รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Land of the Dead (2005) ดินแดนแห่งความตาย

v1.bTsxMTIwMzc1NztqOzE3ODU5OzEyMDA7MTI5NjsxNzI4

หลังจาก George A. Romero เจ้าพ่อหนังซอมบี้ของเราได้ทำหนังจนครบไตรภาค แต่ลึกๆ แล้ว เขาก็ยังไม่สมหวังดังใจหรอกครับ เพราะ Day of the Dead หนังปิดไตรภาคนั้น Romero เองต้องสร้างแบบจำใจ เนื่องจากโดนหั่นงบเหลือครึ่งเดียว ทำให้ฉากมากมาย เนื้อหาอีกหลายอย่างที่เขาอุตส่าห์คิดไว้ไม่สามารถถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์มได้

Romero ได้แต่เก็บงำความคับข้องใจไว้ เพราะถือว่าเป็นการสรุปไตรภาค The Living Dead ได้ไม่ตรงใจเขาเลย … เขาต้องรอถึง 19 ปีทีเดียว กว่าความฝันส่วนที่เหลือของเขา จะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้

พอเข้าถึงยุค 2000 เขาก็มีแนวคิดนำเรื่องราวส่วนที่ไม่ได้สร้างเมื่อตอนทำ Day of the Dead มาเขียนเป็นหนังซอมบี้อีกหนึ่ง ในชื่อ Dusk of the Dead แล้วก็เปลี่ยนเป็น Dead Reckoning โดยครั้งนี้ก็ไปร่วมงานกับค่าย 20th Century Fox ครับ เรียกว่างานนี้ได้นายทุนใหญ่ เขาเลยกล้าวาดภาพหนังซอมบี้เรื่องนี้แบบอลังการตามความตั้งใจ

แต่ปรากฏว่าค่ายจิ้งจอกเกิดเรื่องมาก อยากให้ Romero เอาชื่อ Night of the Living Dead มาพ่วงหน้าด้วยเพื่อประโยชน์ทางการค้า พอเห็น Fox ยุ่มย่ามมาก Romero เลยหอบโปรเจคท์ไปฝากไว้กับ Universal Pictures แทน ซึ่งก็ได้ทุนมา 16 ล้านเพื่อสานต่อฝันส่วนที่เหลือให้เสร็จสิ้น

ในภาคนี้ก็ได้จับเอาเรื่องราวมาโฟกัสที่กลุ่มนักรบที่รวมตัวเพื่อต่อต้านเหล่าซอมบี้ที่บัดนี้ได้กระจายไปทั่ว นำทีมโดยไรลี่ย์ (Simon Baker) และ สแล็ก (Asia Argento ลูกสาวของ Dario Argento ผู้ร่วมจัดจำหน่าย Dawn of the Dead นั่นไงครับ) แล้วก็ยังมีโชโล (John Leguizamo) นักรบที่ค่อนข้างจะติดโลภอยู่นิดๆ ร่วมทีมกันปราบซอมบี้

แต่ต่อมาพวกเขาต้องมาพบว่าซอมบี้ เริ่มมีพัฒนาการจนน่ากลัว มันสามารถวางแผนได้ โดยตัวหัวหน้าใหญ่มีฉายาว่าบิ๊ก แดดดี้ (Eugene Clark) ใช้ปืนก็ได้ (หลายคนเลยคาดกันว่านี่คือตัวซอมบี้มีสมองที่ต่อเนื่องมาจากภาค Day of the Dead)

และพวกซอมบี้ก็หมายมั่นจะมุ่งไปยังเมืองฟิดเดลอร์ส กรีน ปราการที่มีคนอยู่อาศัยเพียบ โดยเจ้าของที่แห่งนั้นคือ พอล คอฟแมน (Dennis Hopper) นักธุรกิจจอมเห็นแก่ตัว แล้วในที่สุดตอนจบก็นำมาสู่การต่อสู้ครั้งใหญ่ระหว่างซอมบี้และผู้คนที่พยายามเอาชีวืตรอดไปให้ได้อีกครั้ง

ma0404504504xresdefault

แล้ว Land of the Dead ก็คือชื่อสุดท้ายของหนังครับ ออกฉายปี 2005 ทำรายได้ไปพอหอมปากหอมคอ ราว 46.7 ล้าน ทั่วโลก ซึ่งก็จัดว่าดีครับ เพราะทุนสร้างก็กลางๆ อยู่ที่ $15 ล้านเท่านั้นเอง

สำหรับตัวหนังเองก็ถือเป็นการกลับมาที่น่าพอใจของเจ้าพ่อหนังซอมบี้คนนี้ แม้ประเด็นต่างๆ ในหนังจะไม่ได้ล้ำลึกคมเข้มเหมือนสมัยก่อน เพราะเป็นที่รู้กันในหมู่แฟนหนังว่าลุงแกทำเพื่อสานต่อฉากที่ยังคั่งค้างในใจตั้งแต่สมัย Day of the Dead ให้ครบองค์ประชุม ทำให้หนังอุดมด้วยฉากซอมบี้ ผีกัด และการต่อสู้ที่ถึงเลือดถึงเนื้อ มันส์กันไปข้างหนึ่งเลยครับ ส่วนมากเลยดูกันเอามันส์และดูเพื่อนสานต่อตำนาน The Living Dead เป็นหลัก ซึ่งหนังก็ดูเพลินดีครับหากไม่คาดหวังอะไรแบบภาคก่อนๆ นะครับ

โดยส่วนตัวแล้ว ผมค่อนข้างชอบภาคนี้นะ จริงๆ ก็ชอบหมดทุกภาคแหละสำหรับหนังชุด of the Dead ของลุงแก เพราะเขาทำออกมาได้โอเคครับ น่าติดตาม ฉากน่ากลัวก็สยองดี เนื้อเรื่องก็มีทิศทางตามสูตรของมัน จริงที่ภาคนี้ไม่ได้ใหม่อะไร แต่ก็ครบเครื่องสำหรับหนังซอมบี้

ที่ชอบเป็นพิเศษหนีไม่พ้นตึกสูงในเมืองน่ะครับ ตอนที่ซอมบี้บุกเข้าไป รู้สึกสยองจิตขึ้นมาในทันทีเลย เสียวสันหลังแทนคนที่อยู่ในตึกน่ะครับ ประมาณว่าพวกเขาอยู่กันมานานจนคิดว่าไม่น่าจะเจอซอมบี้อีก แต่ที่ไหนได้เล่นมารุมกินโต๊ะกันเป็นร้อยเลย เฮ่อ นึกแล้วก็สยองปนหดหู่น่ะครับ

แล้วที่ชอบอีกอย่างคือตอนจบ ตอนที่พระเอกกับบิ๊ก แดดดี้มองกันน่ะครับ มันสื่อความหมายแบบน่าสนใจดี จะว่าสองคนนี้เข้าใจกันก็ได้ว่าแต่ละเผ่าพันธุ์ก็ต้องการที่จะอยู่รอด แต่ก็ยืนอยู่กันคนละข้าง ไม่มีทางบรรจบกันได้… แอบนึกในใจนะครับ ว่าการอยู่ในโลกที่มีซอมบี้เดินเพ่นพ่านน่ะ มันคงอึดอัดน่าสะพรึงสุดหัวใจทีเดียว

สรุปว่าถ้าชอบหนังชุดซอมบี้ของลุง Romero ก็ดูได้เรื่อยๆ กับหนังเรื่องนี้ครับ

สองดาวใกล้ครึ่งครับ

Star21

(6.5/10)

 

Advertisements