Action

Awake (2021) ดับฝันวันสิ้นโลก

เมื่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกิดใช้ไม่ได้ และมนุษย์ไม่สามารถนอนหลับได้ โลกเลยปั่นป่วนครับ เพราะพอคนไม่ได้นอนก็จะเริ่มคลั่งมากขึ้น เลยทำให้จิลล์ (Gina Rodriguez) ต้องพาลูกๆ ของเธอหนีให้พ้นจากความคลั่ง

ก็เป็นหนังไซไฟแนววันสิ้นโลกครับ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็อยู่ในระดับกลางๆ คือพอมีช่วงให้รู้สึกระทึกบ้าง หรือมีช่วงที่จังหวะของหนังพอเหมาะพอดีบ้าง อย่างตอนที่จิลล์พาลูกๆ ขับรถหนีโดยมีนักโทษที่ชื่อดอดจ์ (Shamier Anderson) ติดรถไปด้วย ช่วงที่ว่านี่ผมถือว่าใช้ได้เลย

ผมชอบสิ่งที่ดอดจ์พูดน่ะครับ มันน่าสนใจดี คือเราจะเห็นด้วยกับแนวคิดของเขาหรือไม่นี่ก็อีกเรื่องนะครับ แต่มันเป็นบทสนทนาที่ชวนคิด ไม่ว่าจะประเด็นอย่าง “พอมีคนมากพอพูดถึงเรื่องอะไรสักอย่างมากๆ เข้า มากจนจดลงหนังสือและตีพิมพ์เผยแพร่ต่อๆ กัน เรื่องนั้นๆ มันก็จะกลายเป็นความจริง” หรือ “ปัญหามากมายหลายอย่างจะถูกแก้ไขได้ในช่วงเวลาเพียงคนรุ่นเดียว โดยการให้คนรุ่นใหม่ลืมความคิดความเชื่อเก่าๆ ไปให้หมด แล้วเริ่มต้นใหม่ซะ”

เรื่องแบบนี้เอามาถกกันได้เรื่อยๆ ครับ มันน่าสนใจดี

ส่วนเรื่องราวนอกจากนั้นก็จะออกแนวกลียุค คนลุกขึ้นมาฆ่ากันเอง ไม่ว่าจะเพราะความคลั่งอันเกิดจากการไม่ได้นอน หรือเพราะความเชื่อ เพราะความสิ้นหวัง อย่างเหตุการณ์ที่เกิดในโบสถ์นั่นเป็นต้น ฉากพวกนี้เหมือนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับหนังแนวนี้ ในแง่หนึ่งที่มันขาดไม่ได้ก็เพราะฉากพวกนี้สร้างความตื่นเต้นระทึกขวัญ ดึงดูดความสนใจจากผู้ชมได้ดี และอีกแง่ก็คือ มันเป็นการสะท้อนความจริงของสังคมมนุษย์น่ะครับ ว่าง่ายๆ คือคนเขียนบทไม่ว่าจะกี่เรื่องต่อกี่เรื่องพอนึกถึงว่าเมื่อเกิดเหตุวุ่นวายแบบนี้แล้ว มันก็จะต้องมีมนุษย์สักกลุ่มที่มาสร้างปัญหาอีหรอบนี้ทุกทีไป – มันคือความจริงครับ แม้กระทั่งนาทีนี้ขนาดยังไม่ถึงขั้นกลียุคในหนัง มนุษย์มากมายก็ยังก่อเรื่องก่อราวให้โลกอยู่เนืองๆ

โดยรวมหนังก็ถือว่าพอได้ครับ แต่ก็ยังสนุกได้อีกเยอะ และสารภาพเลยว่าระหว่างดูก็แอบหลับในบางช่วงเหมือนกัน ทีนี้ท่านจะดูหรือไม่ก็ต้องแล้วแต่ล่ะครับ อย่างผมนี่ก็ดูเพราะชอบแนวนี้อยู่แล้ว ครั้นพอได้ดูก็ถือว่าไม่แย่แต่ก็ยังไม่ดี แต่ก็ไม่ผิดหวังอะไร (เพราะไม่ได้หวังอยู่แล้ว)

ดาวครึ่งกว่าๆ ครับ

(5.5/10)