Action

Fast & Furious 6 (2013) เร็ว… แรงทะลุนรก 6

1383885662

หนังชุดนี้กลายเป็นหลักไมล์แห่งความมันส์ไปแล้วครับ คือมั่นใจได้เลยว่าภาคต่อๆ มาต้องทำเงินและต้องออกมาน่าพอใจ ดูเอามันส์ก็ได้ ดูเอาลุ้นหรือดูรถสวยก็ได้ ดาราในเรื่องก็คัดฝีมือกันมาทั้งนั้น

ภาคนี้สานต่อเรื่องราวจากติ่งที่ภาคก่อนทิ้งไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่ฮ็อบส์ (Dwayne Johnson) สืบพบว่าเล็ตตี้ (Michelle Rodriguez) อดีตคนรักของดอม (Vin Diesel) ที่น่าจะตายไปแล้วในเหตุการณ์ภาค 4 กลับปรากฏตัวอีกครั้ง โดยเธอกลายเป็นหนึ่งในทีมของชอว์ (Luke Evans) วายร้ายข้ามชาติตัวแสบอีกคนที่ทางการกำลังต้องการตัว

ด้วยเหตุนี้ฮ็อบส์เลยเดินทางมาแจ้งข่าวพร้อมๆ กับขอแรงให้พวกดอมลงสนามไปตามจับแก๊งของชอว์อีกครั้ง แล้วนั่นล่ะครับ จุดเริ่มของอะไรมันส์ๆ มันเริ่มตรงนั้นล่ะ

หนังยังคงดูสนุกเอามันส์ได้ครับ ฉากไล่ล่าทางรถเร้าใจ ระเบิดตูมตาม วางแผนซ้อนแผนตลบหลังกัน เรียกว่าความสนุกเหล่านี้หนังชุดนี้ทำได้เป็นมาตรฐานแล้วครับ ขอชม Justin Lin เช่นเคย คุมหนังได้อยู่จริงๆ

แต่จุดที่ผมชอบมากๆ กลับไม่ใช่เรื่องแอ็กชันครับ แต่ชอบเรื่องสัมพันธภาพของตัวละคร ซึ่งเป็นอะไรที่ผมว่าเวิร์คมาตั้งแต่ภาคก่อนๆ แล้วนะ เพราะดอม, ไบรอัน (Paul Walker), มิอา (Jordana Brewster), โรมัน (Tyrese Gibson), ฮาน (Sung Kang), จีเซล (Gal Gadot) และ เทจ (Ludacris) พวกเขาดูเป็นครอบครัว ตายแทนกันได้ ทำงานรู้ใจกัน ซึ่งอันนี้ผมว่าทีมงานจับหัวใจของเรื่องราวได้ถูกต้องครับ

อันว่าในโลกของแก๊งหรือทีมที่ชอบรวมตัวกันแข่งรถนั้น คนมักคิดว่าพวกเขาชอบรถ คลั่งความเร็ว แต่โดยส่วนตัวแล้วผมว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นครับ มันมีเรื่องของมิตรภาพเกี่ยวข้องด้วยเสมอ มันคือการที่คนรักในสิ่งเดียวกันมาทำกิจกรรมนั้นๆ ด้วยกัน นั่งคุยเกี่ยวกับมัน กินนอนกับมัน สำหรับพวกเขามันจึงเหมือนได้เจอครอบครัว มันจึงเป็นอะไรที่แน่นแฟ้น

หนังชุดนี้จับ 2 ประเด็นนี้มาตลอดครับ (ประเด็นว่าด้วยการแข่งรถ ความเร็วและแรง กับประเด็นความเป็นครอบครัว) แต่ภาคแรกๆ หนังจะเทน้ำหนักไปที่แอ็กชัน จนกระทั่ง 3 ภาคหลังนี่แหละครับที่หนังทำให้คำว่า “ครอบครัวโทเร็ตโต” มีความหมายมากขึ้น และนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งครับที่ทำให้หนังสะใจมากขึ้นๆ… ก็ระหว่างหนังที่เรามองใครก็ไม่รู้ขับรถไล่ล่ากัน กับหนังที่เรามองเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่คุ้นตา มีเลือดมีเนื้อมีจิตใจ และมีกลุ่มก๊วนผองเพื่อนที่รู้ใจกัน ผมว่าอย่างหลังมันกระตุ้นอารมณ์ร่วมเราได้ผลกว่ากันมากทีเดียวน่ะครับ

อย่างที่รู้กันครับว่าหนังภาคนี้เปิดช่องไว้เพื่อทำภาคต่อ (ที่คงไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาคเดียว) ก็อยากรู้เหมือนกันครับว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ถ้าว่ากันถึงภาค 6 นี้ก็จัดว่าสนุกไม่ผิดหวัง แม้โดยส่วนตัวแล้วจะยังคงยกให้ภาค 5 เป็นตอนที่สนุกที่สุดอยู่ก็ตาม แต่ภาคนี้ก็สนุกรองลงมานิดๆ ครับ กระนั้นก็ยังจัดได้ว่าสนุกคุ้มค่าแก่การดู

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements