Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies

ยอดเถรจอมอาคม (1977) The Mad Monk

เรื่องของอรหันต์จี้กง (เหย่ฟง, Yeh Feng) หรือที่ในเรื่องนี้จะเรียกว่าจี้เตียน (ซึ่งก็เป็นนามของท่านเช่นกัน) กับ 3 ตำนานอภินิหารสอนใจ

เรื่องที่ 1 ว่าด้วยเศรษฐีเฉียนหลูหมิง (เจียนเซิน, Chan Shen) ที่ให้ จางซื่อชี (หยางฉีอิง, Yang Chih Ching) ยืมเงินไป พออีกฝ่ายไม่มีปัญญาคืนก็เลยทั้งขู่ทั้งเข็ญ บีบคั้นให้ซื่อชีคืนเงิน เมื่อท่านจี้กงผ่านมาเลยหาทางเจรจาให้

เรื่องที่ 2 ว่าด้วยชางเหวินเพ่ย (เทียนชิง, Tien Ching) ชาวเมืองหลงฉื่อที่เดินทางไปยืมเงินจากคนรู้จัก แต่ระหว่างทางกลับเขาก็ได้เจอกับไต้ซือปริศนาที่ทำให้เขาสลบและยังเอาเงินไปจนหมด รู้ตัวอีกทีก็นอนล่อนจ้อนอยู่ริมแม่น้ำ ทีนี้พอท่านจี้กงไปเจอเข้า ก็เลยเอ่ยปากว่าจะช่วยตามหาไต้ซือปริศนาที่ว่านั้นให้

เรื่องที่ 3 อาฉิง (อ้ายเฟย, Ai Fei) กับหยูเจิน (เฉาหยินหยิน, Susan Yam Yam Shaw) คือสามีภรรยาที่อยู่กินกันอย่างมีความสุข แต่เมื่อนายน้อยฉิน (อี้หยุน, Yung Henry Yu) เกิดต้องตาต้องใจหยูเจินเข้า จึงมีคำสั่งให้ฉุดคร่า งานนี้จี้กงเลยต้องยื่นมือเข้าขัดขวาง

ร่วมด้วย หวังชิงเหอ (Wong Ching Ho) เป็นหนึ่งในชาวบ้านที่โผล่มาในเรื่องแรก, จิงเหมี่ยว (Ching Miao) เป็นท่านเจ้าเมืองฉิน, โอวหยางชาเฟย (Ouyang Sha Fei) เป็นภรรยาท่านฉิน, กู้เหวินจง (Ku Wen Chung) เป็นท่านหมอเหมียว, เจียงหนาน (Chiang Nan) เป็นพ่อบ้านตระกูลฉิน และหนังกำกับโดย หลี่ฮั่นเซียง (Li Han Hsiang) ครับ

ก็เป็นหนังแนวตลกผสมอภินิหารที่ดูได้เรื่อยๆ ครับ ซึ่งถ้าให้ว่าตามตรงแล้วหนังก็อาจจะยังไม่ลื่นนัก การเล่าเรื่องบางช่วงดูยืดไป หรือไม่ก็วนๆ เวียนๆ จนชวนให้รู้สึกอืดบ้าง แต่ก็ยังดีที่โดยรวมแล้วหนังยังพอดูได้ ส่วนหนึ่งก็ด้วยการแสดงของเหย่ฟงที่เหมาะกับบทจี้กงไม่น้อย และอีกสิ่งที่ผมชอบคือสาระที่หนังสอดแทรกลงมาในแต่ละเรื่องครับ

อย่างเรื่องแรกนี่ ดูแล้วก็ตระหนักได้ว่า คนที่ให้คนอื่นยืมเงินนั้น ในทางหนึ่งก็ต้องเตรียมใจว่าจะไม่ได้เงินคืนมาง่ายดายได้ดั่งใจ (ดังนั้นถ้าใครไม่ได้มีเงินเหลือๆ ก็ควรคิดให้ดียามที่จะให้ใครยืม) และควรมีเมตตาประนีประนอมให้ลูกหนี้บ้างตามสมควร (โดยเฉพาะลูกหนี้ดีๆ ที่มีความรับผิดชอบ) แต่ขณะเดียวกันคนที่เป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้เขา อีกทั้งตระหนักเสมอว่าเงินนั้นควรเอามาใช้ในทางที่เหมาะ ไม่ควรเอาไปใช้สุร่ยสุร่ายตามใจตน และถ้าทำได้ล่ะก็ หลีกเลี่ยงการเป็นหนี้เขาจะดีกว่า

เรื่องที่สองดูแล้วตระหนักได้ว่า ในโลกนั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดี มีทั้งคนจริงใจและหลอกลวง และบางครั้งคนที่หลอกลวงคนอื่นก็จะมาในคราบคนดีหรือดูน่าเชื่อถือ ยิ่งตั้งใจหลอกมากก็จะยิ่งทำให้ดูน่าเชื่อถือมาก (อย่างในเรื่องนี่ก็มาในมาดนักบวช) ดังนั้นขอให้จงพึงระวังเอาไว้

เรื่องที่สามดูแล้วตระหนักได้ว่า คนที่มีอำนาจวาสนานั้น เลือกได้ที่จะทำสิ่งที่ถูกหรือผิด และยิ่งคนผู้นั้นกว้างขวางเท่าไหร่ สิ่งที่ทำก็จะส่งผลต่อคนในวงกว้างมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นคนที่มีอำนาจวาสนาควรไตร่ตรองตรวจตราสิ่งที่ตนทำให้จงหนัก – และหากท่านเลือกที่จะละเลยคำกล่าวเหล่านี้ล่ะก็ หากสักวันท่านจะพบกับบทลงเอยที่ไม่ดี พบจุดจบที่อนาถ ก็จงอย่าได้แปลกใจเลย เพราะท่านได้เลือกเส้นทางของท่านไปแล้วนั่นเอง

อีกประเด็นคือเรื่องลูก อันนี้จะรวยจะจนก็มีลูกได้ทั้งนั้น และไม่ว่าจะรวยจะจนก็ควรเลี้ยงลูกสอนลูกให้ดี อย่าปล่อยให้พวกเขาโตมาเป็นคนเอาแต่ใจ เกะกะระรานชาวบ้านชาวช่อง และสิ่งที่จะมีผลต่อพวกเขาก็ไม่ใช่แค่พ่อแม่เท่านั้น แต่รวมถึงผู้คนในสังคมทั้งหลายด้วย พวกท่านขยันทำตนไปทางไหน สังคมก็จะไหลไปทางนั้น และสังคมมันไหลไปทางไหน ก็ไม่แปลกที่ลูกเด็กเล็กแดงจะเติบโตไปในทิศทางนั้น

ถือว่าเป็นหนังตลกผสมสาระสอนใจที่โอเคเรื่องหนึ่งครับ

สองดาวกว่าๆ ครับ

(6.5/10)

ชื่ออื่นๆ
The Magic Monk