
อย่างที่ผมเคยบอกไว้ครับว่าผมชอบดูหนังเกี่ยวกับวันคริสต์มาส แต่ระยะหลังหนังแนวนี้มีน้อยลง จนแทบจะบอกได้เลยว่ามีแค่ช่อง Hallmark เท่านั้นแหละที่พอจะพึงพิงได้ มีการทำหนังคริสต์มาสชวนอบอุ่นหัวใจออกมาเสิร์ฟผู้ชมอยู่ทุกปีๆ
และจำได้ว่าผมเคยบอกอีกเหมือนกันนะ ว่าตลาดหนังรักและหนังคริสต์มาสเนี่ย มันคือตลาดที่อาจจะไม่ใหญ่เท่าหนังแอ็กชันหรือหนังเน้น CG แต่ก็มีคนรอดูอยู่ไม่น้อย ดังนั้นหากใครสามารถจับใจผู้ชมในตลาดนี้ได้ ท่านก็จะได้ผู้ชมที่มี Royalty พร้อมติดตามผลงานของท่านไปเรื่อยๆ ได้เลย
ที่ผ่านมา Hallmark เป็นเจ้าตลาดครับ จนมาปีนี้ (2017) ผมเริ่มเห็นหลายค่ายหลายช่องทำหนังคริสต์มาสออกมาเต็มตัวมากขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือ Netflix ที่กำลังโตวันโตคืน ขยันทำหนังออกมาป้อนตลาดอยู่นั่นเอง
เรื่องนี้ก็เป็นการผสมแนวโรแมนติกเข้ากับวันคริสต์มาสครับ เมื่อนักข่าวสาวนามว่าแอมเบอร์ (Rose McIver แห่ง iZombie) ได้รับมอบหมายงานให้ไปเจาะลึกตัวตนของเจ้าชายริชาร์ด (Ben Lamb) ที่กำลังจะขึ้นราชาภิเษกในมิช้ามินาน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วใครๆ ก็จะมองพระองค์ว่าเป็นเพลย์บอย เจ้าชู้ และไม่ค่อยจริงจังกับชีวิต
และด้วยความประจวบเหมาะ ทำให้แอมเบอร์ได้เข้าไปอยู่ในวัง ในฐานะครูพิเศษของเจ้าหญิงเอมิลี่ (Honor Kneafsey) เธอก็เลยทำหน้าที่สืบหาความจริงเกี่ยวกับตัวตนของเจ้าชายเพื่อจะได้ไปทำสกู๊ปข่าว และเราก็คงเดาได้ไม่ยากครับว่า ความรักระหว่างหญิงสาวสามัญชนกันเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นตามลำดับ
สิ่งแรกที่เตะตาก็คือทีมงานดูจะทุ่มทุนพอสมควรในการใช้ปราสาทหลังงามของจริงมาเป็นสถานที่ถ่ายทำ ซึ่งในเรื่องบอกว่าเหตุเกิดในแผ่นดินอัลโดเวีย (ซึ่งเป็นประเทศสมมติ) ในขณะที่สถานที่จริงไปถ่ายกันที่โรมาเนียครับ
ปราสาทที่ว่าคือ Peles Castle ซึ่งเป็นหนึ่งในปราสาทที่ได้รับการยกย่องว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป จุดนี้ถือว่าทีมงานเลือกได้ถูกจุดมาก เพราะปราสาทงามๆ กับหนังแบบนี้เป็นอะไรที่เสริมกันได้แบบสุดๆ อยู่แล้ว หนังแนวนี้ลองว่าได้บรรยากาศดีๆ ของสถานที่สวยๆ มาเป็นเครื่องชูรส ก็ยิ่งทำให้หนังดูมีความโรแมนติกเพิ่มขึ้นไปอีก
ยอมรับครับว่าปราสาทสวย และทำให้หนังดูสมจริง แต่กระนั้นหนังก็ยังมีจุดไม่เนียนในส่วนของเนื้อเรื่องที่บางทีดูจะเน้นความบังเอิญมากไปหน่อยในตอนต้นๆ อย่างการที่แอมเบอร์เข้าไปในวังได้แบบง่ายๆ (จนชวนให้งงว่าเป็นปราสาทราชวังของกษัตริย์แท้ๆ แต่กลับแทบไม่มีทหารหรือเวรยามใดๆ)
หรือความบังเอิญที่เจ้าหญิงน้อยกำลังจะมีครูมาสอน แล้วแอมเบอร์ก็มารับสมอ้างโดยที่ข้าราชบริพารในวังกลับไม่มีใครคิดจะตรวจสอบที่มาที่ไปของหญิงคนนี้เลย ทั้งๆ ที่เธอจะต้องมาเป็นครูสอนเจ้าหญิงแบบตัวต่อตัว มันก็เลยดูเป็นอะไรที่หละหลวมมากไป และพลอยลดทอนความน่าเชื่อของหนังลงไปพอประมาณ
ช่วงต้นหนังเลยออกจะเรื่อยๆ และยังไม่ลื่นนักครับ แต่ยังดีที่ช่วงหลังๆ หนังค่อยๆ โอเคขึ้นตามลำดับ ซึ่งนอกจากต้องยกความดีให้ปราสาทสวยๆ และทิวทัศน์งามๆ แล้ว ด้านนักแสดงก็ถือว่าน่าพอใจครับ คู่พระนางนั้นถือว่าโอเค แต่ที่ผลัดกันขโมยซีนคือเหล่าบทสมทบ ไม่ว่าจะ Kneafsey ที่ทำให้บทเจ้าหญิงเอมิลี่ดูมีอะไรมากกว่าแค่เด็กวุ่นตัวน้อย หรือ Alice Krige ที่ตอนต้นๆ บทบาทยังไม่เยอะ แต่มาโกยคะแนนได้เยอะขึ้นในช่วงท้ายโดยเฉพาะฉากที่คุยเปิดใจกับเจ้าชายริชาร์ด และที่ผมชอบมากหน่อยคือตัวละครเหล่านี้เป็นคนมีสมองครับ มีความฉลาดและไหวพริบ เลยทำให้หนังดูดีในสายตาผมพอสมควร
อีกอย่างที่ถือว่าพอเหมาะคือบทประเภท “ตัวอิจฉา” ที่ตอนแรกก็เสียวเหมือนกันว่ามันจะชวนรำคาญไหม แต่ก็โชคดีครับที่หนังเลือกจะถ่ายทอดบทเหล่านี้แบบพอดี คือดูร้าย ดูเจ้าเล่ห์ แต่ไม่เกินเบอร์ ไม่เว่อร์วัง
จำได้ว่าตอนดูเรื่องนี้รอบแรก ผมค่อนข้างเฉยครับ ไม่ได้ชอบอะไรมากมาย แต่ที่เอามาดูซ้ำก็เพราะผมดูภาค 2 – 3 แล้วรู้สึกจูนติด เลยเอามาดูใหม่ ผลก็คือชอบมากขึ้น รู้สึกสนุกและรับรสอร่อยๆ ของหนังได้มากขึ้น และส่วนหนึ่งอาจเพราะรอบหลังนี่ได้ดูเป็นภาคไทยและดูภาพแบบ 4K น่ะครับ มันเลยเต็มอารมณ์มากขึ้น
โดยรวมหนังถือว่าน่าพอใจเลยครับ ดูแล้วมีความอบอุ่น Feel Good ผสมด้วยอารมณ์ขันเบาๆ และภาพสวยๆ โดยคนกำกับเรื่องนี้ก็คือ Alex Zamm ที่เคยทำหนังของ Hallmark อย่าง Crown for Christmas และ A Royal Christmas มาก่อน ซึ่งจะว่าไปแล้ว 2 เรื่องนั้นอาจจะกลมกล่อมกว่าครับ แต่กระนั้นเรื่องนี้ก็ถือว่าอยู่ในข่ายดี ดูแล้วยิ้มได้แบบกำลังดี
และผมก็ดีใจนะครับที่เริ่มมีค่ายหนัง-ช่องหนังหันมาสนใจหนังวันคริสต์มาสกันมากขึ้น ซึ่งหากต่อไปแต่ละที่มีการแข่งขันทำหนังแนวนี้ออกมาเพื่อแย่งผู้ชมกันล่ะก็ คนที่ได้กำไรก็จะเป็นคนที่รักหนังคริสต์มาสแบบผมนี่แหละครับ จะได้มีให้ชมกันหลากหลายและเราอาจจะได้เห็นพัฒนาการที่ดียิ่งๆ ขึ้นไปของหนังแนวนี้ด้วย
สองดาวกว่าๆ ครับ

(6.5/10)
หมวดหมู่:Christmas Movies, Comedy, Movie Reviews, Romance, Romance Romance, Romantic Comedy










