รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Area 51 (2015)

15727322_1451143994916397_8858644930977330495_n

หนังเรื่องนี้เงียบมากและวืดอย่างแรงครับ ซึ่งหลังจากลองชมแล้วก็ตระหนักเลยว่าทำไมหนังถึงวืดได้ขนาดนี้ เพราะมันไม่มีอะไรให้ติดตามสักเท่าไรครับ

พล็อตว่าด้วยคนกลุ่มหนึ่งตามล่าหาความจริงเกี่ยวกับ Area 51 พื้นที่ปฏิบัติการทางทหารที่เชื่อกันว่าเป็นฐานทดลองลับที่รัฐบาลอเมริกามีไว้ทดลองเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างดาว ซึ่งคอหนังแนวไซไฟก็คงรู้จักที่นี่ดีน่ะนะครับ

จริงๆ พล็อตตั้งต้นมันน่าสนใจนะ ผมเชื่อว่าคนเชื่อเรื่องเอเลี่ยนและทฤษฎีสมคบคิด แค่ได้ยินชื่อ Area 51 ก็หูผึ่งแล้ว หากทำดีๆ ให้มันชวนพิศวงและน่าติดตามล่ะก็ ยังไงก็มีคนพร้อมดูครับ แต่ผลที่ได้กลับไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร

อย่างแรกเลย คือกว่าที่เราจะได้เข้าไปใน Area 51 นั้น หนังปาเข้าไปครึ่งเรื่องแล้วครับ น่าจะประมาณ 45 – 50 นาทีน่ะ ถึงจะได้เข้าเขต Area 51 โดยที่ครึ่งแรกของหนังก็เป็นการปูพื้น เล่าว่าเหล่าตัวเอกไปตามเก็บข้อมูล ไปสัมภาษณ์คนในพื้นที่ หรือไม่ก็ไปขอข้อมูลจากลูกหลานของคนที่เคยทำงานที่นั่น

ว่าตามจริงบางข้อมูลก็เหมือนจะกระตุ้นความสนใจได้ครับ แต่หนังใช้เวลากับข้อมูลบนกระดาษนานเกินไป และมันก็ไม่ใช่ข้อมูลที่ลึกลับอะไรเลย ถ้าใครดูหนังแนว The X-Files มาเยอะๆ ก็จะรู้สึกเฉยเลยล่ะครับ เพราะความลับเกี่ยวกับ Area 51 มีคนเล่นเยอะแล้ว จนหากต้องการให้ผู้ชมสนใจล่ะก็ มันต้องหาอะไรใหม่ๆ มาบอกเล่าได้แล้ว หรือไม่ก็เน้นไปที่ภายในของ Area 51 เลยก็ได้

แต่ก็อย่างที่บอกครับ ครึ่งแรกจะเจอแต่บทสัมภาษณ์และข้อมูลบนกระดาษหรือไม่ก็บนคอม ต้องรอจนครึ่งหลังเหล่าตัวเอกถึงจะได้เข้าไปในนั้น ซึ่งก็แอบคาดหวังนะว่าขอให้มันสนุกขึ้น เพราะถ้าหนังบอกเล่าเหตุการณ์ใน Area 51 ได้พิศวงล่ะก็ มันก็พอจะกู้ความน่าสนใจคืนมาได้บ้าง

แต่ผลที่ได้ดันไม่มีอะไรแปลกตาครับ ส่วนใหญ่มันคือการงัดเข้าไปในสำนักงาน/ห้องแล็ปแค่นั้นเอง อาจมีอะไรทีมงานตั้งใจให้ “พิศวง” บ้างในตอนท้าย แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย และด้วยความที่ความน่าสนใจของหนังถูกลดลงเรื่อยๆ ระหว่างทาง ดังนั้นพอถึงตอนท้ายเมื่อเราได้เจอกับไคลแม็กซ์ที่ไม่ได้มีอะไรเซอร์ไพรส์ มันเลยกลายเป็นความนิ่งครับ เชื่อว่าหลายคนอาจเบื่อเอาได้เลยล่ะ

งานนี้ Oren Peli คงเสียศูนย์ไปเยอะล่ะครับ เพราะมันเทียบกับ Paranormal Activity ไม่ได้เลย และมันก็น่าขำอยู่ในที เพราะ PA น่ะ มันคือเรื่องผีที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่เขาทำให้มันดูมีอะไรขึ้นมาได้ ทว่ากับเรื่องนี้ จริงๆ Area 51 มีแง่มุมให้เล่นเยอะนะครับ สารพัดตำนานเรื่องเล่า สารพัดทฤษฎีสมคบคิด แต่หนังกลับไม่สามารถทำให้เรารู้สึกอยากติดตามได้เลย และไม่ทำให้เราพิศวงอีกด้วย

ผมชอบ Chernobyl Diaries และ As Above, So Below มากกว่าเยอะครับ เพราะ 2 เรื่องนั้นใช้บรรยากาศของสถานที่มาเพิ่มความน่าติดตามได้ดี ในขณะที่เรื่องนี้ มันไม่ทำให้เรารู้สึกถึงความขลังของ Area 51 เลย อย่างที่บอกน่ะครับว่ามันเหมือนสำนักงานทั่วๆ ไป หรือแล็ปในหนังเกรดบีธรรมดา ที่ไม่มีบรรยากาศความน่าฉงนอะไรนัก

สารภาพว่าตอนแรกผมคิดนะ นึกว่ามันจะเป็นแบบ As Above, So Below ที่ให้พวกตัวเอกลงไปยังสถานที่ลึกลับ แล้วก็ค่อยๆ เจอเรื่องแปลกๆ ก่อนที่พวกเขาต้องพยายามหาทางออกและเอาชีวิตรอดออกมาให้ได้ แต่มันไม่ใช่เลยครับ ครึ่งแรกเหมือนหนังรวมบทสัมภาษณ์ ส่วนครึ่งหลังก็เป็นการบุกรุก Area 51 ที่ดูธรรมดา และไม่น่ากลัวอะไรเลย

ที่สำคัญ หากใครมึนง่ายก็บอกไว้ก่อนครับว่าหนังกล้องส่ายหนักมาก มีโอกาสมึนสูง ยิ่งช่วงท้ายนี่กล้องส่ายบ่อยและภาพค่อนข้างมืด จนน่าจะเป็นการทรมานสำหรับคนที่มึนกับหนังแนวนี้ง่ายเลยล่ะครับ

สรุปว่าเอา Paranormal Activity หรือ As Above, So Below มาดูซ้ำดีกว่าครับ มันเวิร์กกว่ากันเยอะ น่าติดตามกว่ากันมาก หรือหากอยากดูหนังเกี่ยวกับเปิดโปงมนุษย์ต่างดาวแบบระทึกๆ ผมว่าไปขุด The X-Files มาดูอีกจะดีกว่า (อย่างมากมาย) เลยครับ

ไม่ถึงดาวครึ่งครับ

Star11

(4.5/10)

 

 

Advertisements