Christmas Movies

A Christmas Proposal (2021) ฟู้ดทรัครักพลิกล็อค

Untitled05954

A Christmas Proposal นี่มาพร้อมสูตรหนังรักแบบคุ้นเคย แต่ที่ออกจะพลิกความคาดหมายสักหน่อยคือมันค่อนข้างอร่อยอยู่ครับ ถือว่าทำออกมาได้สนุกกำลังดีเลย

เรื่องของเชฟสาวมาเรีย (Jessica Camacho) ที่เพิ่งออกจากงานเชฟส่วนตัวแบบกะทันหัน ทีนี้เธอก็รับจ็อบขับรถ (คล้ายๆ อูเบอร์) ด้วย และนั่นก็ทำให้เธอไอ้เจอกัน จูเลียน ดิแอซ (Adam Rodriguez) ทนายหนุ่มอนาคตไกล โดยเขากำลังจะกลับบ้านเนื่องในวันคริสต์มาส ทีนี้ระหว่างทางพวกเขาก็ได้คุยกัน ทำความรู้จักกัน จนจูเลียนได้รู้ว่ามาเรียนั้นมีความฝันอยากจะทำฟู้ดทรัคของตัวเอง

ครั้นพอถึงที่หมาย ก็ดันเกิดเหตุอลหม่านไม่คาดฝันส่งผลให้คนในครอบครัวของจูเลียนหลงเข้าใจผิดคิดว่ามาเรียคือแฟนของเขาครับ เรื่องวุ่นวายจึงบังเกิด – แต่ผมคงไม่ต้องบอกนะว่าในที่สุดแล้วมาเรียกับจูเลียนจะได้คู่กันหรือไม่น่ะ

หนังเวิร์กใช้ได้เลยครับ นี่คือถ้าเทียบกับหนังทีวีหรือหนังสตรีมมิ่้งน่ะนะครับ รสชาติจัดว่ากลมกล่อมเข้าท่า พลังสำคัญต้องยกให้เคมีที่เข้ากันของพระนาง ซึ่ง Rodriguez นี่ผมคุ้นเคยพี่แกมานานจากซีรี่ส๋ CSI: Miami บทหนุ่มสายมั่นที่เอาแต่ใจตัวเองนิดๆ แบบนี้ถือว่าเข้ากับมาดของเขาครับ แต่รายที่ฉายแสงเปล่งประกายนี่ผมยกให้ Camacho นะ เธอแสดงได้น่ารักแบบพอเหมาะ และยิ่งบทของมาเรียนั้นเป็นสาวจิตใจงาม ชอบพยายามทำให้คนรอบตัวมีความสุขอยู่เสมอๆ หรือหากใครไม่เข้าใจกันก็จะช่วยเป็นสะพานเชื่อมให้ อะไรเหล่านี้ทำให้คาแรคเตอร์ของมาเรียดูน่ารักยิ่งขึ้น จนเราแทบอยากโดดเข้าจอไปกระซิบบอกจูเลียนว่า “นี่นาย ผู้หญิงดีๆ และน่ารักขนาดนี้ อย่าปล่อยให้หลุดมือเชียวนะ”

บรรยากาศในหนังก็พอเหมาะครับ สมเป็นหนังคริสต์มาส ไม่ว่าจะบ้านของครอบครัวจูเลียนที่ตกแต่งอย่างสวย แล้วก็ตามสถานที่ต่างๆ ที่พวกเขาแวะไป ถือว่าสวยงาม ได้กลิ่นอายวันคริสต์มาสแบบกำลังดี และระหว่างที่จูเลียนกับมาเรียใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ในบรรยากาศดีๆ แบบนี้ ในห้วงอารมณ์ที่อบอุ่นแบบนี้ มันทำให้เข้าใจได้น่ะครับว่ามันไม่แปลกเลยหากพวกเขาจะสปาร์คต่อกัน เพราะนิสัยก็ไปกันได้ ฝ่ายหญิงก็น่ารักแบบนี้ บรรยากาศก็เป็นใจซะขนาดนี้ (หนังไปถ่ายทำกันที่แคนาดาครับ – ดินแดนประจำของหนังสไตล์ Hallmark)

Untitled05956

จะว่าไปมาเรียนก็ให้แง่คิดดีๆ กับคนดูอยู่เป็นระยะๆ เลยนะครับ ผมชอบตอนที่เธอบอกกับจูเลียน (ในขณะที่เขากำลังจะใช้อารมณ์และพูดไม่ดีกับพ่อ) เธอบอกว่า “เมื่อไรที่ฉันหงุดเหงิด ฉันจะรอหนึ่งวันก่อนตัดสินใจ” เป็นประโยคเตือนสติที่ดีเลยครับ และมันเป็นประโยคที่เราควรเอาไว้บอกตัวเองเสมอ ยามที่เรากำลังไม่พอใจแบบจัดๆ แล้วอยากจะพูดอะไรออกไปด้วยอารมณ์ เพราะหากเราพูดออกไปในตอนนั้น มันก็เหมือนน้ำที่สาดออกไปแล้วน่ะครับ เก็บกลับคืนเหมือนเดิมไม่ได้ อาจทำให้เกิดความร้าวฉานหรือผิดใจต่อกัน สู้เราใจเย็นอีกสักนิด คิดให้ดีอีกสักหน่อย รอให้ใจร่มลงก่อนจะเอ่ยอะไรออกไป มันอาจจะดีกว่า

หรือการที่มาเรียสนับสนุนให้คนในครอบครัวดิแอซเปิดอกคุยกัน ก็เป็นอีกหนึ่งความน่ารักของเธอครับ (แม้จะแอบย้อนแย้งหน่อยๆ เพราะเธอเองก็กำลังปิดบังความจริงบางอย่างอยู่เหมือนกัน – แต่ก็พอจะเข้าใจได้น่ะครับ ตามบทน่ะ ตามบท)

โดยรวมหนังถือว่าน่ารักครับ ตอนจบก็ทำให้เรายิ้มได้เช่นเคยสำหรับหนังแนวนี้ แต่กระนั้นหนังก็ยังพร่องบางสิ่งไป อย่างแรกคือบทสมทบแวดล้อมอย่างสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวดิแอซ ไหนจะบทเพื่อนของมาเรียอีก หากพวกเขาได้มีบทมากกว่านี้ก็น่าจะเพิ่มรสชาติให้หนังได้ไม่น้อย เพราะชูรสเยี่ยมๆ สำหรับหนังรักแบบนี้ก็คือตัวละครสมทบที่คอยขโมยซีนและเสริมความน่ารักให้กับหนังน่ะครับ มันจะทำให้เนื้อแน่นขึ้น กลมกล่อมขึ้น

และอีกสิ่งที่ติดในใจผมก็คือ หนังทำให้เรารู้จักตัวตนของมาเรียค่อนข้างมากครับ จนถือว่ามากพอเลยล่ะ แต่ตัวพระเอกอย่างจูเลียนนั้นถือว่ายังมากได้อีก โดยเฉพาะตอนท้ายที่หนังสื่อให้เรารู้ความรู้สึกของมาเรีย (ที่รู้สึกผิดที่หลอกครอบครัวดิแอซ) แต่ตัวจูเลียนนั้นเราจะไม่ค่อยเห็นเขาแสดงออกหรือสื่อความในใจสักเท่าไร ซึ่งผมว่ามันเป็นจุดสำคัญไม่น้อยสำหรับหนังแนวนี้ และยังเป็นฉากที่น่ารักอีกด้วย ยามที่พระเอกเผยความในใจ เผยความประทับใจ หรือยืดอกทำอะไรสักอย่างเพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า “ผมรักผู้หญิงคนนี้มากมายจริงๆ” ฉากแบบนี้กินใจเสมอครับ – ก็แอบเสียดายนิดๆ เพราะหนังเรื่องนี้พร่องฉากแบบนั้นไป เลยอดรู้สึกไม่ได้ว่าตอนท้ายหนังแลนดิ้งเร็วและง่ายไปหน่อย

แต่โดยรวมแล้วหนังก็น่ารักดีครับ สนุกพอตัว น่าดูสำหรับคอหนังรักวันคริสต์มาส อีกทั้งเพลงจบก็ถือว่าเลือกได้เหมาะมากๆ ด้วย

สองดาวใกล้ครึ่งครับ (อีกนิดก็ครึ่งแล้ว จริงๆ นะ)

Star21

(6.5/10)