รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Overnight (2015) ชั่วข้ามคืน

12440455_1147412005289599_3302728376893789571_o

หนังดราม่าผสมตลกฟอร์มเล็กที่เนื้อหาดูน่าสนใจดีครับ โดยเฉพาะกับคนที่มีครอบครัวแล้ว

เรื่องของ อเล็กซ์ (Adam Scott) และ เอมิลี่ (Taylor Schilling) คู่สามีภรรยากับลูกชายตัวน้อยที่เพิ่งย้ายมาอยู่ลอสแองเจลิส ซึ่งพวกเขาก็ต้องปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตคนเมือง อีกทั้งชีวิตครอบครัวที่หลังจากพวกเขามีลูกแล้ว อะไรๆ ก็เปลี่ยนไป ที่เคยหวานก็หวานได้น้อยลงอะไรแบบนี้เป็นต้น

ทีนี้ที่สวนสาธารณะพวกเขาก็ได้เจอกับ เคิร์ท (Jason Schwartzman) และ ชาร์ล็อตต์ (Judith Godrèche) คู่รักลึกลับที่ชวนให้พวกเขาให้มา “เดทแบบเป็นครอบครัว” กล่าวคือเป็นการพาสองครอบครัวมาเจอกันน่ะครับ แล้วนั่นก็นำไปสู่คืนประหลาดๆ อีกคืนที่อเล็กซ์และเอมิลี่จะไม่มีวันลืม

หนังไม่ใช่แนวสยองครับ อันนี้บอกก่อนเลย เพราะพล็อตฟังๆ ไปอาจทำให้นึกว่าคู่รักลึกลับนี่จะพาพวกตัวเอกไปเชือดหรือเปล่า ไม่ต้องห่วงครับ ไม่มีการฆ่าหรือการเชือดในเรื่องนี้ มันคือหนังตลกว่าด้วยชีวิตคนมีครอบครัวที่ถือว่าน่าสนใจอยู่เหมือนกัน

ประเด็นหลักก็คือการเอาเรื่องจริงของชายหญิงที่มีลูกแล้วมาพูดเล่นน่ะครับ เพราะชีวิตก็จะเปลี่ยนไป จากเดิมตอนเป็นแฟนกันหรือยังมีไม่ลูก การจะเที่ยวเตร่เฮฮา หรือจะสวีทหวานแหววแค่ไหนนั้นก็เป็นอะไรที่ทำได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

แต่พอมีลูกแล้ว เอาแค่ตอนเช้านี่จะมาจู๋จี๋ก็ไม่มีทางล่ะครับ เราต้องตื่นมาดูแลงานในบ้าน ดีไม่ดีลูกวิ่งมาปลุกเราถึงเตียงก็มี และจากนั้นไปจนหมดวัน ชีวิตของเราก็จะมีคำว่า “ความรับผิดชอบ” และ “ครอบครัว” เป็นแกนหลักไปจนตลอด จนกว่าหัวจะถึงหมอนเลยทีเดียว

และเมื่อถึงจุดหนึ่ง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับที่คนเป็นพ่อเป็นแม่จะมีคำถามผุดขึ้นมาว่า “แล้วเวลาของฉันอยู่ไหนหนอ?” ซึ่งมันไม่แปลกหรอกครับ เพราะเราเหนื่อยได้ เราหวนคิดถึงวันที่มีอิสระกว่านี้ได้ เพราะเราก็เป็นคนน่ะครับ แม้จะเข้าใจคำว่าความรับผิดชอบแค่ไหน แต่วันที่ไฟอ่อน วันที่เหนื่อยหนัก มันก็อดไม่ได้ที่จะหวนมานึกถึงตัวเองบ้าง

จริงๆ หนังเปิดประเด็นหลายอย่างได้ไม่เลวครับ แต่จุดอ่อนเลยก็คือการเดินเรื่องยังไม่น่าติดตามพอ จริงๆ นักแสดงน่ะไม่มีปัญหาครับ โดยเฉพาะ Schwartzman ที่มืออาชีพอยู่แล้ว แต่ความสนุกจะน้อยไปหน่อย (เพราะจริงๆ หนังมันคือแนวตลก ไม่ใช่ดราม่าหนักหัว)

และประเด็นที่ว่าน่าสนใจก็ยังเอามาเล่นได้ไม่เต็มที่ จริงๆ พวกแง่มุมเรื่องครอบครัว ชีวิตโสด ชีวิตแต่งงาน หรือชีวิตคนเป็นพ่อเป็นแม่นั้นเอามาเล่นได้เยอะครับ สามารถขุดประเด็นมาเปิดให้ตัวละครพูดหรือถกกันได้มากมาย แต่หนังก็ไปไม่ถึงจุดนั้น ประเด็นที่เอามาพูดยังถือว่าผิวๆ และยิ่งการเดินเรื่องออกมาธรรมดาด้วยแล้ว เลยทำให้ความน่าสนใจลดลงไปตามลำดับ

ก็ถือเป็นหนังที่เกือบจะน่าสนใจครับ แม้ความสนุกจะไม่เยอะ และยังทำได้ดีกว่านี้อีกก็ตาม แต่อย่างน้อยก็มีสาระให้คนที่มีลูกหรือมีครอบครัวแล้วเก็บกลับมาไตร่ตรองเป็นการบ้าน ไม่ว่าจะเรื่องการหา Space ของตนเองบ้าง รู้จักหาเวลาพักเพื่อผ่อนคลายจิตใจบ้าง หรือการวางบางบทบาทลงในบางวาระ เพื่อบรรเทาความหนักในกายเราลงไปบ้าง

และที่ลืมไม่ได้คือ อย่าลืมเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตครับ เพราะบางครั้งไอ้อะไรใหม่ๆ นี่แหละที่อาจจะเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตของเราก็ได้ครับ (แต่สิ่งใหม่บางสิ่งก็ต้องแล้วแต่วัฒนธรรมด้วยนะครับ เพราะบางอย่างมันอาจเหมาะกับวัฒนธรรมประเทศอื่น แต่อาจไม่ชินเมื่อมาอยู่กับบ้านเรา)

สรุปว่าหนังไม่ได้เด็ดหรือน่าดูอะไรมากขนาดนั้นครับ ว่าตามจริงคือผมดูก็เพราะพล็อตมันชวนให้คนมีครอบครัวแล้วอย่างผมสนใจ เผื่อจะได้แง่มุมอะไรใหม่ๆ บ้าง แต่เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจมากดังที่คาดคิดครับ ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6/10)