รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Source Code (2011) แฝงร่างขวางนรก

1395547464

หนังเรื่องนี้มีดีอย่างยิ่งตรงบทครับ บทที่ค่อยๆ เผยความจริงทีละนิด เผยแบบน่าติดตาม ชวนให้เราอยากรู้ว่าเรื่องมันจะไปยังไงต่อ ทั้งๆ ที่เกือบทั้งเรื่องน่ะ เหตุการณ์ก็วนซ้ำอยู่ที่เดิมๆ ตัวละครเดิมๆ ซึ่งก็คือโคลเตอร์ สตีเวนส์ (Jake Gyllenhaal) ชายที่ถูกส่งไปยังอดีต เพื่อค้นหาเหตุวินาศกรรม แต่จุดที่ทำให้น่าสนใจคือ “การตัดสินใจของคนที่แตกต่างออกไป”

เป็นหนังที่ทำให้เราเห็นภาพคำว่า “What If…” หรือ “ถ้าหากว่า…” ได้ชัดมากๆ เรื่องหนึ่ง

และความดีของหนังไม่ได้มีแค่ความตื่นเต้นและชวนลุ้นของการหาปมเรื่องวินาศกรรมเท่านั้น แต่หนังยังสะท้อนความสวยงามของมนุษย์ ไม่ว่าจะความมีน้ำใจ ความรัก ความมุ่งมั่น ความหวัง ความใส่ใจต่อคนรอบตัว ความมีสติ ท่ามกลางเหตุร้ายที่กำลังจะเกิด ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ทำให้มีทั้งคนที่บ้าคลั่ง คนที่คิดถึงแต่ตัวเอง คนใช้อารมณ์ หรือคนที่หลงในความสำเร็จ

Source Code ถือเป็นหนังที่สะท้อนสองมุมของคนได้อย่างเนียนมากๆ และน่าสนใจมากๆ

ผมว่าหนังบอกเราดังๆ ว่าแม้คนจะมีสองมุม ซึ่งก็คือดีและไม่ดี แต่ถ้าเราทุกคนช่วยกันทำให้มุมดีเกิดขึ้นมากๆ เข้า โลกเราย่อมหมุนไปด้วยรอยยิ้มและความสุขได้มากกว่าเดิม

เรื่องนี้กำกับโดย Duncan Jones ซึ่งผมเคยชอบผลงานพี่ท่านมากๆ มาแล้วจาก Moon (ใครยังไม่ได้ดู และชอบหนังแนวไซไฟขอให้ลองชิมสักครั้งนะครับ) ยอมรับว่าผู้กำกับคนนี้มีดีน่าติดตาม ชอบทำหนังที่มีพล็อตไม่ซับซ้อนให้มีความน่าสนใจขึ้นมาได้ โดยเฉพาะหนังไซไฟนี่พี่ท่านปรุงรสได้ถูกใจจริงๆ

ดาราในเรื่องก็มืออาชีพครับ Gyllenhaal ถือว่าเด่นน่าพอใจ Michelle Monaghan ก็พอเหมาะกับบท แต่คนที่ชอบเป็นพิเศษต้องยกให้ Vera Farmiga เพราะเธอต้องแสดงอารมณ์ความรู้สึกผ่านสีหน้านิ่งๆ (นิ่งเพราะต้องเก็บงำ) ทำได้ยอดจริงๆ ครับแม่หญิงคนนี้

เรื่องราวในหนังแม้จะวนอยู่แค่ 8 นาที แต่ช่างเป็น 8 นาทีที่บ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง…

ใช่ครับ เมื่อ 8 พลิกนอนลงมันก็จะเป็นเครื่องมาย อินฟินนิตี้… มันช่างมากมายจริงๆ

สองดาวสามส่วนสี่ดวง

Star22

(7.5/10)

ฉ 2010 Vendome Pictures

Advertisements