รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Love Locks (2017)

22815046_1810881815609278_75926786595842341_n

ผมจำได้ว่าสมัย X-Men ทำเป็นหนังใหม่ๆ Rebecca Romijn ผู้รับบท มีสตีค จัดว่าฮ็อตไม่ใช่เล่นครับ นอกจากบทนี้แล้วก็ได้เล่นอีกหลายเรื่อง ครั้นพอถึงตอนนี้ก็คงต้องยอมรับครับว่าคงจะเลยช่วงฮ็อตของเธอไปแล้ว

ระยะหลังเธอเน้นมาเล่นหนังทีวีและซีรี่ส์แทน อย่างบทนำในซีรี่ส์ The Librarians แล้วก็เรื่องนี้ครับ หนังโรแมนติกอบอุ่นที่เธอได้ประกบคู่กับ Jerry O’Connell ที่หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่าเขาทั้งสองเป็นสามีภรรยากันในชีวิตจริงด้วย

เรื่องของลินด์เซย์ (Romijn) เจ้าของนิตยสารศิลปะในนิวยอร์กที่ได้รับข้อเสนอจากเทรนท์ เกรียร์ (David Julian Hirsh) ว่าเขาจะช่วยยกระดับนิตยสารของเธอ จากปกติที่ขายแค่ในนิวยอร์กและอเมริกา ก็จะได้รับการจัดจำหน่ายไปทั่วโลก

มันคือก้าวสำคัญสำหรับอาชีพเธอเลยครับ นั่นทำให้เธอต้องเดินทางมายัง ปารีส เมืองที่เธอไม่เคยมาเยี่ยมเยือนอีกเลยหลังจากเรียนจบ โดยเธอตั้งใจมาหา ฮิวโก้ แบลนเชตต์ (Bruce Davison) อาจารย์ที่เธอรักและเคารพ รวมถึงมาเจอเทรนท์ที่นี้ด้วย

แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็คือ การได้เจอกับ แจ็ค เบอร์โรว์ (O’Connell) คนรักเก่าเมื่อ 20 ปีก่อน ประมาณว่าโรงแรมที่เธอพักน่ะเป็นของเขาครับ (แต่เธอไม่รู้ในตอนแรก) อันทำให้เกิดความรู้สึกกระอักกระอ่วนในตอนแรก ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นความรู้สึกดีๆ ในเวลาต่อมา

เป็นหนังที่น่ารักดีครับ น่ารักในหลายๆ ภาคส่วนเลย เริ่มจากนักแสดงกันก่อน Romijn กับ O’Connell เล่นคู่กันได้เหมาะมากๆ โอเคครับว่าพวกเขาคือคู่รักกันในชีวิตจริง แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเล่นคู่กันได้น่ารักแบบนี้ ตอนต้นๆ ที่พวกเขาเกร็งๆ ใส่กันมันก็ดูเป็นการเกร็งจริงๆ น่ะครับ ประมาณว่าทำตัวไม่ถูกเพราะต่างคนต่างก็มีความหลังอยู่ในหัว ดูแล้วเชื่อจริงๆ ว่าพวกเขาไม่ได้เจอกันนาน แต่ก็ยังมีใจให้กันอยู่

ไปๆ มาๆ ผมออกจะชอบ O’Connell มากกว่าสมัยก่อนนะ จำได้ไหมครับเขาเคยเล่นพวกหนังวัยรุ่นตลกๆ แบบ Tomcats, Joe’s Apartment แล้วก็เล่น Jerry Maguire ด้วย จริงๆ เขาดูหล่อสมาร์ททีเดียวครับ แต่เหมือนรัศมียังไม่มา ซึ่งดาราหลายคนเป็นแบบนี้จริงๆ นะ คือตอนอายุ 20 – 30 จะยังไม่เปล่งประกาย ต้องรอจนขึ้นเลข 4 รัศมีถึงจับ และ O’Connell ก็เข้าข่ายนั้นเลยครับ

Romijn ก็ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เล่นเป็นรุ่นแม่แล้วน่ะครับ เพียงแต่เป็นรุ่นแม่ที่เป็นนางเอก ดูมีอายุ ดูผ่านชีวิตมาเยอะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเสน่ห์แบบตอนสาวๆ ก็จะจางหายไปบ้าง และอีกคนที่น่าจดจำคือ Davison ที่เล่นเรื่องไหนก็น่าจดจำเรื่องนั้น (นึกขึ้นได้ว่า 2 คนนี้ก็เคยเล่นซีนเดียวกันใน X-Men มาแล้วนี่เน้อะ)

โลเกชั่นงามๆ ของปารีสคืออีกหนึ่งเสน่ห์ของหนังครับ ซีนตอนกลางวันก็งามไปแบบหนึ่ง ครั้นพอถึงตอนกลางคืนก็งามไปอีกแบบ ภาพอาคารต่างๆ ตัดกับแสงเหลืองนวลของแสงไฟ มันคือเสน่ห์ที่เป็นเหมือนเครื่องปรุงรสชั้นดีให้กับหนังเรื่องนี้จริงๆ ครับ

ส่วนโรงแรมที่แจ็คเป็นเจ้าของนั้น สถานที่จริงไม่ได้อยู่ปารีส แต่อยู่ที่ Montreal Quebec ในประเทศแคนาดาครับ และโรงแรมแสนงามนั้นก็ชื่อว่า Pierre du Calvet แต่มีข่าวมาว่าโรงแรมแห่งนี้ปิดตัวลง ก็ไม่แน่ใจว่าจริงไหมน่ะนะครับ แต่บอกได้ว่าโรงแรมแห่งนี้สวยมากจริงๆ ครับ เชื่อว่าใครได้ดูย่อมต้องตกหลุมรักโรงแรมแห่งนี้แน่นอน

สำหรับการเอากุญแจมาล็อกแทนสัญญาใจนั้น ก็เกิดจากตำนานที่ว่ากันว่าเกิดตอนสงครามโลกครั้งที่ 1 ครับ เมื่อทหารหนุ่มกับสาวชาวบ้านรักกัน แต่ผู้ชายต้องไปรบและสุดท้ายก็ไปแต่งงานกับหญิงอื่น เลยทำให้สาวชาวบ้านตรอมใจและตัดสินใจฆ่าตัวตาย ซึ่งเรื่องนี้ก็สะเทือนใจชาวบ้านที่ได้รับรู้ ก็เลยมีคนทำเอาแม่กุญแจเขียนชื่อคนทั้งสองไว้ แล้วไปล็อคคล้องไว้ที่สะพานที่คนทั้งสองได้พบรักกัน (หลายตำนานที่เกี่ยวกับรักแท้ก็มักจะประมาณนี้นะครับ มักมีจุดเริ่มจากความผิดหวังเสมอ)

ตัวหนังอาจไม่ได้สุดยอดครับ แต่ดาราเล่นกันได้น่ารักดี และบรรยากาศงามๆ ของปารีสกับโรงแรม Pierre du Calvet ทำให้หนังออกมาน่ารัก สวยงาม ดูแล้วอุ่นดี ก็เป็นอีกหนึ่งหนังโรแมนติกที่ดูสบายครับ อาจเทียบกับหนังรักเก่าๆ ยุค 90 ไม่ได้ แต่ก็หวานพอให้เราเพลินกับมันอยู่ครับ

สองดาวกว่าครับ

Star21

(6.5/10)