เป็นหนังรอมคอมที่ถือว่าทำได้สนุกครับ เนื้อเรื่องอาจไม่มีอะไรมาก แต่จังหวะการเล่าและดาราในเรื่องทำหน้าที่กันได้ดีจริงๆ
พล็อตหลักของเรื่องจริงๆ จะว่าด้วยความรักของคน 3 วัยในครอบครัวดีเลนีย์ครับ ได้แก่ แม็กกี้ (Rachel Boston) คุณแม่ลูก 2 ที่แยกทางกับสามีแล้วก็เริ่มคิดที่จะกลับมาเดตอีกครั้ง เลยขอคำปรึกษาจากพ่อของเพื่อนลูกที่ชื่อ ไมเคิล เทย์เลอร์ (Paul Campbell) ซึ่งไมเคิลก็ยินดีครับ แต่ท่านก็คงพอเดาได้น่ะนะฮะ ว่าพอเวลาผ่านไป แม็กกี้นี่แหละที่เริ่มชอบไมเคิล เช่นเดียวกับไมเคิลที่เริ่มชอบแม็กกี้
คู่ต่อมาคือ บาร์บ (Karen Kruper) คุณแม่ของแม็กกี้กับริค (Barry W. Levy) ที่ความสัมพันธ์ค่อยๆ ก่อตัวผ่านสารพัดกิจกรรมที่พวกเขาทำร่วมกัน และอีกคู่ก็คือเอ็มม่า (Zoë Christie) ลูกของแม็กกี้ที่แอบชอบหนุ่มสุดฮ็อตในโรงเรียนที่ชือแซค (Jaden Rain) โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าคู่ทำแลปในวิชาวิทยาศาสตร์ของเธอที่ชื่อจอห์น (Riley Davis) ก็กำลังกลายเป็นเพื่อนสนิทที่คิดไม่ซื่อกับเธออยู่
ตอนแรกก็นึกว่าหนังจะเฉลี่ยเกลี่ยเรื่องออกเป็น 3 ส่วน แต่กลายเป็นว่าเรื่องของบาร์บกับริคนี่แทบไม่มีพื้นที่เลยครับ หลักๆ หนังจะเน้นเรื่องของแม็กกี้กับไมเคิล แล้วรองลงมาก็เป็นเรื่องของเอ็มม่ากับจอห์น แต่ตัวหนังก็จัดว่าสนุกอยู่นะครับ ดูได้เรื่อยๆ เพลินๆ ได้อารมณ์ Feel Good ดูแล้วอิ่มเอมสุขใจ ซึ่งพลังสำคัญที่ต้องยกนิ้วให้เลยก็คือเหล่านักแสดงนี่แหละครับ
สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึก คือรู้สึกว่าบทหนังน่ะถูกวางไว้อย่างหลวมๆ คือมันมีเรื่องราวและมีทิศทางอยู่ แต่สิ่งที่ได้เห็นในหนังมันเหมือนเป็นอะไรที่ดาราแสดงออกมาในแบบของตัวเอง โดยเฉพาะ Boston กับ Campbell ครับ คือพวกเขาดูเป็นธรรมชาติมากๆ โอเคตอนต้นช่วงปูพื้นอาจยังมีส่วนที่ไม่ลื่นบ้าง แต่พอดูไปๆ มันเหมือนว่า 2 ตัวละครดูมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ ในใจเรา และเคมีของพวกเขาดูเข้ากันมากครับ ระหว่างดูนี่แอบเชียร์ในใจเลยนะ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ายังไงคู่นีก็ต้องรักกันตามสูตร แต่ด้วยการแสดงดีๆ และการเล่าเรื่องเหมาะๆ มันทำให้เราอินครับ มันทำให้เราเชื่อว่าเรากำลังดูคนสองคนที่เหมาะสมกัน และคู่ควรที่จะรักกัน จนอดไม่ได้ที่จะเชียร์ให้พวกเขารักกัน
และอีกสิ่งหนึ่งที่รู้สึกคือ ผมว่า Boston กับ Campbell ต้องมีด้นสดขึ้นมาเองในบางฉากครับ คือหลายช่วงเลยที่มันดูสด ดูจริงแบบที่เราสามารถเห็นได้ในโลกความจริง เอาแค่ท่าทางของไมเคิลตอนส่งสัญญาณกับเลขาเรื่องคุกกี้นั่น ผมว่ามันดู Real น่ะครับ มันดูจริงจริงๆ นะ
ส่วนเรื่องของเอ็มม่ากับจอห์นก็น่ารักดีครับ โดยเฉพาะ Davis ที่เล่นเป็นจอห์น คือเขาดูเป็น “เพื่อนสนิท” แบบนั้นมากๆ ทั้งเวลาตาท่าทางเวลาพูดกับเอ็มม่ามันสื่อชัดครับว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ คู่นี้ก็เหมือนกัน แม้จะรู้อยู่แล้วว่ายังไงบทก็ต้องเขียนให้มารักกัน แต่ระหว่างทางเราก็แอบลุ้นอยู่เหมือนกัน
ผมว่าหนังรอมคอมเรื่องนี้ทำได้มีชีวิตชีวามากครับ มันดูลื่นไหลและสนุก แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้แปลกใหม่ บทก็ไม่ได้เข้มข้นอะไร มันเดาได้ตั้งแต่ต้นจนจบด้วยซ้ำ แต่มันดูแล้วมีความสุข สุขจนอยากดูซ้ำหากมีโอกาส และอีกอย่างนะครับ ผมว่าผมชอบคาแรคเตอร์ของเดวอน (Parmiss Sehat) เพื่อนร่วมงานในร้านเบเกอรี่ของแม็กกี้ ผมว่าเธอดูจริงใจ น่าคบหา เอาแค่ตอนที่เธอพูดกับแม็กกี้หลังจากแม็กกี้ยื่นคำขาดกับสามีเก่าว่าเขาจะต้องปรับตารางเวลาให้ลูก ไม่ใช่มัวแต่ให้ลูกปรับตามตารางเวลาของเขา
แล้วเดวอนก็เดินมาหาแม็กกี้พร้อมบอกว่า “ฉันภูมิใจในตัวเธอ” คือดูแล้วมันได้อารมณ์นั้นจริงๆ น่ะครับ เธอแสดงออกชัดเจนว่าเธอภูมิใจจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดไปตามบท – อะไรแบบนี้แหละที่มีมาเป็นพักๆ ในหนังเรื่องนี้
อ้อ และเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกเลยก็คือ หนังไม่มีวิวสวยๆ นะครับ เรื่องนี้ส่วนมากก็เป็นฉากในบ้านหรือไม่ก็ในร้านเบเกอรี่ ขนาดภาพถนนยังไม่ค่อยได้เห็นเลยน่ะครับ ดังนั้นพวกภาพวิวทิวทัศน์ ต้นไม้สวยๆ นี่บอกเลยว่าไม่มี – แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หนังน่าดูน้อยลงครับ โอเค หากใครให้ความสำคัญกับเรื่องภาพวิวก็อาจต้องทำใจหน่อย แต่ในแง่ของเรื่องราวความเป็นรอมคอม ผมว่ามันทำได้กลมกล่อมกำลังเหมาะจริงๆ
หนังกำกับโดย Allan Harmon ผู้คร่ำหวอดในการทำหนังรอมคอมลงทีวีครับ เท่าที่ดูในรายชื่อนี่ก็ปาเข้าไป 20 เรื่องแล้ว แล้วผมก็เคยดูผลงานของเขาอย่างน้อยก็ 6 เรื่องแล้ว (ไม่รวมเรื่องนี้) ก็พอจะบอกได้ว่า เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในงานชิ้นที่ดีและน่าจดจำของเขาครับ
สรุปว่าใครชอบหนังรอมคอม จัดเลยครับผม แต่ทำใจหน่อยที่หนังจะไม่มีวิวสวยๆ หรือกิมมิคบางอย่างตามสไตล์หนังรอมคอมยุค 90 ก็ไม่ได้เยอะเหมือนกัน แต่มันสนุกลงตัวมากพอสำหรับหนังรอมคอมลงทีวี ลงแผ่น หรือลงสตรีมในยุคหลังๆ ครับ
สองดาวครึ่งครับ
(7/10)












