Action

Pompeii (2014) ไฟนรกถล่มปอมเปอี

15192631_1397624730268324_5371945008721681660_n

เอาแผ่นมาดองไว้นานมาก ว่าจะดูแต่ก็ไม่ได้ดูสักที จนช่วงนี้อยากหาหนังภัยพิบัติมาดูบ้างเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เลยจัดแจงเอาแผ่นมาปัดฝุ่นดูในที่สุด

ดูแล้วนึกถึง “ตะลมพุก มหาวาตภัยล้างแผ่นดิน” ของบ้านเราครับ หลายอย่างมาทางเดียวกันเลย ไม่ว่าจะความรักที่เกิดกลางภัยพิบัติขนาดล้างเมือง พระเอกเป็นคนดีแต่ไม่มีฐานะ ส่วนตัวร้ายเป็นคนมีฐานะ แต่ไม่ใช่คนดี แล้วทั้งสองก็มารักชอบผู้หญิงคนเดียวกัน

โอเค เนื้อเรื่องผมไม่คาดหวังครับ หลังจากดูหนังพี่ Paul W.S. Anderson มาหลายเรื่อง ผมเริ่มละวางความคาดหวังลงได้เยอะแล้ว ส่วนมากพี่แกเน้น Effect เน้นแอ็กชันและการผจญภัยเป็นหลัก ก็ไปหวังอะไรแบบนั้นแทน

แต่ที่บอกแบบนี้ก็ใช่ว่าหนังจะไม่เข้าท่านะครับ แม้เนื้อเรื่อง, อารมณ์ หรือดราม่าอาจไม่ได้ลึกซึ้ง แต่ก็ไม่ได้จืดหรือโล่งจนเกินไป เรียกว่าพอดูได้ พอมีทิศทางที่ชัดเจน แม้มันจะเป็นอะไรที่โมโนโทนมากๆ ก็เถอะ

ตัวหนังจัดว่าดูได้เรื่อยๆ ครับ คือไม่ได้เลวร้าย แต่ก็ไม่ได้มีอะไรที่เด็ดเป็นพิเศษ ตอนต้นก็เป็นการปูพื้นตัวละครครับ ก็ออกจะเรื่อยๆ นิดนึง แล้วก็เอาพล็อต Love Story มาเป็นประเด็นให้หนังมีอะไรเล่าบ้าง ฆ่าเวลาก่อนภูเขาไฟระเบิด

ครั้นพอภูเขาไฟระเบิด งาน CG ก็ไม่ได้เจ๋งอะไรมากครับ ในแง่ความตื่นเต้นหรือเร้าใจก็ไม่เยอะเท่าไร แม้จะมีฉากการทำลายล้างที่มหึมาอยู่ก็ตาม แต่ความลุุ้นมันไม่ค่อยพีคเท่าไรครับ ออกแนวเรื่อยๆ เหมือนจะตื่นเต้นแต่ใจเราก็ไม้ได้เต้นตูมตาม

ดาราในเรื่องก็อยู่ในระดับกลางๆ ครับ เล่นได้โอเคตามที่บทจะอำนวย ไม่ว่าจะ Kit Harington (Game of Thrones), Emily Browning, Carrie-Anne Moss (ไตรภาค The Matrix), Jared Harris (Sherlock Holmes: A Game of Shadows)

แต่รายที่ผมจับตามากหน่อยคือ Kiefer Sutherland ครับ อยากรู้แกจะเล่นเป็นไงบ้าง เพราะหลังไม่ค่อยเห็นแกขึ้นเจอใหญ่ มักจะลงซีรี่ส์เป็นหลัก พอดูแล้วก็ตระหนักครับว่าตอนแกเล่นซีรี่ส์น่ะดีและเวิร์กกว่าเยอะ

อย่างในเรื่องนี่เหมือนต้องมาเป็นตัวร้ายแบบเดิมๆ คือร้ายเป็นหลัก ไม่สนใจหลักการและเหตุผลอะไรมาก มาร้ายและเอาแต่ใจเป็นสรณะ ซึ่งอาจเพราะผมติดภาพแจ็ค บาวเออร์มาเป็นสิบปีน่ะครับ เลยไม่รู้สึกว่าพี่แกดูร้ายสักเท่าไร ออกแนวร้ายตามบทมากกว่าจะร้ายจากภายในน่ะครับ

ตัวหนังทำเงินไม่เข้าเป้าเช่นเคยครับ ลงทุน $100 ล้าน ได้คืนมาจากทั่วโลกประมาณ $117 ล้าน เรียกว่าล่มพอๆ กับ The Three Musketeers ที่พี่ Anderson นั่นล่ะครับ แต่ที่เหมือนกันทั้ง 2 เรื่องคือ รายได้นอกอเมริกาไปได้ไม่เลว (ประมาณร้อยล้านทั้งนั้น) ในขณะที่อเมริกาได้นิดเดียว (ประมาณ $20 ล้านน่ะครับ)

ดูแล้วจริงๆ ก็ไม่ผิดหวังนะครับ เพราะไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว กะแล้วว่ามันก็คงประมาณนี้แหละ ออกมาเรื่อยๆ กลางๆ ครึ่งแรกก็ใส่ประเด็นของตัวละครเพื่อยืดเรื่องให้มาถึงครึ่งหลัง แล้วพอครึ่งหลังก็ถึงคิวภัยพิบัติ

แต่ระหว่างดูก็คิดเหมือนกันครับว่าตอนปอมเปอีระเบิดนั้น ชาวเมืองเขาเป็นเช่นไรกันนะ คือความรู้สึกมันคงมีหลากหลาย บางคนก็คงหนีตาย แต่บางคนก็อาจยอมรับความตายอย่างสงบ หากนึกถึงในแง่เหตุการณ์แล้ว ผมรู้สึกหดหู่อยู่ในทีครับ แต่ที่หดหู่นี่เพราะในหัวไปจินตนาการต่อ ไม่ได้หดหู่เพราะภาพที่เห็นในหนัง

สรุปว่าคอหนังภัยพิบัติ หากอยากลองก็ไม่มีปัญหาครับ เพียงแต่เผื่อใจไว้เยอะหน่อย หรือไม่ก็ไปเอาหนังภัยพิบัติอื่นๆ ที่มันส์กว่ามาดูซ้ำ น่าจะคุ้มเวลากว่าครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements