รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Guest (2014)

13239326_1234975269866605_2470047763938208687_n

ผลงานระทึกขวัญผสมแอ็กชัน โดยผู้กำกับ Adam Wingard และมือเขียนบท Simon Barrett ที่กอดคอกันดังจาก You’re Next ครับ

พล็อตหนังเรื่องนี้จะว่าเดิมก็เดิมนะ แต่มันก็เหมือน You’re Next น่ะครับ นั่นคือแม้พล็อตจะเดิม แต่การเดินเรื่องและจังหวะบางอย่างมันจะไม่ใช่อะไรเดิมๆ มันจะมีความแปลก ความสด หรือไม่ก็ความคาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้ตลอดในหนังเรื่องนี้

Dan Stevens รับบทชายปริศนาที่แนะนำตัวว่าชื่อ เดวิด โดยเขาแวะมาหาครอบครัวปีเตอร์สัน แล้วก็บอกว่าเขาคือเพื่อนของลูกชายของครอบครัวนี้ที่เพิ่งเสียชีวิตไปกลางสนามรบ ซึ่งคนในบ้านก็ไม่เอะใจครับ ให้การต้อนรับอย่างดี เพราะเดวิดก็ดูเป็นคนสุภาพและไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง

แต่ท่านคงพอเดาออกใช่ไหมครับ ว่านายเดวิดคนนี้ไม่ได้เป็นแบบที่เราเห็น เขามีความลับบางอย่าง และความลับที่ว่าก็น่ากลัวไม่ใช่เล่น และพอความลับนั้นเริ่มเปิดเผย ความสยองก็เริ่มก่อตัว

หนังโอเคกว่าที่ผมคิดครับ ถือว่าน่าติดตามพอตัว และจุดเด่นคือการเดินเรื่องที่บางทีก็อยู่ในขนบ แต่บางทีก็แหวกขนบซะจนเรางงเลยว่า “นี่พี่เล่นกันอย่างนี่เลยเหรอ” ซึ่งมันก็เพิ่มความน่าสนใจให้กับหนังได้ไม่เลวเลย

ผมคิดว่าคงไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบสไตล์ผสมๆ ของหนังเรื่องนี้ครับ แต่ก็อยากให้ลองดู โดยเฉพาะคอหนังสยองขวัญ ระทึกขวัญแบบ “ความสยองค่อยๆ ก่อตัว”

สำหรับผมนั้น มันดูเพลินดีครับ ตอนแรกก็มาแนวหนังดราม่า (ที่ได้อารมณ์หนังลึกลับแฝงอยู่) ซึ่งมันก็ลงสูตรเดิมๆ เลยนะ เช่นว่า เดวิดจะต้องผูกสัมพันธ์กับลูกๆ ของครอบครัวนี้ เรียกว่าทำตัวดีคล้ายๆ ฮีโร่ แต่สักพักก็จะเกิดเหตุไม่คาดฝัน พี่แกจะทำอะไรที่เราคิดไม่ถึง ซึ่งเป็นการเผยความน่ากลัวออกมา แล้วจากนั้นอารมณ์หนังจะน่ากลัวทีละน้อย จนไปจัดหนักกันตอนท้าย

ซึ่งอะไรเหล่านี้มันไม่ใหม่ซะทีเดียวครับ แต่ด้วยจังหวะการนำเสนอของหนัง มันออกมาโอเค และดึงความสนใจจากเราได้ การทิ้งปมมันพอเหมาะ มันกระตุ้นให้เราอยากรู้ว่าตกลงเดวิดคือใครและมาทำอะไรกันแน่ แม้การเฉลยปมจะไม่ได้เป็นอะไรที่ชวนอึ้งมากมายนัก แต่อย่างที่บอกครับว่าจังหวะดีๆ ที่หนังนำเสนอ มันประคองให้หนังไม่น่าเบื่อจนเกินไป

นอกจาก Stevens แล้วก็มีดารารุ่นเก่าอย่าง Sheila Kelley (Matchstick Men), Leland Orser (ไตรภาค Taken), Lance Reddick (ซีรี่ส์ Fringe) และ Ethan Embry (That Thing You Do!) ซึ่งแต่ละคนก็ทำหน้าที่ได้ดีครับ

ผมรู้สึกอย่างหนึ่งว่าหนังทำออกมาเหมือนคารวะหนังเก่าๆ ยุค 80 ไม่ว่าจะสไตล์หรือการเดินเรื่อง หรือกระทั่งโลเกชั่นที่ดูเป็นชุมชนเล็กๆ (ชวนให้นึกถึง Road House อยู่ในที) ซึ่งอะไรเหล่านี้ก็เลยทำให้รสของหนังมันมีความเด่นอยู่ครับ เรียกว่าการเอาอะไรเดิมๆ มารีไซเคิลใช้ใหม่แบบนี้ ก็เข้าทีดีเหมือนกัน

สรุปว่าอยากให้ลองครับสำหรับคอหนังระทึกขวัญปนสยอง หรือใครที่ชอบ You’re Next ก็น่าจะมาลองเรื่องนี้ต่อครับ ^_^

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements