รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Triumph of Sherlock Holmes (1935)

MV5BMTMyNjU0MDkwNF5BMl5BanBnXkFtZTcwNTQ4NDgyMQ@@._V1_UY268_CR1,0,182,268_AL_

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ชื่อนี้คอนิยายและเรื่องราวแนวสืบสวนย่อมคุ้นกันดีนะครับ เขาคือตัวละครนักสืบที่มีชื่อโด่งดังที่สุด ผู้สรรสร้างตัวละครรายนี้ให้มีชีวิตขึ้นก็คือ ท่าน Sir Arthur Conan Doyle นั่นเอง

เรื่องตำนานหรือประวัติของฉบับนิยาย ผมคงจะยังไม่นำมาเล่านะครับ ขอข้ามมาฟากภาพยนตร์ก่อน ซึ่งด้วยความดังของนิยาย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ เมื่อโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าภาพยนตร์เกิดขึ้น การนำเอาเรื่องของนักสืบผู้นี้มาถ่ายทอดแบบมีภาพ (แต่ยังไม่มีเสียง) ก็เริ่มขึ้นตั้งแต่ต้นยุค 1900 แต่ก็ยังไม่มีเวอร์ชั่นไหนที่เป็นทางการครับ บางเรื่องก็ได้แต่ยกคาแรคเตอร์มา แต่ยังไม่ได้เรียกว่าโฮล์มส์แบบเต็มตัว จนกระทั่งปฏิทินเดินทางมาถึงปี 1905 น่ะครับ หนังโฮล์มส์เรื่องแรกถึงได้ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการ ในชื่อ Adventures of Sherlock Holmes ซึ่งก็ได้รับความนิยมไปตามสมควรครับ

หลังจากนั้น หนังโฮล์มส์ก็มีการสร้างมาเรื่อยๆ ประมาณปีละ 1 – 3 เรื่องเลยทีเดียวครับ คนมารับบทโฮล์มส์ก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปหลายต่อหลายราย แต่รายที่รับแสดงเป็นโฮล์มส์มากครั้งที่สุดในยุคแรก ต้องยกให้ Eille Norwood นักแสดงชาวอังกฤษครับ ที่รับบทนักสืบในตำนานถึง 47 เรื่อง ส่วนคนที่รับบทเป็น ดร. วัตสัน คู่หูของโฮล์มส์ในฉบับของ Norwood ก็คือ Hubert Willis ครับ

ถัดจากโฮล์มส์เวอร์ชั่นของ Norwood แล้ว รายต่อมาที่ได้แสดงเป็นโฮล์มส์และเป็นที่รู้จักก็คือ Arthur Wontner ซึ่งมาสวมวิญญาณนักสืบชื่อก้องคนนี้ในหนังโฮล์มส์ 5 เรื่อง อันได้แก่ The Sleeping Cardinal (1931), The Missing Rembrandt (1932), The Sign of Four: Sherlock Holmes’ Greatest Case (1932), The Triumph of Sherlock Holmes (1935) และปิดท้ายด้วย Silver Blaze (1937)

ครับ และโฮล์มส์เรื่องที่กระผมนำมาแนะนำในคราวนี้ก็คือผลงานโฮล์มส์ตอนที่ 4 ที่ Wontner แสดงไว้นั่นเอง โดยมี Ian Fleming มาประกบคู่เป็น ดร. วัตสัน… อ้ะ อ้ะ ถึงตรงนี้หลายท่านอาจคุ้นชื่อใช่ไหมครับ ว่า Ian Fleming นี่มัน… คนแต่งนิยายเจมส์ บอนด์ ไม่ใช่รึ ก็ต้องขอบอกก่อนล่ะครับว่า ไม่ใช่ คนละคนกันครับ แค่ชื่อเหมื่อนเท่านั้น

ว่ากันว่านักดูหนังพอดูหนังชุดนี้ทีไรจะตะลึงทุกครั้งที่ได้ทราบว่ามีคนชื่อ Ian Fleming มาเล่นเป็นหมอวัตสัน ก็พานนึกไปว่าคนให้กำเนิดยอดสายลับให้เกียรติมาแสดงในหนังยอดนักสืบด้วยหรือนี่ ไม่ช่ายนะครับ ไม่ช่าย อย่าได้เข้าใจผิดไป

สำหรับ The Triumph of Sherlock Holmes ก็ได้นำเอานิยายเรื่องยาวตอน The Valley of Fear หรือ “หุบเขาแห่งภัย” ของท่าน Doyle มาต่อเติมเสริมแต่งอีกเล็กน้อยครับ

เนื้อเรื่องก็ว่าด้วยยอดนักสืบเชอร์ล็อค โฮล์มส์ (Wontner) และคู่หูของเขา หมอวัตสัน (Fleming) ต้องพบกับคดีที่แสนซับซ้อนเมื่อ จอห์น ดักลาส (Leslie Perrins) หนุ่มผู้มีฐานะจากแดนชนบท ถูกฆาตกรรม ทำให้โฮล์มส์อดไม่ได้ที่จะทำการสืบเพื่อไขคดี และยิ่งสืบก็ยิ่งพบว่าจอห์น ดักลาสคนนี้ มีอดีตที่แสนลึกลับ และอดีตปริศนานี่เองอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาถูกฆ่าก็ได้… แล้วอดีตนั้นคืออะไรกันแน่

และโฮล์มส์ยังพบเงื่อนงำสำคัญไปกว่านั้น จากการสืบสวน เขาก็มั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องเป็นแผนการของชายคนหนึ่ง ชายที่เขารู้จักเป็นอย่างดี… ชายที่เป็นคู่อาฆาตตลอดกาลนามว่า ศาสตราจารย์มอริอาตี้ (Lyn Harding) นั่นเอง

ครับ ที่บอกว่าเนื้อเรื่องเสริมเข้ามาก็คือบทของมอริอาตี้นี่แหละครับ เพราะพี่ท่านไม่ได้มีบทในตอน The Valley of Fear แต่กระนั้นผู้สร้างก็อยากใส่เขาลงมาครับ เพื่อความสนุกยิ่งขึ้น เรียกว่าเป็นการยำหน่อยๆ น่ะแหละครับ

สำหรับท่านที่ไม่คุ้นเคยกับนิยายเชอร์ล็อค โฮล์มส์นะครับ ก็ขอแนะนำหน่อยแล้วกันว่า ตัวละครในนิยายชุดนี้ นอกจากโฮล์มส์ ยอดนักสืบตัวเอกของเรื่องแล้ว ก็ยังมีหมอวัตสัน คู่หูรูมเมตของโฮล์มส์ที่ไม่ได้คิดจะเป็นนักสืบอะไรหรอกครับ แต่นายโฮล์มส์ก็ขยันพาหมอแกไปร่วมการสืบ จนไปๆ มาๆ แกก็ติดใจกับรสชาติการสืบคดีไปจนได้

ส่วนศจ. มอริอาตี้นั้น ได้ชื่อว่าเป็นวายร้ายที่ร้ายกาจที่สุด เป็นคู่อาฆาตของโฮล์มส์ ฉายาของนายคนนี้คือ นโปเลียนแห่งอาชญากรรม เพราะมีความเฉลียวฉลาดในการวางแผนร้ายแบบสุดๆ ซึ่งในฉบับนิยายนั้น พี่แกปรากฏตัวเพียงครั้งเดียว และในเรื่องสั้นซะด้วย แต่ด้วยความร้ายและฉลาดที่เขาแสดงออกมา ทำให้แฟนๆ ยกให้เขาเป็นศัตรูอันดับหนึ่งตลอดกาลของโฮล์มส์ไปครับ

นอกจากนี้ ก็ยังมีตัวละครสมทบอย่าง สารวัตรเลสเตรด นายตำรวจที่ไม่ได้สืบคดีเก่งอะไรนัก แต่มักจะได้ความดีความชอบยามโฮล์มส์ไขคดีได้น่ะครับ ประมาณว่าโฮล์มส์ไม่อยากได้ชื่อ เลยยกชื่อเสียงในการไขคดีให้เลสเตรดไปฟรีๆ อะไรทำนองนั้น ซึ่งในหนังเรื่องนี้ก็มีบทนี้ครับ แสดงโดย Charles Mortimer

อีกหนึ่งตัวละครที่มักจะปรากฏตัวพร้อมกับศจ.มอริอาตี้ก็คือ ผู้การเซบาสเตียน โมแรน บริวารผู้ซื่อสัตย์ของศจ. ซึ่งในเรื่องนี้ก็แสดงโดย Wilfrid Caithness ครับ

ตัวหนังนั้นสร้างออกมาอย่างเรียบง่ายตามสไตล์หนังเก่าสมัยก่อน แต่ถึงกระนั้นจุดที่น่าชื่นชมคือการแสดงครับ Wontner สวมบทโฮล์มส์ได้ไม่เลว สไตล์ของ Wontner นั้นทำให้โฮล์มส์เป็นชายใจเย็น ช่างสังเกต แต่อาจจะออกแนวติดดิน ไม่หวือหวาสักเท่าไร ทำให้โฮล์มส์เวอร์ชั่นนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากดูโฮล์มส์แบบเหมือนมนุษย์ทั่วไป ไม่ได้เด่นหรือพิเศษแต่อย่างใด

ส่วน Fleming ก็มาพร้อมคาแรคเตอร์หมอวัตสันที่สุขุม สบายๆ… รู้ไหมครับตอนผมดูเนี่ยผมนึกถึงใคร… รู้สึกว่าลักษณะท่าทาง คาแรคเตอร์ของหมอวัตสันเจ้านี้ ออกแนวกงซุนเช่อในหนังท่านเปาเวอร์ชั่นจินเชาฉวินเลยน่ะครับ นั่นคือ นิ่มๆ มีสมอง แต่ไม่แสดงออก แล้วก็ไม่ได้เป็นลูกไล่โฮล์มส์มากจนเกินไป ออกแนวคู่หูคู่สมองกันมากกว่าน่ะครับ

และ Harding ก็ไม่เลวในบทมอริอาตี้ เพียงแต่บทน้อยไปหน่อยน่ะครับ แต่พอแกออกมาทีไรก็มีรัศมีวายร้ายจับทุกที

ผมชอบลีลาการเล่าเรื่องนะ ช่วง 6 นาทีแรกอาจจะนิ่งไปหน่อย แต่พอถึงตอนที่โฮล์มส์เผชิญหน้ากับมอริอาตี้รอบแรก (ประมาณนาทีที่ 10) หนังก็ดึงความสนใจคนดูอย่างผมได้สบายๆ ครับ เพราะต่างคนต่างก็มีเชิง มีการระวังและการท้าทายซึ่งกันและกัน ดูเก๋าแบบไม่ต้องพึ่งพาอะไรมาก แค่บทพูดดีๆ กับการแสดงเยี่ยมๆ ก็พอ

จากนั้น พอหนังเล่าเรื่องอดีตของดักลาส (คนอ่านนิยายมาแล้วคงพอทราบว่าเรื่องเป็นอย่างไร และการเล่าเรื่องจะออกแนวไหนนะครับ) หนังก็ทำได้ดีครับ น่าติดตามในระดับหนึ่ง แต่ก็มีอืดบ้าง ช้าบ้างเป็นบางช่วง ถ้ากระชับกว่านี้คงแจ๋วน่ะครับ

หนังยาวราวๆ 80 นาทีครับ จริงๆ ถ้าตัดส่วนที่เกินๆ ออกสักหน่อยก็คงดี เพราะหนังสมัยเก่าจะมีอะไรแบบนี้ค่อนข้างมาก พวกฉากที่ไม่มีก็ได้อะไรทำนองนั้น แต่คิดในอีกแง่หนึ่ง ก็ได้อารมณ์ Oldies ดีล่ะครับ มีอะไรเกินๆ ติดจะเชยๆ สักหน่อย

สำหรับสมัยก่อน เนื้อเรื่องส่วนที่เราว่าเกินๆ อาจจะเป็นเนื้อเรื่องส่วนที่คนสมัยนั้นชื่นชอบก็ได้นะครับ หรือไม่ก็เป็นวิธีการปูพื้นที่ได้อารมณ์สำหรับคนสมัยก่อนน่ะ

ครับ ผมก็อาศัยดูทาง Youtube น่ะนะครับ ถือว่าไม่เลวทีเดียวสำหรับหนังโฮล์มส์ยุคก่อน แต่กระนั้นหนังก็ไม่ได้ถึงขั้นสนุกจับใจจนต้องไปหาแผ่นจริงมาเก็บหรอกครับ เพราะอย่างที่บอก แม้หนังจะโอเค มีดาราดี การเดินเรื่องดี แต่ความอืดเอื่อยเฉื่อยในหลายช่วงก็ทอนความสนุก น่าติดตามของหนังลงไปหลายส่วนเหมือนกัน

จุดนี้ทำใจยังไงก็ไม่ไหว เพราะหนังสมัยเก่าที่เดินเรื่องลงตัว เร็วพอเหมาะ สนุกได้แม้จะเก่าครือกันก็มี อย่างสารพัดหนังของ Charlie Chaplin หรือ Buster Keaton เป็นต้น

รสชาติของโฮล์มส์เวอร์ชั่นนี้ เลยออกมาไม่เลว เหมาะสำหรับคอหนังที่อยากดูโฮล์มส์สมัยก่อน แต่ก็ไม่ถึงกับประทับใจจนต้องดูซ้ำ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements