รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Darrow & Darrow (2017)

24294190_1850688284961964_2662393367671078235_n

ดูจบแล้วคิดออกมา 2 อย่างโดยประมาณครับ อย่างแรกคือหนังจัดว่าดูสนุกมากกว่าที่คิดไว้ เดินเรื่องลื่นไหล ตัวละครมีเสน่ห์ ดาราก็สวมทบได้ลงล็อค และแทรกอารมณ์ขันลงไปแบบพอเหมาะสุดๆ

อย่างที่ 2 คือ คิดว่าหนังแนวขึ้นโรงขึ้นศาลนี่เป็นแนวที่ห่างหายไปนานมากๆ เหมือนกันครับ ไม่ค่อยได้เห็นสักเท่าไร หรือถ้าชี้ให้ชัดๆ ก็คงจะเป็นตอนหลังจากช่วงขาลงของหนังที่สร้างจากนิยายของ John Grisham เป็นต้นมาน่ะครับ

จำกันได้ใช่ไหมครับ กลางยุค 90 มีหนังขึ้นศาลหรือไม่ก็เกี่ยวกับทนายหรือกระบวนการศาลมาเยอะมาก ไม่ว่าจะ A Few Good Men, The Pelican Brief, The Firm, A Time to Kill, The Client, Primal Fear ขนาดหนังสายฮาก็ยังมีเลยครับ อย่าง My Cousin Vinny เป็นต้น

แล้วพอกระแสเริ่มซา หนังแนวนี้ก็หายไป มานึกๆ ดูก็นานแล้วนะครับ เห็นแบบนานๆ ทีเท่านั้นเอง ทำให้พอเห็น Hallmark ทำเรื่องนี้ ก็อดคิดไม่ได้ครับว่าผู้สร้างกำลังคิดจะหันมาจับแนวนี้อีกไหมเนี่ย (ถ้าทำได้จริงก็เจ๋งเลยครับ)

โดยส่วนตัวผมถือว่าเป็นความฉลาดน่ะครับ จับหนังแนวที่จริงๆ มีกลุ่มคนชอบอยู่แล้ว แต่พอกระแสเปลี่ยน หนังแนวนี้ก็ห่างหายไป ทีนี้หากใครหันกลับมาทำหนังแนวนี้ซะ มันก็จะเป็น Blue Ocean ที่ไม่ต้องออกแรงมาก แต่ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม

สำหรับเรื่องนี้ ผมว่าสนุกเลยครับ เรื่องของทนายสาวผู้รักความถูกต้องอย่าง แคลร์ แดร์โรว์ (Kimberly Williams-Paisley) กับคดีปล้นที่ผู้ต้องหาคือเจ้าของร้านอาหารที่แคลร์รู้จัก แน่นอนว่าแคลร์มั่นใจว่าเขาบริสุทธิ์ครับ เธอเลยเป็นทนายให้เขา และเดินหน้าหาความจริง

ความสนุกของหนังอย่างแรกคือเรื่องราวที่มีทิศทางชัดเจนครับ ปกติหนัง Hallmark หากเป็นแนวสืบสวนแล้วการสืบสวนอาจจะไม่ชวนติดตามนัก ในขณะที่เรื่องนี้ถือวางปมตามปมได้อย่างน่าพอใจเลยล่ะครับ แม้ตอนจบอาจจะดูง่ายไปนิด แต่อย่างน้อยตอนต้นกับตอนกลางก็ทำได้ชวนติดตามทีเดียว

ความสนุกอย่างที่ 2 คือดาราที่เล่นกันได้ดีมากๆ Williams-Paisley ลื่นมากและน่ารักมากกับบทนี้ครับ เธอดูมีเสน่ห์และฉลาด (ผมว่าดูเด่นกว่าตอนเล่น The Christmas Train อีกครับ) นอกจากนี้หนังเรื่องนี้เธอยังเป็นคนอำนวยการสร้างด้วย (เป็นอีกจุดที่ผมมองว่า Hallmark ฉลาดนะ เพราะเป็นวิธีดึงดาราไว้กับสังกัดตนได้อย่างดีทีเดียว)

และคาแรคเตอร์ของเธอก็โดดเด่นครับ เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เป็นทนายตงฉินที่กัดไม่ปล่อย ส่วนหนึ่งก็ต้องชมตัวละครอย่างโจแอนนา (Wendie Malick) แม่ของเธอที่มีปมในอดีตกับแคลร์ และลู (Lilah Fitzgerald) ลูกสาวของแคลร์ ซึ่งบอกได้เลยครับว่า 2 คนนี้เสริมเรื่องราวได้กำลังดีทีเดียว

แต่รายที่ผมชอบมากๆ ต้องยกให้ Tom Cavanagh ครับ รายนี้ผมว่าเป็นยอดฝีมือจริงๆ นะ เล่นหนังตลกก็ได้ (Snow) หนังกึ่งการ์ตูนก็ได้ (Yogi Bear) ยิ่งตอนเขาเล่นซีรี่ส์ The Flash นี่ก็เล่นเป็นแฮร์ริสัน เวลส์ไว้หลากลีลามากๆ

และกับหนังเรื่องนี้ เขาก็เล่นได้ลื่นสุดๆ ครับ เป็นอัยการที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับแคลร์ แต่กระนั้นเขาก็ชื่นชมเธอ ติดตามผลงานของเธอมานานมากๆ (จนเราเดาได้ไม่ยากว่าพวกเขาต้องจีบกันแน่นอน) ดังนั้นแค่ดารานี่ก็ได้ใจแล้วครับ ลงตัวมากๆ

โดยรวมแล้วหนังทำได้ดูเพลินกำลังดีครับ แม้มันจะไม่ได้สุดยอด แต่ก็น่าติดตาม ดูเพลิน ครบรสทั้งอารมณ์ขัน ดราม่า และการตามปมสืบคดี และผมแน่ใจว่านี่เป็นแค่ภาคแรกเท่านั้นครับ เดี๋ยวต้องมาภาคต่อออกมาแน่ เพราะหลายปมก็ยังเป็นปริศนาอยู่ (อย่างเรื่องระหว่างแคลร์กับแม่ของเธอ ที่แม้หนังจะเล่าคร่าวๆ แล้ว แต่รู้สึกได้เลยว่ายังมีปมรอให้เล่นอีก)

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements