รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Lincoln (2012) ลินคอล์น

12107037_1088276774536456_1572420671793280997_n

Lincoln ถือเป็นหนังประวัติศาสตร์ที่ทำออกมาได้อย่างสมศักดิ์ศรี

คือมันอาจไม่ใช่หนังที่ดีเลิศหรือสุดยอดของผู้กำกับ Steven Spielberg ครับ แต่พูดได้เต็มปากว่าหนังออกมาดี ส่วนสำคัญก็เพราะได้องค์ประกอบดีๆ มารวมพลังกัน

เริ่มจากดาราที่แสดงดีถึงดีมาก เสริมความเข้มข้นให้กับหนังได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะ Daniel Day-Lewis (ที่คว้าออสการ์ไปครองได้อย่างเหมาะสมสุดๆ กับบทลินคอล์น) ตามด้วย Sally Field, David Strathairn, Joseph Gordon-Levitt, James Spader, Hal Holbrook, Tommy Lee Jones, John Hawkes, Bruce McGill, Tim Blake Nelson, Lee Pace, Michael Stuhlbarg และ Jared Harris ทุกคนเล่นได้ดีไม่น้อยหน้ากัน ทำให้หนังน่าติดตามและน่าสนใจอยู่ตลอด

บอกตรงๆ ว่าแค่ดูดาราก็คุ้มค่าแล้วล่ะครับ

ในแง่ของเนื้อเรื่องก็จับเอาเรื่องช่วงที่ลินคอล์นพยายามจะผลักดันกฎหมายให้มีการเลิกทาสทั้งอเมริกา ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีแรงต้านแบบเข้มข้นจากฝ่ายใต้และพวกเจ้าของทาสที่เสียผลประโยชน์ หรือกระทั่งฝ่ายเดียวกับลินคอล์นเองก็ยังมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยผสมปนเปกันไป ซึ่งตั้งแต่ต้นจนจบหนังก็จะแสดงให้เราเห็นครับว่าลินคอล์นต้องรับมือกับอะไรบ้าง เพื่อที่จะเลิกทาสให้ได้สมดังความตั้งใจ

ตัวหนังจับเอาเรื่องทางประวัติศาสตร์มาเล่าพอสมควรครับ ดังนั้นหากใครมีพื้นมาก่อน ก็จะทำให้ดูหนังได้อย่างสนุกและมีอรรถรสมากขึ้น ในขณะที่ใครหากไม่คุ้นเคยกับประวัติศาสตร์ส่วนนี้มาก่อนเลยก็อาจต้องใช้เวลาในการตามเรื่องพอสมควร เรียกว่าตอนต้นๆ อาจมึนอยู่บ้างว่าใครเป็นใคร แต่หากดูๆ ไปแล้วคอยเก็บรายละเอียด พอเราเข้าใจเรื่องแล้วเดี๋ยวความสนุกก็จะค่อยๆ ไหลมาเองครับ

แต่หากใครไม่ชอบหนังประวัติศาสตร์การเมืองย้อนยุค หนังเรื่องนี้ก็อาจไม่ใช่หนังที่เหมาะสำหรับท่านก็ได้ (แต่กระนั้นก็อยากให้ลองอยู่ดีครับ เพราะหนังทำออกมาได้ดีจริงๆ)

องค์ประกอบอื่นๆ ที่ยอดเยี่ยมก็ได้แก่การกำกับภาพระดับเทพของ Janusz Kaminski ที่คุมอารมณ์ของหนังได้อย่างพอเหมาะ (อยากให้เครียดก็มีมุมกล้องกดดันหน่อย หรือถ้าอยากให้เบาๆ ก็มาพร้อมมุมกล้องที่ไม่ตีกรอบอะไรนัก เป็นต้น) ตามด้วยการตัดต่อที่พอดีของ Michael Kahn และดนตรีดีๆ ของ John Williams ทั้งหมดนี้ทำหน้าที่สอดประสานกันได้อย่างน่าปรบมือทีเดียว

ในส่วนของเนื้อหาก็เล่าได้ดีครับ หนังตีประเด็นหลายๆ อย่างแม้มันจะไม่ได้ลงลึกถึงขั้นจุดประเด็นแรงๆ แต่ก็ชวนให้เราคิดครับ ชวนให้เรามองเหตุการณ์นี้จากหลากแง่มุม เช่น การจะเลิกทาสนี่ คนที่เห็นด้วยก็มีเหตุผลในแบบของเขา และคนที่ไม่เห็นด้วยก็มีเหตุผลในแบบของตนเหมือนกัน (แต่จะสมเหตุผลหรือเป็นเหตุผลที่ดี/เห็นแก่ตัวก็ต้องมาพิจารณากันอีกที)

หนังทำให้เราเห็นภาพการเหยียดผิวที่ซึมลึกอย่างแรงสำหรับหลายๆ คน เขามีเหตุผลและความคิดสนับสนุนการเหยียดผิวแบบเต็มที่ และเชื่อในเหตุผลที่ว่าแบบเต็มร้อย ซึ่งก็ทำให้เห็นล่ะครับว่าความเชื่อมันมีอำนาจมากนะ ถ้าเราเชื่ออะไรฝังหัวล่ะก็ มันก็ยากจะถอนหรือหักล้างได้ง่ายๆ ไม่ว่าที่เราเชื่อจะถูกหรือผิดก็ตาม แต่ลองว่าเราเชื่อแล้ว หลายคนก็พร้อมจะปกป้องความเชื่อนั้นประหนึ่งปกป้องชีวิตตน

เรื่องทาสในสมัยนั้นมันไม่ใช่แค่เพราะคนรวยอยากมีคนใช้เท่านั้นครับ แต่มันมีการเหยียดแบบอ้างอิงถึงพระเจ้ากันเลยทีเดียว จึงไม่แปลกใจที่ลินคอล์นต้องทำงานหนักมาก บางครั้งสิ่งที่เขาทำก็อยู่บนเส้นทางสีเทา แต่เขาก็ทำโดยยึดว่าตนยอมเดินบนเส้นทางเทาๆ บ้าง ก็เพื่อให้มันนำพาประเทศไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องยิ่งกว่า (ซึ่งเรื่องนี้ก็คงมีทั้งคนที่เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วยเป็นธรรมดา)

หนังมีหลายฉากที่ผมชอบครับ ที่ชอบมากๆ คือตอนแธดเดียส (Jones) ตอกกลับฝ่ายตรงข้ามอย่างมีสติจนทำให้ฝ่ายตรงข้ามที่ตอนแรกกะจะยั่วโทสะแธดเดียสอึ้งพูดไม่ออกไปเลย และคำตอกกลับก็สะใจดีแท้ๆ

สรุปได้เลยว่าหนังดีน่าดูครับ ยกเว้นไม่ชอบประวัติศาสตร์เลยก็ไม่ว่ากัน ^_^

สามดาวครับ

Star31

(8/10)

 

Advertisements