Action

White House Down (2013) วินาทียึดโลก

maxre573277327878sdefault

เป็นการจับเอา Die Hard มาเจอกับ Air Force One แล้วปรุงรสด้วย “การถล่มทำเนียบขาวเล่น” ตามสไตล์ของผู้กำกับ Roland Emmerich ที่หาพล็อตมาถล่มโลกได้บ่อยมากๆ คนหนึ่ง

พล็อตเรื่องถือว่าเล่าง่ายครับ พระเอกคือ เจมส์ เคล (Channing Tatum) พาลูกสาว (Joey King) ไปทัวร์ทำเนียบขาว ในวันที่ผู้ก่อการร้ายกลุ่มหนึ่งยกขบวนเข้าถล่มทำเนียบเพื่อจับตัวประธานาธิบดีซอว์เยอร์ (Jamie Foxx) แล้วก็แน่นอนครับว่าเคลต้องเป็นคนลงมือเล่นงานพวกมันทีละรายๆ เพื่อหาทางช่วยทั้งลูกสาวที่เขารักและท่านปธน. ไปในเวลาเดียวกัน

โครงเรื่องไม่ใหม่ แต่จริงๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ เพราะถ้าทำสนุกก็โอเคแล้ว และผลที่ได้ก็คือหนังไม่เลวครับ ดูเพลินได้เรื่อยๆ มีระเบิดกัน ยิงกัน อัดกัน ลุ้นกัน ครบสูตรหนังแอ็กชันประเภทพระเอกแบกปืนกู้สถานการณ์ช่วยตัวประกัน แต่ถ้าถามว่ามันสนุกมากไหม ก็ขอบอกว่า “อยู่ในระดับโอเค” เท่านั้นครับ เพราะแม้จะไม่ผิดหวังสำหรับหนังแนวนี้ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นหรือมันส์ลืมโลกจนอะดรีนาลีนพุ่งทะลักแต่อย่างใด

ระหว่างดูก็นึกถึง A Good Day to Die Hard เมื่อต้นปี รู้สึกว่าทั้งเรื่องนี้และเรื่องนั้นมีจุดอ่อนคล้ายๆ กัน นั่นคือแม้หนังจะจัดเต็มทั้งปืน ปืนกล ระเบิด เฮลิคอปเตอร์ ฉากรถไล่ล่า แต่จุดที่พร่องไปคือสีสันความน่าสนใจของตัวละครที่ยังไม่ถึงขั้นน่าจดจำ อย่างในเรื่องนี้นายเจมส์ เคลแกเก่งและกล้าพอตัว แต่ที่พร่องหายไปคือ “ความแสบทางปัญญา” ประเภทว่าฉลาดไหวพริบเยอะจนตอกผู้ร้ายหน้าหงายให้คนดูสะใจเป็นระยะๆ ซึ่งผมว่าสำหรับตำแหน่งพระเอกแล้วหากพี่แกสามารถจัดการผู้ร้ายได้ด้วยความฉลาดแบบแสบๆ ล่ะ จะเป็นที่จดจำมากขึ้นเยอะ แบบเฮียจอห์น แม็คเคลนแห่ง Die Hard แกไหวพริบรอบตัว หาเรื่องกวนโทสะผู้ร้ายได้บ่อยๆ คนดูอย่างเราก็พลอยสะใจตามไปติดๆ

1183878 - WHITE HOUSE DOWN

เช่นเดียวกับ ท่านปธน. ซอว์เยอร์ที่แม้จะมีความเกรียนมาเติมความเด่น แต่ความเก๋าที่พึงมีก็ยังไม่มาก ระหว่างดูนั้นความรู้สึกที่เกิดคือ 2 บทนำในเรื่องยังเด่นไม่มากพอ เพราะจริงๆ แล้วหนังก็ถือเป็นแนวบัดดี้ฮีโร่ได้เหมือนกันครับ นึกไปถึงพวก Lethal Weapon, Rush Hour หรืองานเมื่อปีก่อนของ Tatum เรื่อง 21 Jump Street ที่ตัวเอกมาเป็นคู่ บุคลิกมีทั้งจุดต่างและจุดเหมือนซึ่งจะคอยเติมเต็มสีสันให้กันและกัน ช่วยให้ความสนุกมันลื่นขึ้น ที่สำคัญคือแต่ละคนจะมีมุมไหวพริบเสริมกัน เช่นถ้าคนหนึ่งพลาดอีกคนจะเสริม หรือถ้าตอนไหนไหวพริบและความบ้ามาพร้อมกันทั้งคู่ดีกรีความมันส์จะจัดเต็มทันที

แต่กับเรื่องนี้บุคลิกท่าทาง ความแสบความเก๋าของ 2 ตัวนำยังไม่เยอะ หรือจริงๆ ถ้าหนังเลือกจะกำหนดให้เคลเป็นฝ่ายปฏิบัติมีหน้าที่บู๊แหลก แล้วให้ท่านปธน. คอยเสริมช่วยวางแผนเป็นมันสมองให้ คอยแนะแนวว่าจุดไหนของทำเนียบต้องใช้กลยุทธ์แบบใด (ประมาณว่าปธน. เก่งวางแผนแต่ลุยไม่เป็น ส่วนเคลลุยเก่งแต่ยังไม่ชินพื้นที่) แบบนั้นรสชาติน่าจะน่าสนใจขึ้น และเล่นอะไรฮาๆ ได้อีกหลายอย่าง

ในฝั่งตัวร้ายก็พอกันครับ ฟากพระเอกยังเก๋าไม่พอ พอมาฟากผู้ร้ายก็ไม่ได้ร้ายเต็มที่พอกัน ซึ่งจริงๆ นี่เป็นอะไรที่พื้นฐานพอสมควรครับ ถ้าจะให้หนังสนุก ตัวร้ายต้องเก่ง ต้องฉลาด และต้องถือไพ่เหนือพระเอก (ในตอนต้น) จากนั้นก็ต้องให้พระเอกมาโชว์เก๋าแก้เกม ตีคืนผู้ร้ายจนหงายเก๋ง อย่างนั้นความสนุกจะไหลมาเทมา แต่ในเรื่องนี้ตัวร้ายยังไม่เก่ง พระเอกก็ไม่ได้โชว์เก๋าความมันส์ก็เลยกั๊กๆ เข้าอีหรอบ “ยังทำให้มันส์ได้อีก”

รสชาติของหนังเลยมันส์ปานกลาง คือดูแล้วไม่ขี้ริ้ว สนุกพอเพลิน แต่ยังไม่อร่อยเท่า Die Hard หรือ Air Force One หรือหากเทียบเมื่อเร็วๆ นี้ก็นึกถึงซีรี่ส์ 24 ปี 7 น่ะครับ ตอนมีเรื่องบุกทำเนียบทำได้มันส์มาก ลุ้นมากกว่าเยอะ โดยที่ไม่ต้องระเบิดทำเนียบหรือถล่มเครื่องบินอะไรให้มากมาย

รู้สึกช่วงนี้จะเจอจุดพร่องว่าด้วยเรื่อง “บท” บ่อยเหมือนกันนะครับ ในขณะที่ด้านอื่นๆ ของหนังจะค่อนข้างโอเค ไม่ว่าจะดาราที่จริงๆ เล่นได้ลื่นครับ แต่ยังไม่เด่นเท่าที่ควร ทั้ง Tatum, Foxx, Maggie Gyllenhaal ในบท ฟินเนอร์ตี้ สาวแกร่งที่คอยประสานหาทางยับยั้งเหตุร้าย, Richard Jenkins ในบทราเฟลสัน หัวหน้าของเคลที่ต้องมาเป็นทัพหน้าในการต่อกรกับผู้ร้ายและ James Woods ในบทวอล์คเกอร์ ที่ถือว่าพี่ท่านเล่นได้ดีตามมาตรฐานน่ะครับ เพียงแต่บทไม่ได้เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความเก๋าความแน่สักเท่าไร

ไปๆ มาๆ คนที่เด่นจริงได้ใจต้องยกให้ King ในบทเอมิลี่ ลูกของเคลที่ดูน่าเอาใจช่วยไปตลอด แล้วในบางขณะยังดูมีสติในการรับมือกับสถานการณ์มากกว่าผู้ใหญ่อีกต่างหาก

1378832729

Effect ก็โอ ฉากไล่ล่าตื่นเต้นก็ไม่เลว อย่างตอนแล่นรถไปทั่วทำเนียบหรือตอนเคลขึ้นไปซัดกับผู้ร้ายเรียงตัวบนหลังคาทำเนียบ แต่ก็อย่างที่บอกครับ บทยังไม่แจ๋วพอ หลายอย่างพอเดาได้ว่ามันจะลงเอยอย่างไร หรือใครบ้างที่เป็นคนร้าย

ผมติดใจฉากที่พวกผู้สื่อข่าวพยายามประกาศย้ำๆๆๆๆๆ ว่าใครเป็นคนถ่ายคลิปภาพเหตุการณ์สดจากในทำเนียบ เหมือนเป็นการกัดสื่อมวลชนว่าบางทีก็เสนอข่าวแบบไม่พิจารณาให้ถี่ถ้วน กลายเป็นการหาเรื่องให้คนอื่นเสี่ยงภัย

จะว่าไปแล้ว Emmerich ก็ยังถือเป็นผู้กำกับที่คุมหนังแอ็กชันได้โอเคคนหนึ่งล่ะครับ พล็อตเดิมๆ สีสันลูกเล่นไม่เยอะ แต่ก็ยังออกมาดูได้เพลินๆ เหมาะสำหรับคอแอ็กชันที่ไม่คิดมากเรื่องพล็อตหรือความสดครับ อย่างผมแม้จะดูเหมือนบ่นแต่จริงๆ ก็ยังสนุกกับหนังได้อยู่ เพียงแต่ดีกรีความตื่นเต้น ความลุ้น หรือการหักเหลี่ยมเฉือนคมจัดว่าน้อยกว่าหนังรุ่นพี่เท่านั้นเองล่ะครับ ขอเพียงไม่คาดหวัง ก่อนตีตั๋วก็กินยาเผื่อ (ใจ) เข้าไปสักนิดสองนิด ผมว่าก็น่าจะพอกล้อมแกล้มไปกับหนังได้น่ะครับ

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements