รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Sadako vs Kayako (2016) ซายาโกะ ปะทะ คายาโกะ ดุ..นรกแตก

15003214_1378584485505682_7229538862349255039_o

ออกตัวเลยครับว่าผมชอบ The Ring ภาคแรกภาคต้นฉบับของญี่ปุ่น มันถือเป็นหนังสยองแนวหลอน ผสมการสืบสวนเพื่อแก้คำสาปที่ทำได้ลงตัวมากเรื่องหนึ่ง ชนิดที่จะเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งหมุดไมล์สำคัญของหนังสยองก็ว่าได้

ในขณะที่ Ju-On นั้น เอาเข้าจริงๆ ผมชอบภาคแรกนะ หมายถึงภาคแรกเริ่มที่ทำออกมาเป็นวีดีโอน่ะครับ (ที่บ้านเรานำเข้ามาในชื่อ Ju-on 3 น่ะครับ จริงๆ มันคือภาคต้นฉบับ ในขณะที่ภาคฉายโรงอันเป็นที่มาของผีผ้าห่มนั้น จริงๆ คือภาค 3 แล้วครับ)

Ju-on ต้นฉบับนั้นถือว่าทำได้น่ากลัวครับ หลอนดี แม้มันอาจจะดูอ่อนเหตุผลในหลายๆ ประเด็น แต่หากมองในแง่บรรยากาศแล้วก็ถือว่าหนังทำได้น่ากลัวพอสมควร แต่ก็นั่นล่ะครับ ผมมองว่า Ju-on ออกแนวเป็นหนัง Cult ครับ คือไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบ บางคนมองเป็นหนังตลกไปเลยก็มี (แต่ผมอยู่ในกลุ่มชอบครับ… ภาคแรกนะ)

และการเอา 2 ผีในตำนานของญี่ปุ่นมาตีกันก็ถือเป็นแมทช์ที่น่าสนใจไม่แพ้ Freddy vs Jason หรือ Alien vs Predator ครับ แต่ลึกๆ ผมก็เผื่อใจไว้นะ เพราะ Ju-on ภาคหลังๆ มันก็ชักจะออกทะเลมากขึ้นเรื่อยๆ

ในแง่เนื้อเรื่อง ก็ถือว่าหนังพยายามอยู่นะครับ ผมชอบฉากตอนต้นเรื่องในห้องเรียนน่ะครับ หนังเปิดมาก็เอาตำนานผีญี่ปุ่นเก่าๆ มาเกริ่นไม่ว่าจะนางปากฉีก, คุณฮานาโกะ ก่อนจะพูดถึงซาดาโกะและคายาโกะ ก็ถือเป็นการลิ้งค์ 2 ผีในหนังเข้ากับผีในตำนานได้น่าสนใจดี

แล้วหนังก็แนะนำให้เรารู้ว่ากฎกติกาคำสาปของซาดาโกะในเรื่องนี้เปลี่ยนไป จากของเดิมจะตายใน 7 วัน มาฉบับนี้เจ๊ซาดาโกะรวบรัดในการฆ่า ให้เวลาแค่ 2 วันก็จะมาเอาชีวิตแล้ว ซึ่งก็มีตัวละครในเรื่องไปดูวีดีโอคำสาปเข้าโดยบังเอิญน่ะครับ จุดนี้จริงๆ ถือว่าวางเหตุผลในการดูได้ดีครับ ตอนแรกก็นึกเหมือนกันว่าคนสมัยนี้จะเอาวีดีโอมาดูทำไม แต่หนังก็ผูกเรื่องได้ดี ซ้ำยังแอบสะเทือนใจหน่อยๆ ด้วย

แล้วพอมีคนดูวีดีโอ ก็เลยต้องมีการหาทางแก้คำสาปครับ ในขณะที่เรื่องทางฟังคายาโกะนั้นก็ว่าด้วยครอบครัวหนึ่งย้ายบ้านมาอยู่ใกล้บ้านผีดุในเรื่องพอดี แล้วเธอก็ค่อยๆ เจอกับอาถรรพ์ของบ้านทีละน้อยๆ

ในแง่ปริมาณแล้ว หนังจะเทเรื่องไปทางฝั่งการแก้คำสาปซาดาโกะมากกว่าครับ ส่วนเรื่องบ้านผีของคายาโกะเหมือนจะมีปริมาณบนจอน้อยกว่า แต่ก็พอเข้าใจครับเพราะเรื่องฝั่งคายาโกะจริงๆ ก็ไม่มีอะไร เจ๊แกก็คลายมาฆ่าแบบเดิมๆ ใครเสนอหน้าเข้าไปในบ้านก็โดนเก็บเรียบ ในขณะที่เรื่องการแก้คำสาปมันมีรายละเอียดให้เล่ามากกว่า

ถ้าถามว่าหนังเป็นอย่างไร ก็บอกได้ว่าดูได้เรื่อยๆ สำหรับคอหนังแนวนี้ครับ มันไม่ได้ดีหรือสดใหม่อะไร แต่หนังก็พยายามที่จะใส่อะไรใหม่ๆ ลงไปนะครับ อย่างพิธีไล่ผีเพื่อปราบคำสาปซาดาโกะ หรือการใส่ตัวละครหมอผีมาช่วยสู้กับผี แต่ของใหม่ๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้มีการต่อยอดจนถึงจุดที่น่าสนใจครับ

ส่วนความน่ากลัว ก็ต้องแล้วแต่รสนิยมครับ หากใครดูหนัง Ju-on แล้วขำ ก็คงไม่อะไรมากกับเรื่องนี้ (ผมว่าความหลอนภาคนี้น้อยกว่า Ju-on ภาคแรกเยอะเลย) ในแง่การสืบสวนหรือหาทางแก้คำสาปก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร เหมือนบทเขียนไปให้เจอคำตอบทีละเปลาะๆ แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดความน่าติดตามหรือความลุ้นอะไรนัก

แล้วก็มาถึงคำถามสำคัญครับ สรุปว่าเจ๊ซาดาโกะไฝว้กับเจ๊คายาโกะได้มันส์ไหม… ก็กลางๆ ครับ หลายจุดดูน่าสนใจ อย่างอำนาจเจ๊ซาดาโกะเวลาตีกับผีแม่ลูก แต่มันก็ไม่ได้สนุกหรือสะใจอะไรขนาดนั้น เหมือนแม้หนังจะพยายามใส่ความใหม่ลงไป แต่มันก็ยังมีกรอบกติกาบางอย่างที่ทีมงานไม่กล้าฉีก ผลที่ได้เลยไม่มีอะไรหวือหวาครับ

ส่วนตอนจบ… ก็เข้าอีหรอบ “ตูว่าแล้ว” ก็กะอยู่แล้วล่ะครับว่ามันคงจบแบบนี้

โดยรวมแล้วหนังก็เรื่อยๆ ครับ น่ากลัวสำหรับคนที่กลัวเรื่องนี้ น่าขำสำหรับคนที่ขำกับหนังชุดนี้มาตลอด… ถ้าจะมีอะไรให้พูดถึงแบบจริงๆ จังๆ เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ล่ะก็ คือน้องนางเอก Mizuki Yamamoto ครับ น่ารักมากมาย (555)

++++++ ถัดจากนี้ไปมีสปอยล์นะครับ ไม่อยากทราบข้าม แต่ขอพูดถึงหน่อยแล้วกัน ++++++

ผมว่าหนังไม่กล้าฉีกกฎบางอย่างของผีทั้งสองตนน่ะครับ อย่างเจ๊คายาโกะแกก็คลานอยู่ร่ำไป ผีแป้งเด็กโทชิโอะก็นั่งยองอยู่ร่ำไป ในขณะที่เจ๊ซาดาโกะดูจะมีอะไรใหม่บ้าง อย่างการใช้ผมมาสู้ (แต่เอาเข้าจริงมุก “เส้นผมสังหาร” นี่ เจ๊คายาโกะก็เคยใช้มาแล้ว)

จริงๆ หนังมาถึงจุดนี้แล้วน่ะครับ ถ้ากล้าเดินกล้าแหวกให้มันสุดๆ ก็คงดี (เหมือนตอนดู Shin Godzilla แล้วอ้าปากเหวอกับ “วิชาใหม่ๆ” ของพี่ก็อตน่ะครับ มันต้องอารมณ์นั้นน่ะ) แต่ผลที่ได้ก็ถือว่าเป็นอะไรเดิมๆ อยู่ครับ แต่ถ้าโอเคกับหนังชุดนี้ก็น่าจะโออยู่บ้าง เพียงแต่ไม่มีอะไรเกินคาดเท่านั้น

ดาวครึ่งครับ

Star12

(5/10)

 

Advertisements