รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

I Was a Teenage Werewolf (1957)

I_Was_A_Teenage_Werewolf

นี่คือหนังแจ้งเกิดของนักแสดงหนุ่มหน้าหล่อแห่งยุค 50 นามว่า Michael Landon ที่มีแม่ยกไล่ตามดูหนังอีกเพียบเลยล่ะครับ หลังจากดังไปเต็มๆ จากหนังเรื่องนี้

หนังเล่าถึงเด็กหนุ่มอารมณ์ร้อน โทนี่ ริเวอร์ส (Landon) ที่เปิดเรื่องมาก็มีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนนักเรียนทันที จนอาจารย์ต้องแนะนำให้เขาไปเข้าคอร์สปรับพฤติกรรม ลดความก้าวร้าวลง เลยส่งเขาไปหา ดร.อัลเฟรด แบรนดอน (Whit Bissell) แต่แทนที่ ดร. จะทำการรักษา กลับใช้เขาเป็นหนูทดลองครับ ใช้การสะกดจิตดึงสัญชาตญาณดิบในตัวโทนี่ออกมา จนเขากลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าสุดโหด ออกทำร้ายผู้คน โดยที่เขาก็ไม่สามารถควบคุมได้

ตัวหนังนั้นดังไปพอตัวเลยล่ะครับ ทำเงินได้เป็นล้านๆ ต่ออาทิตย์ซึ่งนับว่าสูงมากสำหรับยุคนั้น เพราะคนดูโดยเฉพาะวัยรุ่นกำลังชื่นชอบหนังสยองขวัญอยู่แล้ว ประเภทไดร์ฟอินเข้าไปดูกันประสาหนุ่มสาวแล้วก็กรี๊ดกร๊าด มีซบกันตามเรื่อง อีกทั้งตัวหนังเองก็มีส่วนผสมครบสูตรหนังสำหรับวัยรุ่น เพราะมีพระเอกหล่อ มีสัตว์ประหลาด มีฉากเต้นรำสไตล์วัยรุ่นด้วยนะครับ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หนังจะโกยเงินจากกระเป๋าเด็กหนุ่มสาวไปได้เพียบ

ด้วยกระแสความดังของหนังทำให้ผู้สร้างพากันทำหนังสยองที่มีเนื้อหาประมาณนี้และมีชื่อเรื่องประมาณนี้ตามออกมาอีกเพียบ ไม่ว่าจะ I Was a Teenage Frankenstein ที่ฉายตามหลังเรื่องนี้ 5 เดือน แล้วก็ How to Make a Monster ในปี 1958 ไหนจะมี I Was a Teenage Vampire (ซึ่งเรื่องหลังนี่เป็นที่รู้จักในชื่อ Blood of Dracula มากกว่าครับ) เรียกว่าปลุกกระแสหนังสยองวัยรุ่นแบบเป็นเรื่องเป็นราวเลยทีเดียวล่ะ นี่ยังไม่นับหนังเกรดบีอีกเพียบที่สร้างตามมาด้วยนะครับ

สำหรับผมน่ะนะครับ ดูแล้วก็ไม่ถึงกับติดใจอะไรมากเป็นพิเศษ ความน่าติดตามอาจจะยังไม่มาก แต่ยอมรับว่าเมคอัพทำเป็นหมาป่านั้นไม่เลว ดูน่ากลัวดี แต่ในส่วนที่ผสมเอาเรื่องการร้องเล่นเต้นเที่ยวของวัยรุ่นลงมาในหนังด้วยมันออกจะไม่ค่อยเข้ากับอารมณ์หนังสยองเรื่องนี้นัก เหมือนจะใส่เข้ามาก็ใส่ซะดื้อๆ อย่างนั้นน่ะครับ

แต่จุดที่ผมติดใจมากกว่าคือประเด็นการวิพากษ์สังคมยุคนั้น ยุคที่วัยรุ่นกำลังอารมณ์รุนแรงมากๆ มีการตั้งแก๊งและพรรคพวกกันเต็มไปหมด (ซึ่งจริงๆ ก็มีทุกยุคน่ะครับ) ซึ่งส่วนหนึ่งก็ไม่ได้มาจากไหนหรอกครับ มันก็มีเหตุผลมาจากการเลี้ยงดูสอนสั่งของผู้ใหญ่จากรุ่นก่อนนั่นเอง เพราะลำพังตัวผู้ใหญ่เองนั้นก็ไม่ได้รู้จักแนวคิดวิธีการคุมอารมณ์ตน ไม่รู้การบริหารอารมณ์มันเหมาะควรสักเท่าไร ดังนั้นการที่วัยรุ่นจะเหลวๆ แหลกๆ ก็คือผลพวงจากคนรุ่นก่อนด้วย

ทางการเองก็เอาแต่สนใจเรื่องสงคราม เรื่องการทำอาวุธจะครอบครองโน่นนี่มากจนลืมที่จะใส่ใจกับปัญหาพื้นฐานภายในประเทศอย่างเด็กวัยรุ่นที่จะโตขึ้นเป็นอนาคตของชาติ อะไรเหล่านี้ก็ทำให้เรามองมาปัจจุบันได้เหมือนกันนะครับ ว่าตอนนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ เรากำลังจะก้าวเข้าไปสู่ความผิดพลาดแบบครั้งกระโน้นอีกหรือไม่

ตัว ดร.อัลเฟรด ก็เปรียบได้กับผู้ใหญ่ระดับสูงของประเทศน่ะครับ ที่เอาแต่สนใจการผลิตอาวุธ สนใจเรื่องความรุนแรง การคิดค้นหนทางที่จะทำให้ตนมีอำนาจ โดยไม่สนว่ามันจะส่งผลกระทบต่อเด็กและวัยรุ่นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่วัยรุ่นมักใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาก็เพราะผู้ใหญ่นี่แหละครับทำตนเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้เด็กซึมซับเอาไปใช้

เช่นเราสอนเด็กว่า “ใจเย็นๆ นะ ทำอะไรต้องจายเย็นๆ” แต่พอพ่อมีปัญหากับแม่ก็ขึ้นเสียงกันทุกที ตีกันทุกรอบ แบบนี้ลูกก็ซึมซับทางแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงได้อย่างง่ายๆ เลยล่ะครับ

ทุกวันนี้ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้เหมือนกันนะครับ ต่อไปภายหน้าถ้าผมมีลูก ผมคงต้องใช้กำลังภายในอย่างมากในการสร้างความแข็งแกร่งทางจิตใจ อารมณ์ และร่างกายให้กับเขา ก็ได้แต่หวังว่าอะไรๆ จะดีขึ้นกว่านี้นะครับ

I Was a Teenage Werewolf อาจไม่ใช่หนังยอดเยี่ยมหรือคลาสสิกสุดขีด แต่มันก็เป็นบันทึกบทหนึ่งในวงการภาพยนตร์ที่เล่าถึงกระแสความฮิตของหนังวัยรุ่น และเป็นเหมือนเลนส์สะท้อนช่วงหนึ่งของอดีต ให้เราได้มอง ใคร่ครวญ และนำมารับใช้ปัจจุบันให้ดีกว่าที่เป็น

เกือบสองดาวครับ

Star12

(5.5/10)

Advertisements