รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Revolt of the Zombies (1936)

Revoltzombies

นี่คือภาคต่อของ White Zombie หนังสยองขาวดำคลาสสิกที่แสดงนำโดย Bela Lugosi ที่ผมได้แนะนำไปเมื่อเดือนก่อนน่ะครับ เรื่องนั้นนับว่าดีเข้าขั้นคลาสสิกได้ ส่วนเรื่องนี้ … อืมม์ (อ้อมแอ้ม อ้อมแอ้ม อิอิ)

ช่วงต้นเรื่องไม่ค่อยจะเกี่ยวอะไรกับตอนท้ายหรอก ตอนต้นว่าด้วยเรื่องทางทหารครับ มีคนค้นพบความลับเกี่ยวกับสูตรการทำให้คนเป็นซอมบี้ ดูๆ ไปก็นึกว่าผู้พันมาโซเวีย (Roy D’Arcy) คนที่เจอสูตรนั่นจะใช้สูตรทำให้คนเป็นซอมบี้เอามาทำชั่ว แต่ไปๆ มาๆ ครึ่งหลังหนังหักไปเป็นแนวโรแมนติกครับ ชายชื่ออาร์มานด์ (Dean Jagger) รักชอบพอกับแคลร์ (Dorothy Stone) แต่เมื่ออะไรไม่เป็นไปตามคาด เมื่อแคลร์เริ่มจะปันใจให้ใครอื่น และอาร์มานด์เองก็ได้ค้นเจอเจ้าสูตรซอมบี้นี่เข้า เขาจึงใช้มันบงการทุกคนรอบตัวให้ทำทุกสิ่งตามที่เขาต้องการ

แล้วเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร คำตอบรออยู่ใน Revolt of the Zombies ครับ

ที่บอกว่าเป็นตอนต่อ White Zombie ก็เพราะหนังได้ Victor Halperin ผู้สร้างและกำกับ WZ มาทำน่ะครับ เนื้อหามันก็ใกล้ๆ กันอยู่ แต่ถ้าว่ากันถึงความดีแล้ว คนละเรื่องเลยครับ ใน WZ นั้นได้ดาราระดับเยี่ยมอย่าง Bela Lugosi มาแสดง ทำให้หนังน่ากลัวและน่าขนลุกขึ้นเยอะ แต่ในเรื่องนี้ ไม่มีอะไรทำนองนั้นครับ แม้ตัวละครมาโซเวียดูก็รู้ทำมาเพื่อแทนบทของ Bela แต่ดีกรีความเยี่ยมต่างกันมากๆ

การเดินเรื่องก็ไม่ค่อยมีอะไรครับ ดูอืดยืดไปด้วยซ้ำ การถ่ายทำก็ต้องทำใจครับ เพราะบางฉากนี่ดูก็รู้ว่ามันเป็นฉากแน่นอน เช่น เหตุต้องไปเกิดที่กรุงพนมเปญ แต่ที่ไหนได้ เขาใช้วิธีเอาฉากรูปนครวัดนครธมมาปะไว้ข้างหลัง แล้วก็ให้นักแสดงเดินผ่านให้คนดูรู้สึกเสมือนอยู่กัมพูชา โอ้ แม่เจ้าจริงๆ ครับ วิธีการถ่ายทำรุ่นเราสู้ ดูไปก็ขำครับ แต่ก็นับถือความพยายามของคนทำเหมือนกัน (แม้มันจะชวนขำมากกว่าก็เถอะ)

ตัวหนังยังไม่กลมกล่อมครับ เรื่องราวจริงๆ มีพล็อตหลักพล็อตรองเยอะนะ ไหนจะผู้พันมาโซเวียที่ดูเหมือนจะมาเพื่อก่อการอะไรบางอย่าง กับอีกพล็อตคือการตัดสินใจเข้าสู่ด้านมืดของอาร์มานด์ ที่คิดใช้พลังซอมบี้ทำให้ศัตรูหัวใจพ่ายแพ้ไป และครองใจคนที่รักเพียงคนเดียว แต่การถ่ายทอดยังไม่ลงตัวนัก มีขาดมีเกินตลอด ส่วนอารมณ์สยองนั้นน้อยมากครับ จนคนสมัยนี้มาดูคงไม่สยองเลยล่ะ

แต่สาระๆ ที่น่าสนใจจากหนัง ก็คือ ความรักครับ บางครั้งความรักมากๆ หลงจัดๆ ก็ทำให้เราตาบอดและยอมทำทุกอย่างได้ จริงๆ ความรักที่ยังไม่สมหวังดังใจหมายนั้น คนที่อกหักก็ย่อมเฮิร์ตล่ะครับ อย่างอาร์มานด์ก็ทนไม่ไหวจนตัดสินใจใช้พลังมืด แต่อันที่จริงแล้ว นอกจากการใช้วิธีด้านมืดหรืออวิชชา (หรือการฉุดคร่า) ก็ยังมีอีกวิธีที่อาจชนะใจเธอได้ … ความมั่นคง ความเสมอต้นเสมอปลาย การพิสูจน์ตนเองว่าเรามีดีพอ สิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นการ “ยอมทำทุกอย่างเพื่อความรัก” เหมือนกันครับ เพียงแต่มันจะออกแนวสร้างสรรค์มากกว่าการจะไปทำลายให้โอกาสมันน้อยลงไปอีก

สำหรับอาร์มานด์ การทำทุกอย่างของเขาคือการทำลายครับ ทำลายคนรัก ทำลายชีวิตตนและคนอื่น จนในที่สุดตอนท้ายเขาก็ไม่เหลืออะไรแม้แต่ลมหายใจของตนเอง … แม้หนังจะไม่เชิงมีสาระ แต่ก็สอนคนได้นะครับ โดยเฉพาะคนที่โดนพิษรักเล่นงาน อย่าให้มันชักนำคุณไปสู่ทางชั่วครับ แต่จงทำตนให้ดี ทำตนให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ เป็นคนที่อุดมคุณค่า เพื่อให้ตัวเราเป็นที่ต้องการของคนอื่นทั่วไป… เท่ห์ดีออก

สาระนั่นถือเป็นกำไรคิดครับ แต่ด้านตัวหนังออกมางั้นๆ ไม่แปลกใจที่แม้แต่ Halperin คนกำกับยังออกมาแสดงอาการไม่พอใจตัวหนัง … ก็มันไม่ค่อยลงตัว ไม่ดีเต็มที่นี่หน่า

ดาวเดียวครับ

Star11

(4/10)

Advertisements