ซีรี่ส์แนะนำแบบสุดๆ Highly Recommended

Castle Season 1 – 8 (2009–2016)

Untitled08605

จบลงไปแล้วครับสำหรับซีรี่ส์สืบสวนผสมโรแมนติกกลั้วด้วยเสียงฮาที่ทำต่อเนื่องยาวนานมาถึง 8 ปี ซึ่งถ้าพูดถึงความสนุกแล้วก็ถือว่าทำออกมาได้สนุกมากๆ ล่ะครับ จนไม่อยากให้คอซีรี่ส์แนวนี้พลาดกันเลย จัดว่าต้องดูให้ได้ครับ

ท่ามกลางทีวีอเมริกัน (ยุคนั้น ประมาณปี 2009) มีหนังสืบสวนผุดออกมามากมายตามรอยความสำเร็จของ CSI ซึ่งส่วนมากก็จะเน้นเรื่องของทีมหรือหน่วยงานอะไรสักอย่างคอยทำหน้าที่สืบและไขคดี เรียกว่าทำออกมาด้วยสูตรนี้กันจนล้นจอทีเดียว

แต่สำหรับ Castle นี่ถือว่าแหวกแนวออกไปครับ แม้แกนหลักจะว่าด้วยการสืบสวน แต่หนังเติมความโรแมนติกลงไป และมันเป็นความโรแมนติกที่ออกรสมากๆ ด้วยครับ อันนี้ขอชมการแสดงของ Fillion กับ Katic เลย เคมีทั้งคู่เข้ากันดีมากๆ จนเชื่อว่าหลายคนดูไปน่าจะจิกหมอนไปเลยล่ะครับ

ตัวเอกคือ ริชาร์ด แคสเซิล (Nathan Fillion) นักเขียนนิยายสืบสวนชื่อดังที่เกิดอยากจะหากแรงบันดาลใจใหม่ในการเขียน เลยขอท่านนายกเทศมนตรีให้อนุญาตให้เขาไปเกาะติดตำรวจลงสนามสืบคดีของจริง และตำรวจผู้โชคดี (หรือเปล่า) ที่จะโดนแคสเซิลเกาะติดอีกนานหลายปีก็คือ เคท แบ็กเกตต์ (Stana Katic)

ปีแรกถือเป็นปีชิมลางครับ ทำออกมา 10 ตอนทดลองดู และผลก็คือได้รับการตอบรับดี เพราะตัวซีรี่ส์เองทำได้สนุกและเปี่ยมรสชาติครับ ของดีอย่างแรกคือการแสดงของเหล่าดารานำ นอกจาก 2 พระ-นางแล้ว บทสมทบอย่าง มาร์ธา (Susan Sullivan) คุณแม่จอมจุ้นของแคสเซิลก็เรียกเสียงฮาได้เรื่อยๆ

ยังไม่หมดครับ ยังมี Molly C. Quinn ในบทอเล็กซิส ลูกสาวคนสวยของแคสเซิลที่ทำท่าว่าจะฉลาดกว่าพ่อในหลายๆ วาระ ตามด้วย 2 ตำรวจคู่หูเอสโพซิโต้ (Jon Huertas) กับไรอัน (Seamus Dever) ที่ปีแรกอาจจะยังไม่เด่น แต่ยิ่งเวลาผ่านไปความฮายิ่งมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ

อีกคนที่ลืมไม่ได้คือ เลนี่ (Tamala Jones) หมอชันสูตรที่ดูจริงจังมีหลักการ แต่บทจะฮาก็ฮาได้เรื่อยๆ ครับ คนนี้ก็อีก ปีหลังๆ ก็สร้างความฮาได้อีก ยิ่งตอนแท็กทีมกับเอสโพซิโต้ก็ยิ่งฮาครับ

Untitled08606

ปีแรกทำออกมาได้น่าจดจำ เลยมีการทำปี 2 ต่อครับ พร้อมด้วยจำนวนตอนที่จัดเต็มไปเลย 24 ตอนต่อซีซั่น ซึ่งก็ยังทำได้สนุกเหมือนเดิมครับ มาครบทั้งความฮาและความน่ารัก แล้วทีนี้ก็ทำต่อยาวอีกหลายซีซั่นล่ะครับ

ขณะเดียวกันปมคดีฆาตกรรมก็น่าติดตามด้วย โดยปมหลักของซีรี่ส์นี้คือปมเกี่ยวกับแม่ของแบ็กเกตต์ครับ มีการเปรยตั้งแต่ปีแรกๆ แล้วก็หยิบมาเล่นอีกเรื่อยๆ ซึ่งเป็นปมหลักที่ทิ้งปมได้ดี และเพิ่มความมันส์ให้กับหนังได้อย่างเยอะครับ

จุดเด่นอีกอย่างของซีรี่ส์คือการสืบคดีครับ ในขณะที่ซีรี่ส์อื่น มักจะเน้นที่หลักฐานหรือข้อมูล แต่ Castle นี่เน้นมโนเป็นหลักครับ มโนนี่ก็มีทั้งมโนฮาๆ อย่างคดีที่มีความลึกลับเต็มไปด้วยปมแปลกๆ แคสเซิลก็จะจินตนาการว่าผีหรือมนุษย์ต่างดาวเป็นฆาตกรอะไรแบบนั้นเป็นต้น (ซึ่งแต่ละอย่างที่พี่แกมโนก็ฮาทั้งนั้นน่ะครับ)

มโนอีกแบบคือจินตนาการครับ เพราะแคสเซิลเป็นนักเขียน เขาเลยจะคิดในหลายแบบหลายมุม คิดในมุมเหยื่อ มุมฆาตกร มุมนักเขียน หรือไม่ก็คิดนอกกรอบ ซึ่งการคิดแบบนี้อาจไม่ทำให้ได้คำตอบหรือเจอฆาตกรในทันที แต่ก็ทำให้ได้เบาะแสหรือไม่ก็ทำให้สามารถมองหา “หลักฐาน” จนเจอ (ด้วยมุมที่หากคิดด้วยวิธีปกติก็อาจจะไม่เจอ)

แล้วความมันส์มันอยู่ตรงที่แคสเซิลมองแบบมโนแต่แบ็กเกตต์มองแบบอิงหลักฐานและความจริงครับ คู่นี้เลยกัดกันบ่อยมาก ตอนเถียงหรือกัดกันนี่แหละครับคือตอนฮา แต่พอเถียงไปสักพัก ทั้งคู่ก็จะเริ่มจูนสิ่งที่ตนคิดเข้าหากัน จนสุดท้ายก็เลยสามารถหาความจริงได้จากการเอามุมมอง 2 ฝั่ง (ที่อาจจะสุดโต่งอยู่บ้าง) มาเจอกัน

ด้วยเหตุนี้คู่ของแคสเซิลและแบ็กเกตต์เลยเป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ ครับ ฮาก็ฮา แต่ก็ได้งานนะ (คือเถียงกันจนไขคดีได้น่ะครับ) แล้วก็ตามด้วยความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันในเวลาต่อมา

หากให้สรุปแบบไม่สปอยล์แล้ว ปี 1 สนุกครับ ปี 2 – 5 ก็สนุกขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งมามันส์แบบโคตรๆๆๆๆๆๆ ตอนปี 6 ที่ถือเป็นปีที่พีคที่สุด สนุกมันส์ลืมโลกที่สุด จนจริงๆ ควรจะจบตั้งแต่ปี 6 น่ะครับ แต่ด้วยเรตติ้งที่ดีเลยทำต่อ ปี 7 ก็ยังพอสนุกครับ แต่ปี 8 นี่ความสนุกดร็อปลง อีกทั้งความสัมพันธ์ในกองถ่ายระหว่าง Fillion กับ Katic ก็ไม่ค่อยดีเท่าไร เลยทำให้เรื่องจบลงในปี 8

เอาล่ะครับ ต่อจากนี้ขอเล่าแบบสปอยล์หน่อย ในฐานะที่ตามมาตั้ง 8 ปี ก็เลยมีเรื่องอยากเล่าอยากพูดอยากแบ่งปันบ้าง ดังนั้นถัดจากนี้ไปก็จะสปอยล์แล้วนะครับ หากไม่อยากทราบขอให้หยุดอ่านเลยครับ

CASTLE ABC s Castle stars Ruben Santiago Hudson as NYPD Captain Roy Montgomery Susan Sullivan as

+++ สปอยล์โซน +++

อย่างแรกคือเรื่องความสนุกครับ ผมชอบปมเรื่องแม่แบ็กเกตต์ที่นำมาสร้างความน่าติดตามได้อย่างดีมากๆ จังหวะการทิ้งปมก็พอเหมาะ ไม่มากไป ไม่น้อยไป มันทิ้งปมจนทำให้เราสนุกที่จะติดตามไปเรื่อยๆ มีการหักมุม มีอะไรคาดไม่ถึงบ้าง มันเป็นการทิ้งปมที่ลงตัวไม่แพ้ซีรี่ส์อย่าง The X-Files เลย

ซึ่งที่เป็นแบบนั้นก็ไม่แปลกครับ เพราะผู้อำนวยการสร้างซีรี่ส์นี้ก็คือ Rob Bowman ศิษย์ก้นกุฏิอีกคนของ The X-Files นั่นเอง ในขณะที่ตัวคนคิดพล็อตหลักคือ Andrew W. Marlowe แห่ง Air Force One และ End of Days

ผมชอบที่หนังสร้างคาแรคเตอร์ตัวร้ายบอสใหญ่ได้อย่างเจ๋งครับ เป็นบอสที่ดูร้ายจริง ฉลาดจริง จนพอถึงตอนที่แคสเซิลกับแบ็กเกตต์ต้องไล่จัดการเขานี่เป็นเหมือนมวยคู่เอกที่ไม่รู้ว่าจะซัดกันให้คว่ำได้ยังไง เพราะต่างฝ่ายต่างก็เก่ง และฝ่ายผู้ร้ายดูจะได้เปรียบด้วย เพราะอำนาจในมือมีเยอะกว่าฝ่ายพระเอก-นางเอกมากมาย

ด้วยเหตุนี้การขับเคี่ยวระหว่างพวกแคสเซิลกับบิีกบอสที่อยู่เบื้องหลังการฆ่าแม่แบ็กเกตต์เลยเป็นอะไรที่สนุกมากครับ และความสนุกก็มาพุ่งถึงขีดสุดในปีที่ 6 นี่แหละ

ปี 6 เป็นปีที่มันส์มากๆ เป็นการขมวดปมเรื่องของแม่แบ็กเกตต์ได้อย่างออกรสมากๆ ยิ่งตอนจะเล่นงานตัวการใหญ่นี่ทำออกมาได้ลุ้นสุดๆ ครับ กดดันและตื่นเต้นได้อีก ลุ้นแบบเดาไม่ออกเลยว่าเรื่องมันจะไปจบลงตรงไหน แล้วพอแบ็กเกตต์ทำสำเร็จนี่เราก็อึ้งไปพร้อมเธอน่ะ เพราะเธอก็เหมือน Blank ไปชั่วขณะหนึ่งว่า “นี่ฉันทำได้แล้วเหรอ?”

อารมณ์ผมตอนดูเหมือนตอนเล่นเกมไปถึงด่านบอสสุดท้ายน่ะครับ ประมาณว่าเราเหลือแค่ 1 Life เหลือพลังแค่ไม่กี่ขีด แต่ก็ต้องสู้แบบสุดใจ กดรัวจอยแบบยิ๊กๆๆๆ เพื่อเอาชนะมันให้ได้ โดยที่ใจก็รู้ว่ามันคือบอส มันชนะยาก และเราอาจชนะมันไม่ได้

Untitled08608

… แต่พอเราชนะได้ อารมณ์มันเหมือนอึ้งว่าเราชนะได้แล้วจริงๆ ใช่ไหม… ประเด็นคือตอนไคลแม็กซ์ที่ว่านี้ หนังทำเหมือนเราเป็นคนร่วมรัวจอยกับแบ็กเกตต์น่ะครับ มันลุ้น มันเกร็งตาม และพอเธอทำได้ ก็เหมือนเราทำได้ มันฟิน มันเบา มันโล่งตาม… บอกได้เลยครับว่ามีหนังและซีรี่ส์ไม่กี่เรื่องหรอกที่ทำให้เรารู้สึกขนาดนี้ได้ แต่เรื่องนี้ทำได้สำเร็จ

ดังนั้นจริงๆ ผมว่ามันควรจบตอนปี 6 น่ะครับ เพราะทุกอย่างมันจบบริบูรณ์แล้วนะ แต่ทีมงานก็พยายามทำต่อ พยายามยืดเรื่องในปี 7 ซึ่งถ้าพูดถึงความสนุก ผมว่าทีมงานก็ยังพยายามอยู่ล่ะครับ มันเลยพอจะสนุกบ้าง แต่ความสนุกก็ไม่มากเท่าปีก่อนๆ (เป็นที่รู้กันว่า Marlowe เป็นครีเอทีฟหลักจนถึงแค่ปี 6 เท่านั้น ครั้นพอปี 7 เขาก็ถอยไปเป็นแบ็ค แล้วดันคนอื่นมาครีเอทเรื่องแทน)

แต่หากไม่คิดมาก ปี 7 ก็ยังพอสนุกครับ และสำหรับผมนะ ผมถือว่าปี 7 คือปีจบ เพราะตอนจบปี 7 ก็ถือว่าพอเหมาะพอดีแล้ว ทว่าก็ยังมีการเข็นปี 8 ตามมาอีก (ตามความต้องการของช่อง) ซึ่งปี 8 จริงๆ ก็พอไหว แต่เสน่ห์มันหายไปครับ ความสนุกและความลับมันไม่มากเท่าปี 1 – 6 อีกต่อไป และที่แย่หนักคือทีมงานพยายามสานต่อปม พยายามจะบอกว่า “บิ๊กบอส” ที่ถูกโค่นไปในปี 6 นั้น แท้จริงแล้วยังมี “บิ๊กบอสกว่า” บงการอยู่ และ “บิ๊กบอสกว่า” คนนี้ก็ถูกระบุว่าน่ากลัวกว่า “บิ๊กบอส” อย่างมาก

แต่เอาเข้าจริงแล้วมันไม่ใช่เลยครับ “บิ๊กบอสกว่า” ที่ทีมงานพยายามสร้างมันทำให้เรื่องดูไถลออกไปนอกลู่เยอะมาก คือดูบารมีแล้วมันไม่มีทางใหญ่กว่า “บิีกบอส” เลยนะ จนทำให้รู้สึกว่าปี 8 นี่ไม่น่าพยายามทำต่อ เพราะมันเสียกระบวนของเรื่อง ไหนๆ ปมแม่แบ็กเกตต์ก็จบบริบูรณ์ไปแล้ว พอพยายามปลุกขึ้นมาอีกมันเลยดูไม่เวิร์กน่ะครับ

ต้องยอมรับว่าปี 7 – 8 ความสนุกดร็อปลงส่วนหนึ่งเพราะทีมงานพยายามเขียนบทให้แคสเซิลและแบ็กเกตต์ต้องแยกกันทำงาน ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการฆ่าเสน่ห์ของซีรี่ส์นี้น่ะครับ ในเมื่อความสนุกมันจะมีเยอะยามทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันต่างหาก เลยทำให้ปี 7 – 8 มันไม่เวิร์กเท่าที่ควร (ตอนดูปี 8 ตอนที่ 1 – 2 นี่ผมอุทานออกมาเลยว่า “นี่จะแยกคู่นี้อีกแล้วเรอะ? อะไรฟะ?” แต่ก็พอเข้าใจว่าทีมงานพยายามยืดเรื่องให้มันครบ 22 ตอนน่ะครับ เลยพยายามหาปมใส่ลงไป)

สรุปว่า ผมชอบปี 1 – 6 มากๆ ครับ ส่วนปี 7 นี่แม้จะพยายามต่อเรื่อง แต่ก็ยังพอทำเนา ผมเลยยกให้เป็นภาคผนวกดูต่อกันได้ แต่ปี 8 นี่ แม้มันจะไม่ได้แย่เกินหรือเลวร้ายเกิน แต่ด้วยความที่มันพยายามยืดเรื่องและพยายามขุดปมเก่ามาต่อใหม่ (แบบไม่เวิร์กนัก) เลยทำให้ผมอยากแนะนำว่า ปี 8 ไม่ต้องดูต่อก็ได้ครับเพราะผมว่าจบที่ปี 7 ยังจัดว่าประทับใจนะ (ยกเว้นอยากดูให้ครบก็ว่ากันไป)

ปล. ขอชื่นชม Fillion กับ Katic ที่แสดงคู่กันได้น่ารักมากๆ ทั้งที่ในความจริงแล้วทั้งสองมีปัญหากันบ่อยมาก ยิ่งปี 8 นี่ Katic ถึงขั้นทวิตเลยครับว่าไม่ไหวกับการกระทำของ Fillion มากๆ และจริงๆ เธอคิดว่าจะออกจากโชว์ตั้งแต่ปี 7 นะ แต่ผู้สร้างช่วยกันขอไว้ เธอเลยยอมมาเล่น แต่พอกลับมาเล่นแล้วมีเรื่องกับ Fillion แบบไม่เลิกรา เธอเลยยืนกรานว่ายังไงก็จะเลิกเล่นหลังจบปี 8 แน่ๆ

ตอนแรกทางช่องอยากให้ทำ Castle ต่อ โดยไม่มีแบ็กเกตต์ ประมาณว่าจะให้แคสเซิล, ไรอัน และเอสโพมาเล่นเป็นตัวหลัก แต่ดูจากท่าทีแล้วมันไม่เวิร์กแน่ๆ ล่ะครับ สุดท้ายก็เลยจบที่ปี 8 (ตอนจบปี 8 เป็นอะไรที่ดู “รีบหาทางลง” มากๆ ถ้าจะว่าไปแล้ว)

สรุปอีกรอบ ดูแค่ปี 7 แล้วจบก็ได้ครับ

สามดาวครับ

Star31

(8/10)

NATHAN FILLION, SUSAN SULLIVAN