รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

ฟอร์มาลีน แมน รักเธอเท่าฟ้า (2004) Formalin Man

formalin_00

เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่ผมดูเมื่อนานมาแล้วครับ เพราะได้ยินคำชมลอยมาเหมือนกัน และถ้าดูจากแนวจากเนื้อเรื่องแล้ว ทำดีๆ ก็สามารถสร้างความประทับใจได้

เรื่องของนักร้องคนดี ฉัตรทอง มงคลทอง (เอกชัย ศรีวิชัย) เจ้าของวงดนตรีที่รักในเสียงเพลงและชาววงอย่างยิ่ง ทว่ากระแสความนิยมในวงนั้นก็ค่อยๆ จางหายไปตามกาลเวลา งานและเงินที่ได้เริ่มน้อยลง จนฉัตรทองจำใจต้องไปกู้เงินก้อนจากพ่อค้าเงินกู้หน้าเลือด (ดี๋ ดอกมะดัน) เพื่อประทังวงให้อยู่รอดต่อไป

แต่เวรกรรมก็มาซ้ำซัดอีกครับ เพราะฉัตรทองประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทว่าด้วยพลังความมุ่งมั่น ความรักในวงดนตรีทำให้วิญญาณของเขาไม่ออกจากร่าง ยังคงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าวงต่อไป จน เสนาะ (โหน่ง ชะชะช่า) มือขวาคนสนิทเริ่มเอะใจ แล้วก็ค้นจนพบความจริงจากพระรูปหนึ่งว่านายของตนได้ตายแล้ว แต่เสนาะก็รู้ว่าที่วิญญาณของฉัตรทองไม่ไปไหนก็เพราะยังมีห่วงอยู่ ก็เลยทำหน้าที่ลูกน้องที่ดีเก็บความลับและฉีดฟอร์มาลีนเข้าร่างของนายเพื่อให้ร่างของเจ้านายเน่าช้าที่สุด

แต่จะทำไงได้ล่ะครับ เมื่อถึงจุดหนึ่งทุกคนก็ต้องรู้ เพราะดันมีคนทรยศในวงซะอีก แล้วแบบนี้วงฉัตรทอง มงคลทองจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน…

ผมชอบนะ เนื้อเรื่อง แง่คิด การแสดงก็ถือว่าผ่านน่ะครับ การเดินเรื่องก็ไม่เลว แม้จะไม่ได้สุดยอดอะไร แต่ผมก็ชอบที่หนังรู้ว่าตัวเองต้องการจะสื่ออะไรแล้วก็สื่อประเด็นนั้นๆ อย่างสม่ำเสมอ ไม่ได้แหวกไปขายขำล้วนๆ แบบหนังหลายเรื่องที่ทำให้หนังน่าจะดีกลายเป็นหนังธรรมดาไปอย่างน่าเสียดาย

เรื่องความห่วงใยที่ฉัตรทองมีต่อวงและลูกน้องนั้นก็น่าประทับใจดีครับ แล้วการใช้เพลง “ฉันรักเธอเท่าฟ้า” มาใส่ในเรื่องก็เป็นการสื่อที่ตรงมากทีเดียวว่าฉัตรทองนั้นรักวงมากแค่ไหน

โดยส่วนตัวนะครับแม้ผมจะไม่ใช่คอเพลงลูกทุ่ง แต่ก็ฟังบ้างเพราะแม่ผมชอบฟัง แล้วก็ชอบฟังเรื่องราวการฟันฝ่าอุปสรรคของนักร้องลูกทุ่งแต่ละคน ว่ากว่าจะได้ร้องต้องประกวดกี่ที่ ต้องฝากตัวกับใคร ต้องแลกหยาดเหงื่อกับหยดน้ำตาไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร แล้วกว่าจะรวมวงได้อีก จนผมแทบจะพูดได้เลยว่าเส้นทางของนักร้องลูกทุ่งรุ่นเก่านั้น หนักหนา อุปสรรคเข้มข้น และลำบากกว่านักร้องสมัยใหม่อย่างมหาศาล ยิ่งถ้าต้องเทียบกับนักร้องรุ่นใหม่นี่คนละเรื่องเลยครับ อย่าง AF หรือ The Star ที่ว่ากดดัน ที่มีกรรมการมาคอมเมนต์แรงๆ อะไรนั่น ถ้าคุณเคยฟังคนลูกทุ่งมาเล่าชีวิตตนตามชุมชนคนลูกทุ่ง หรือซอยบุปผาสวรรค์สมัยก่อนล่ะก็ จะรู้เลยครับว่า คอมเมนต์ของพี่ม้าน่ะ เด็กๆ

แล้วคนที่มีวงอีกครับ การดูแลคนในวงก็ลำบากแล้ว ไหนจะมีคนดีคนไม่ดีปะปนกัน ไหนบางครั้งเงินทองก็ได้ไม่พอจ่ายอีก บอกตามตรงว่าเห็นใจและนับถือจริงๆ ครับว่าพวกเขาเหล่านี้สู้ชีวิตแท้ๆ เลย

ไม่ได้ปลื้มเพลงลูกทุ่งเป็นพิเศษ แต่ปลื้มชาวลูกทุ่งว่างั้นเถอะ

โดยรวมๆ ผมเลยค่อนข้างชอบหนังนะครับ เพราะดาราแสดงกันได้ดี เอกชัยก็เล่นดีครับ พี่โหน่งก็เด็ดนะ ผมว่าแกเล่นหนังดราม่าได้สบายบรื๋อน่ะ น่าจะเล่นได้เข้ากว่าพี่หม่ำหรือพี่เท่งซะอีก อยากเห็นแกเล่นหนังดราม่าแบบเต็มสตรีมซักเรื่อง น่าจะมีอะไรให้พูดถึงพอตัวเลยล่ะ

หนังยังแอบจิกกัดพวกที่ชอบ “รวยทางลัด” บนความลำบากของคนอื่น ตั้งแต่คนทำเทปผี ไปจนถึงคนที่เกิดกิเลสครอบงำ ประมาณว่าอย่างประสบความสำเร็จแต่ทนรอไม่ไหว มีทางลัดอะไรเลยคว้าๆ ไว้ก่อน ไม่สนว่ามันจะถูกหรือผิด ซึ่งทุกวันนี้ต้องยอมรับนะครับว่ามีคนเลือกทางลัดกันมาจัง จนบ้านเมืองระส่ำระสายไปหมดแล้วเนี่ย

ดีเหมือนกันที่หนังแฝงสาระ เตือนสติคนด้วย

คนที่หวังหนังฮาแตกก็อาจผิดหวังครับ เพราะมันแค่ขำๆ ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าว่ากันถึงการเดินเรื่อง ผมว่าผ่านนะ แต่ก็บอกไม่ถูกนิดๆ เหมือนกัน เพราะหนังน่ะมีดี จริงๆ ก็ดีเป็นส่วนใหญ่น่ะแหละครับ แต่มันก็รู้สึกว่าขาดอะไรไปบางอย่าง คือสื่อดีแต่อารมณ์ยังไม่กระหน่ำล่ะมั้งครับ ถึงดูแล้วโอเคแต่ยังไม่รู้สึกสุดๆ

จะยังไงก็เถอะ อย่างน้อยก็พูดได้ล่ะครับว่าหนังไทยก็มีดีให้น่าชื่นชมอยู่

และลูกทุ่งก็ไม่ใช่ของเชย แต่เป็นสิ่งมีค่าของประเทศเรานะครับ เป็นทั้งความบันเทิงของคนทั่วไป เป็นแรงใจให้คนทำงาน เป็นตัวอย่างให้คนสู้ชีวิต เป็นเอกลักษณ์อีกชนิดของบ้านเรา

คนที่ยังดูถูกลูกทุ่งอยู่ จะเป็นการดูถูกรากเหง้าตัวเองหรือไม่… น่าพิจารณาเหมือนกัน

สองดาวใกล้ครึ่งครับ

Star21

(6.5/10)

Unt2itled