Action

22 Jump Street (2014) สายลับรั่วป่วนมหาลัย

22-jump-street-2014-wallpaper-1

22 Jump Street เป็นภาคต่อที่ทำออกมาได้ฮาอย่างแรงจริงๆ ครับ มันสนุกโคตรๆ

หนังรวยมุขมากๆ ไม่ว่าจะมุขตลกท่าทาง, ตลกคำพูด, มุขแซวตัวเอง, มุขแซวหนังภาคต่อ, มุขแซวเด็กมหาลัย และมุขยิบย่อยที่หนังสอยเสียงหัวเราะจากผมไปได้หลายกระบุงสุดๆ

เป็นผลงานที่สมศักดิ์ศรีคู่หูผู้กำกับ Phil Lord และ Christopher Miller ปีนี้พวกพี่แกทำผมเมื่อยกราม 2 รอบติดๆ

เมื่อยรอบแรกคือ The Lego Movie ครับ แม้จะเป็นแอนิเมชั่นแต่มุขมากมายมันสะท้านต่อมขำของผู้ใหญ่ซะเหลือเกิน และเมื่อยรอบ 2 ก็คือเรื่องนี้แหละครับ

ช่วงต้นหนังมาเนิ่บๆ นะครับ ไม่เน้นขำอะไรมาก ดูๆ ไปเหมือนจะเน้นแอ็กชันด้วยซ้ำ จนผมค่อยๆ ลดความคาดหวังลง เผื่อใจว่าความขำอาจลดปริมาณตาม แต่ที่ไหนได้… ไม่ใช่เลยครับ

หนังทยอยใส่มุขแบบเบาๆ ใส่ลงไปทีละนิดๆ ใส่ความเบาสมองลงไปทีละหน่อย ซึ่งที่ผมชอบคือ เป็นการใส่ความขำแบบไม่จงใจ ไม่ยัดเยียดว่า “มุขนี้คุณต้องขำนะ” แต่ที่เราขำน่ะเพราะบุคลิกตัวละครมันใช่ บทพูดมันได้ สถานการณ์มันจี้เส้น อะไรๆ มันกลมกล่อมเหลือกินจนอดไม่ได้ที่จะขำกับภาพตรงหน้า

ถือเป็นหนังตลกที่เน้นฮาแบบธรรมชาติน่ะครับ คือต่อให้เราไม่เก็ทไม่ฮาไปกับมุข แต่อย่างน้อยเราก็จะผ่อนคลายไปกับเรื่องราวเบาๆ ของหนัง อันนี้คารวะจังหวะการกำกับของ Lord และ Miller เลย พวกเขาทำให้พล็อตมันแข็งก่อน ทำให้สถานการณ์และทิศทางชัดเจนก่อน แล้วค่อยผสมความขำลงไป ด้วยเหตุนี้หนังเลยสนุกฮาและได้เรื่องได้ราวไปพร้อมๆ กัน

22 Jump Street ถือเป็นตัวอย่างหนังตลกที่ออกมาเวิร์กครับ ในขณะที่หนังตลกหลายเรื่องโดนคำว่า “ตลก” เป็นกรอบครอบตัวเอง เลยพยายามเน้นฮา เน้นมุข ส่วนใหญ่หลายๆ มุขก็ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกับหนังเลย แต่ก็พยายามใส่ลงไป พยายามเย็บเข้าด้วยกันกับเนื้อเรื่อง ซึ่งการทำหนังแบบนี้ถ้ามุขขำก็รอด แต่ถ้ามุขไม่ขำพอ (แบบหนัง Scary Movie 5 เป็นต้น) หนังก็ดิ่งเหวทันที เพราะเนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไร แล้วมุขยังไม่เข้าท่าอีก เป็นอันจบข่าวกันพอดี

ส่วนผมนั้นโดนหลายมุขมากครับ แต่ที่ขำกรามค้างต้องยกให้ “กรณีระหว่างชมิดท์ (Jonah Hill) กับผู้กองดิกสัน (Ice Cube)” เป็นกรณีอะไรต้องไปดูเองครับ แต่มันกลั้นไม่อยู่จริงๆ

สาระดีๆ ของหนังก็ยังคงมีครับ เหมือนภาคก่อนที่สะท้อนมุมมองของคนทำงานที่มีต่อชีวิตนักเรียน มาภาคนี้ก็มีเรื่องให้ชวนคิดอย่างการค้นหาตัวเองของเด็กมหาลัย หรือการที่บางครั้งเราบอกกับตัวเองว่าอยากกลับไปเป็นเด็กมหาลัยอีกจัง ซึ่งเราก็อาจรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ณ ขณะนั้นครับ แต่เอาเข้าจริงเมื่อโตแล้ว เมื่อผ่านอะไรมาเยอะแล้ว และหากต้องย้อนไปอยู่มหาลัยจริงๆ เราจะรู้สึกดีแบบที่เราจินตนาการไว้จริงๆ แบบที่เราคิดหรือเปล่า

บางที “ชีวิตมหาลัย” ที่เราคิดถึงนั้นอาจไม่ได้หมายถึง “การได้ไปอยู่ในมหาลัย” แต่หมายถึง “การได้ไปอยู่ ณ เวลานั้น เมื่อตอนเราเรียนมหาลัย” ซึ่งจะมีเพื่อนกลุ่มเดิม มีสังคมที่เหมาะกับเรา มีบรรยากาศเสรีกับคนที่รู้ใจ นั่นต่างหากหรือเปล่า คือจุดที่ทำให้เราคิดถึง “ชีวิตมหาลัย”

เสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังตำรวจคู่หูคือ ดูว่าพวกเขาจะลงรอยกันได้อย่างไร พวกเขาจะรู้ตอนไหนว่าพวกเขาต่างก็ต้องการกันและกัน ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็จับเรื่องนี้มาเล่นได้ไม่เลวเหมือนกัน อีกทั้งฉากไล่ล่าตอนท้ายก็ออกมาฮาได้ที่อีกเช่นกัน (โดยเฉพาะตอน “นี่จะตบหรือจะจูบ” นี่ก็ฮาได้ใจอีก 555)

สรุปคือหนังสนุกมากครับ ขำมาก เกรียนมาก และเพลินมาก

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)

Advertisements