว หรือไม่ยอมสื่อสารกันแบบตรงๆ ครอบครัวแบบนี้ปีศาจ (หรือปัญหา) สามารถเข้าเล่นงานได้ง่าย ยิ่งต่างคนต่างอยู่ต่างคนต่างคิดนี่ฤทธิ์มันจะยิ่งเยอะ และจะโดนเล่นงานได้ง่ายๆ
แต่หากคนในครอบครัวช่วยเหลือกัน แบ่งเบากัน ให้ความรักความห่วงใยและให้คำปรึกษากัน การจะรับมือกับอะไรก็ตามที่จะมาคุกคาม ก็จะทำได้ดีขึ้น – ทว่าบางอย่างก็ขึ้นกับเวลาด้วยครับ เพราะบางครั้งถ้าความช่วยเหลือมาช้าไป – เช่นแทนที่จะบอกกับคนในครอบครัวแต่เนิ่นๆ ก็มาบอกเมื่อเหตุการณ์ล่วงมานานแล้ว – มันก็อาจสายเกินแก้ แก้ได้ไม่ทันกาล
เกร็ดเล็กๆ ที่อยากนำมาบอกก็คือ หนังเรื่องนี้ถ่ายทำกันที่ฟาร์มของครอบครัว Bertino นั่นเองครับผม
ย้ำอีกที ผมไม่ได้บอกว่าหนังมันยอด จริงๆ มันคือหนังสยองในระดับกลางๆ ที่ค่อนไปทางบวก มันยังดีได้อีกและมีอะไรน่าสนใจได้อีก แต่เท่าที่มันเป็นก็ถือเป็นหนังสยองบ้านไร่ทุนไม่สูงที่ตอบโจทย์คอหนังสยองแบบพอได้สักหนึ่งเพลิน
สองดาวกว่าๆ ครับ
(6.5/10)
หมวดหมู่:Drama, Horror, Movie Reviews, Mystery, Supernatural Horror












