เซอร์ฮาน เซอร์ฮาน (Sirhan Sirhan) คือชื่อของชายที่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตจากการลอบสังหาร Robert F. Kennedy ในเดือนมิถุนายน ปี 1968 แต่ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มองว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง และมองว่าเซอร์ฮานคือแพะรับบาป
ต้องยอมรับว่าแต่ละคดีที่มีการลอบสังหารบุคคลสำคัญแล้วก็มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้นั้น ก็จะมีคนอีกกลุ่มที่มองว่าผู้ต้องสงสัยคนนั้นคือแพะ หรือมองว่าเขาเป็นแค่ส่วนหนึ่งของขบวนการที่ใหญ่กว่านั้น พูดง่ายๆ คือมันไม่น่าจะเป็นฝีมือของคนเพียงคนเดียว ซึ่งรายการตอนนี้ก็สืบหาร่องรอยที่ว่านั่นในกรณีของเซอร์ฮานครับ
ข้อมูลที่น่าสนใจคือ RFK ถูกยิงจากด้านหลัง แต่กลายเป็นว่ามีพยานอย่างน้อย 12 คนที่ให้การว่าเซอร์ฮานนั้นอยู่ด้านหน้าของ RFK ตลอด และตัวเซอร์ฮานเองก็ให้การว่าเขาจำไม่ได้เลยว่าเขาลงมือลอบสังหาร RFK
ส่วนคนที่มองต่างก็คิดว่า มันเป็นไปได้ที่คนที่ให้การว่าเซอร์ฮานอยู่ข้างหน้า RFK อาจจำผิด เนื่องด้วยเหตุการณ์นั้นฉุกละหุกและโกลาหล ไหนจะความตกใจจากเสียงปืน ส่วนกรณีที่เซอร์ฮานพูดในทำนองว่าเขาจำไม่ได้ว่าเขาทำ คนที่เห็นต่างก็ค้านด้วยข้อมูลที่ว่า นักโทษส่วนใหญ่ต่างก็บอกว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งสิ้น จึงไม่แปลกอะไรหากเซอร์ฮานจะกล่าวในลักษณะนั้น
อีกแนวคิดที่ค่อนข้างแพร่หลายก็คือ เซอร์ฮานถูกสะกดจิตและบงการให้ทำเรื่องนี้ นั่นจึงเป็นคำอธิบายว่าทำไมเขาถึงบอกว่าตัวเองจำไม่ได้ และในที่เกิดเหตุมีผู้หญิงใส่ชุดลายจุดที่เซอร์ฮานอ้างว่าเขาถูกเธอสัมผัสที่ไหล่ แล้วจากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้อีก ซึ่งหลายคนก็มองว่าผู้หญิงคนนี้อาจมีส่วนในกระบวนสอบสังหารครั้งนี้ก็เป็นได้ ซึ่งหากใครเคยดูหนัง The Manchurian Candidate ก็อาจจะพอนึกภาพออกสำหรับกระบวนการสะกดจิตให้คนทำอะไรสักอย่าง แต่ก็แน่นอนว่าอีกมุมหนึ่งก็มีคนที่ไม่เชื่อว่าวิธีการนี้จะสามารถสะกดจิตคนแบบได้ผลจริงๆ
หรือที่มีพยานในที่เกิดเหตุบอกว่ามีคนได้ยินเสียงปืน 11 -14 นัด แล้วก็มีการบันทึกเสียงที่ระบุได้ว่ามีเสียงกระสุน 14 นัด ทั้งที่ปืนของเซอร์ฮานใส่กระสุนได้เพียง 8 นัด จึงมีการคาดการณ์กันว่าน่าจะมีคนลงมือคนที่ 2 แต่ผู้ที่เห็นต่างก็มองว่า มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในห้องที่เกิดเหตุ (ซึ่งคือห้องครัวในโรงแรม) จะมีเสียงก้องดังสะท้อน จากเสียงปืนหนึ่งนัดอาจกลายเป็น 2 ก็ได้
ตลอดทั้งตอนเราจะได้เห็นคน 2 ฝ่ายให้ข้อมูลและความเห็นในแบบที่ค้านกัน หรือบางครั้งฝ่ายที่คิดว่าเซอร์ฮานเป็นแพะเหมือนกันก็ยังให้ข้อมูลที่แตกต่าง เช่น คนหนึ่งเชื่อว่าตำรวจที่อยู่หลัง RFK คือคนลงมือ แต่อีกคนหนึ่งยืนยันว่าตำรวจคนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน เพราะเธอได้รู้ข้อมูลหนึ่งมา แต่เธอยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และคิดจะเปิดเผยหลังจากเธอตายไปแล้ว…เราก็ต้องตามดูกันต่อไป
แต่แนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ เหตุผลในการปลิดชีวิต RFK ส่วนหนึ่งอาจเพราะเขาได้ประกาศชัดแล้วว่าเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อไขปริศนาว่าใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารพี่ชายของเขา John F. Kennedy และนั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี จึงเป็นที่เข้าใจได้หากจะมีคนไม่ต้องการให้เขาก้าวไปถึงจุดนั้น
จะเห็นได้ว่าข้อมูลและความเห็นของตอนนี้จะออกแนวเบี้ยหัวแตก เลยเข้าใจได้ที่ Richard Syrett จะมีการไล่เรื่องหลักฐานสรุปอีกครั้งในตอนท้าย ซึ่งช่วยให้เราเห็นภาพชัดขึ้น ดังนั้นหลักการอย่างหนึ่งเลยที่ผมคิดว่าน่าสนใจในตอนนี้ก็คือ ไม่ว่าท่านจะศึกษาเรื่องใดก็ตาม ทั้งเรื่องงาน เรื่องชีวิต หรือเพื่อไขปริศนาอะไรก็เถอะ สิ่งสำคัญที่ควรทำคือการแยกแยะให้ออกระหว่างความเห็นกับความจริง
แล้วก็ทำอย่างทีพี่กิล กริสซั่มแห่ง CSI มักจะบอกเอาไว้ ก็คือ “ตามหลักฐานไป” ดูว่ามันจะบอกอะไรกับเรา แล้วก็อย่าลืมตรวจสอบความแม่นยำของหลักฐานนั้นด้วย เพราะบางกรณีก็มีหลักฐานที่ถูกปนเปื้อน หรือไม่ก็มีการปลอมหลักฐานขึ้นมา – แต่กระนั้น เราก็สามารถค้นหาบางสิ่งจากหลักฐานปลอมได้เหมือนกัน
สองดาวครึ่งครับ
(7/10)












