Action

มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ (2025) The Legends of the Condor Heroes: The Gallants

มานึกย้อนดูก็พบว่าตัวเองนี่ดูมังกรหยกไปหลายฉบับเหลือเกิน ถ้าว่ากันเฉพาะภาคก๊วยเจ๋ง-อึ้งย้งนี่ก็เกิน 10 หนเข้าไปแล้ว เพราะคนทำก็ขยันสร้างกันออกมา เมื่อก่อนนี่ทุกๆ 10 ปี แต่หลังๆ มานี่ไม่ถึง 5 ปีก็มีฉบับใหม่ออกมาให้ได้ยลกันแล้ว ซึ่งออกมาก็สนุกมากสนุกน้อยแตกต่างกันไป แต่ผมว่าทั้งหมดล้วนดูเพลินเพราะเนื้อเรื่องดั้งเดิมตั้งแต่นิยายมันยอดมากอยู่แล้ว

ส่วนฉบับนี้ก็ได้ฉีเคอะมากำกับ ได้ เซียวจ้าน (Xiao Zhan) มาเป็นก๊วยเจ๋งและ จวงต๋าเฟย (Zhuang Da Fei) มาเป็นอึ้งย้ง ส่วนเนื้อเรื่องก็จับเอาช่วงตอนท้ายๆ ที่ก๊วยเจ๋งต้องหนักใจเรื่องที่ท่านข่านจะให้เขานำทัพมาบุกจงหยวน โดยระหว่างทางก็มีการย้อนไปเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้คนดูพอรู้ที่มาที่ไป

สำหรับผมนี่การตามเรื่องไม่ใช่ของยากครับ อย่างที่บอกว่าดูจนจำได้แล้วว่าเรื่องตอนไหนจะต่อด้วยตอนไหน แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าท่านที่ไม่เคยดูมังกรหยกมาก่อนจะงงหรือไม่เข้าใจในบางจุดหรือเปล่า เพราะผมว่าถ้าจะดูฉบับนี้ให้เพลินก็ต้องมีพื้นเรื่องมังกรหยกมาประมาณหนึ่ง ไม่งั้นอาจงงว่าคนนั้นใคร อันนี้คืออะไร เรื่องนี้คือตอนไหน

ส่วนผมก็บอกตามตรงครับว่าดูได้เรื่อยๆ กับฉบับนี้ ที่โอเคคืองานสร้างที่ดูยิ่งใหญ่ งานภาพก็ดูสวยดี แต่คิวบู๊แอบรู้สึกว่ายังไม่ถึงใจ หรือดูจะหนัก CG ไปหน่อย – อันนี้ก็พอเข้าใจว่า ฉีเคอะ เขาจะถนัดเรื่องเทคนิคพิเศษ แต่คงดีหากหนังออกมาได้แบบ เดชคัมภีร์เทวดา (ที่เขาเคยสร้างไว้) ที่สามารถผสมผสานคิวบู๊หมัดเท้าเข้ากับเทคนิคพิเศษได้ลงตัวกว่า

ในขณะที่ตัวเนื้อหา อันนี้ก็ต้องออกตัวเลยเหมือนกันว่า ผมดันชอบช่วงที่หนังเอามาเล่าน้อยที่สุดครับ คือผมว่าเรื่องมังกรหยกนี่ช่วงที่มันสนุกๆ และมันส์ๆ คือตอนที่ก๊วยเจ๋งอึ้งย้งท่องจงหยวน เพราะเรื่องมันซับซ้อน ตัวละครหลากหลาย กระบวนท่าอย่างเยอะ ผมเลยจะเพลินกับช่วงนั้นมากกว่า ส่วนตอนที่ก๊วยเจ๋งย้อนมามองโกลนี่ผมจะชอบรู้สึกว่าเป็นช่วงผ่อน ไม่ใช่ว่าไม่สนุก แต่แค่ว่ามันจะมีสีสันไม่เท่าช่วงอื่นๆ – แต่ยอมรับว่าเรื่องเกี่ยวกับแม่ของก๊วยเจ๋งในช่วงตอนนี้คือไฮไลท์จริงๆ ครับ

ผมเลยออกแนวดูได้เรื่อยๆ แต่ไม่ถึงกับชอบแบบเต็มๆ ส่วนนักแสดงนั้นเซียวจ้านก็ดูไปได้ดีกับบทนี้ครับ ในขณะที่จวงต๋าเฟยนั้นอาจไม่ตรงกับภาพของอึ้งย้งที่ผมคุ้นเคยสักเท่าไร แต่รายที่ถือว่าดูเด่นเกินคาดก็คงยกให้ จางเหวินซิน (Zhang Wen Xin) ที่มารับบทฮัวเจง ที่ไปๆ มาๆ ผมออกจะรู้สึกว่าเธอเด่นกว่าอึ้งย้งอีกนะนั่น

ส่วนดาราหน้าคุ้นท่านอื่นๆ ก็มีอย่าง หูจุน (Hu Jun) มาเป็นยาจกเหนืออั้งชิดกง, เหลียงเจียฮุย (Tony Ka Fai Leung) มาเป็น อาวเอี๊ยงฮง และ ไช่เส้าเฟิน (Ada Choi) มาเป็นแม่ของก๊วยเจ๋ง สำหรับดารากลุ่มนี้ก็ถือว่าเล่นได้ดีตามมาตรฐานครับ

ความรู้สึกที่ผุดขึ้นมาในหัวผมหลังดูเรื่องนี้จบก็คือ อยากเอาหนังจีนชุดมาดูเลยครับ คือผมเนี่ยเล็งจะเอาเดชคัมภีร์เทวดา เวอร์ชั่น 1996 มาดูพักหนึ่งแล้ว แต่เวลาไม่เอื้อเลยยังไม่ได้ดู แต่พอดูเรื่องนี้ปุ๊บเหมือนเลือดกำลังภายในในตัวมันสูบฉีดเลยอยากเอาหนังจีนชุดกำลังภายในมาดู – บอกก่อนว่าเหตุผลที่ผมไม่เลือกจะดูมังกรหยกก็เพราะเมื่อ 2 เดือนก่อนเพิ่งจัดไปหมาดๆ ครับ ไล่เรียงมาเลย มังกรหยก 3 ภาค (เวอร์ชั่นยุค 90 ของ TVB) แล้วปิดท้ายด้วย 8 เทพอสูรมังกรฟ้า ปี 1996 ก็สุขใจกันไป

สรุปว่ามังกรหยกฉบับนี้ ดูได้เพลินๆ สำหรับผมครับ ซึ่งมันคงจะผิดที่ผมเองนั่นแหละที่ดันรู้สึก “ชอบน้อย” ในช่วงตอนที่เขาดันเอามาทำเป็นหนังพอดี แต่ยังไงก็ตามหนังเรื่องนี้ก็จะมีความหมายสำหรับผมในฐานะเป็นหนังที่ทีมพากย์พันธมิตรประกาศปิดตำนานครับ – ถ้าจะซื้อเก็บก็คงเพราะความหมายนี้นี่แหละ

สองดาวกว่าครับ

(6.5/10)