Anthology Movies/Series

The Monster Club (1980) (Amicus Anthology #8)

The-Monster-Club

ผมได้ทำการแนะนำ หนังสยองเรื่องสั้นที่สร้างโดยค่าย Amicus ค่ายหนังอังกฤษที่ขยันทำหนังแนวเรื่องสั้นสยองหลายๆ เรื่องมาใส่ไว้ในเรื่องเดียว มีอยู่ช่วงหนึ่งผมก็ระดมแนะนำทุกวันเลย ก็สารภาพครับว่าชอบมาก หนังเขาทำได้ดี สยองแบบคลาสสิก เก่าและเก๋า มีดีต่างกันไป และค่ายนี้ยังทำออกมาต่อเนื่อง รวมดาราสยองแบบครบถ้วน เรียกว่าเหมามาทั้งวงการน่ะครับ ตอนดูเลยประทับใจหลายๆ อย่าง

ผมเลยอดจะหวิวๆ ไม่ได้ที่กำลังจะพูดถึง The Monster Club หนังสยองเรื่องสั้นเรื่องสุดท้ายในชุดนี้ ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องอธิบายกันเล็กน้อยครับ เพราะจริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้ไม่ได้สร้างโดยค่าย Amicus เนื่องจากบริษัทได้ปิดตัวลงในช่วงปี 1977

แต่กระนั้นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Amicus ก็ยังไม่ยอมแพ้ในการทำภาพยนตร์ครับ เขาคือ Milton Subotsky ที่สู้ฟันฝ่าเพื่อค่ายนี้มากว่า 10 ปี แต่พอบริษัทไม่ได้ไปต่อ เขาก็ย้ายกลับมาแคนาดาและพยายามทำหนังแนว Anthology ออกมาเพื่อป้อนตลาด ซึ่งก็มีผลงานอย่าง The Uncanny และ The Monster Club เรื่องนี้ แต่สุดท้ายแล้วหนังก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

ดังนั้นหากว่าตามจริงแล้ว The Monster Club ไม่ใช่หนังสยองเรื่องสั้นที่สร้างโดย Amicus ครับ แต่กระนั้นหลายคนก็ยังนับเรื่องนี้เข้าชุด Amicus Anthology เพราะมี Subotsky อำนวยการสร้าง และยังเป็นผลงานกำกับหนังโรงเรื่องสุดท้ายของ Roy Ward Baker ที่เคยทำ The Vault of Horror และ The Legend of the 7 Golden Vampires เอาไว้ ดังนั้นผมเลยขอนับรวมเรื่องนี้เข้าชุดด้วยอีกเรื่องหนึ่งครับ

หนังเปิดมาก็แนะนำให้คนดูรู้จักกับ อาร์ แชทวิน-เฮเยส (John Carradine) นักเขียนนิยายสยองขวัญที่กำลังเดินหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในเมือง ระหว่างเดินอยูดีๆ เขาก็พบกับชายปริศนาคนหนึ่ง (Vincent Price) ที่ดูอ่อนแรงมาก จนเฮเยสเดินเข้าไปถามว่า คุณเป็นยังไงบ้างครับ จะให้ผมช่วยอะไรไหมครับ

ชายคนนั้นก็ถามกลับมา “คุณจะยอมช่วยผมจริงๆ เหรอครับ” เฮเยสก็พยักหน้า ชายคนนั้นก็เลยบอกว่า “ขอบคุณครับ” ก่อนจะแยกเขี้ยวดูดเลือดเฮเยสโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว…

monster-club-5

แต่ไม่ต้องห่วงครับเฮเยสยังไม่ตายหรอก เพราะชายคนนั้น (ที่เป็นแวมไพร์) เขาขอแค่เลือดนิดหน่อยพอให้มีแรงเท่านั้น แล้วเขาก็แนะนำตัวว่าชื่อ อีรามัส แวมไพร์เจ้าของไนท์คลับแห่งหนึ่ง พอคุยกันก็รู้ว่าเฮเยสคือนักเขียนนิยายสยองชื่อดัง อีรามัสเลยเอ่ยปากชวนไปที่คลับเพื่อพูดคุยกัน และเฮเยสกำลังต้องการแรงบันดาลใจด้วย อีรามัสเลยเล่าเรื่องตำนานสยองขวัญให้เขาฟัง เผื่อจะได้อะไรเอาไปเขียนนิยาย เป็นการตอบแทนที่เฮเยสอุตส่าห์บริจาคเลือดให้เขาตั้งหลายอึก

ตอนที่ 1 Shadmock Story
มีสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ถูกเรียกว่า “แช็ดม็อก” (James Laurenson) ที่มีรูปกายเป็นคน แต่ผิวซีดและไม่ชอบแสงแดด และที่อันตรายที่สุดคือแช็ดม็อกสามารถฆ่าคนได้ด้วยวิธีการผิวปากจนเกิดความถี่ในระดับหนึ่ง แล้วเป้าหมายก็จะโดนพลังแห่งความถี่จากการผิวปากนี้เผาร่างจนตาย… แล้วก็มีคู่รักคู่หนึ่งเห็นว่าแช็ดม็อกมีเงินเยอะ อยูบ้านหลังโต ก็เลยวางแผนให้ผู้หญิง (Barbara Kellerman) ไปล่อลวงให้แช็ดม็อกหลงรักจะได้มอบมรดกทั้งหมดให้… แต่คิดดูสิครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากแช็ดม็อกรู้ว่ามันกำลังโดนหลอก!

ตอนที่ 2 Vampire Story
เรื่องของครอบครัวแวมไพร์ที่แสนน่ารักที่กำลังจะโดนคณะนักล่าแวมไพร์ที่นำโดยพิกเคอร์ริ่ง (Donald Pleasence) มาตามล่าเพื่อเอาหมุดตอกจนตาย… แต่คิดหรือครับว่าแวมไพร์ที่อยู่มาได้ขนาดนี้จะต้องมาตายง่ายๆ น่ะ!

ตอนที่ 3 Humgoo Story
แซม (Stuart Whitman) ผู้กำกับภาพยนตร์ที่กำลังเบื่อหน่ายกับโลเกชั่นเดิมๆ เขาเลยตัดสินใจเดินทางไปยังที่ใหม่ๆ เพื่อหาโลเกชั่นใหม่สำหรับหนังของเขา เลือกไปเลือกมาก็ได้เมืองลัฟวิลล์ เมืองเล็กๆ แถวนอร์ฟอล์กมาเป็นเป้าหมาย เขาเดินทางไปแล้วก็พบว่าโลเกชั่นมันโดนใจมากครับ เพราะเป็นเมืองเล็กๆ ที่ดูโทรม มีแต่คนแปลกๆ อยู่เต็มเมือง… แต่คุณรู้ได้ยังไงว่าชาวเมืองน่ะเป็นคน!

แม้คำวิจารณ์โดยทั่วไปของเรื่องนี้จะไม่ได้ยอดนัก แต่ผมว่าหนังก็โอเคน่ะครับ จริงที่ความเด็ดดวงมันอาจไม่มากเท่าหนังรวมเรื่องสั้นสยองเรื่องก่อนๆ อย่าง The Vault of Horror หรือ Tales From the Crypt แต่ก็ยังทำได้ระดับ น่ากลัวผสมอารมณ์ขันร้ายๆ ได้ค่อนข้างดีครับ เรียกได้ว่าคอหนังสยอง 3 เรื่องสั้นใน 1 น่ะน่าจะพอใจครับ

ถ้าสรุปความสนุกแบบแยกตอน ตอนแรกก็ถือว่าน่ากลัวแบบค่อยๆ เพิ่มปริมาณความสยองครับ ตอนแรกเรื่อยๆ แต่พอดำเนินไปความน่ากลัวก็ค่อยๆ เพิ่มจนจบตอนน่ะแหละ สยองจริงๆ พอมาตอนที่สองก็เป็นหนังสยองสั้นที่แปลกดีครับ มันปนอารมณ์ตลกลงไปด้วย ตอนจบก็สะใจดีครับ แต่ตอนที่ผมชอบที่สุดต้องยกให้ตอนที่ 3 ครับ ทำได้น่าติดตามสุด บรรยากาศหลอนและน่ากลัวที่สุด รวมไปถึงตอนจบที่สยองแบบขนลุกขึ้นมาอีก เฮ่อ จบได้ใจจริงๆ แม้จะเดิมๆ แต่ได้ใจครับ (จำได้ว่าเคยมีเพื่อนๆ ในนี้มาถามว่า ผมรู้ไหมว่าหนังสยองแบบนี้มันจะมีอยู่เรื่องหนึ่งที่จบแบบคนจะหนีออกจากเมืองแล้วก็โดนตำรวจพากลับมาอะไรทำนองนี้น่ะครับ บอกได้เลยครับว่า คือตอนนี้นี่แหละ)

หา… อะไรนะครับ อยากได้สปอยล์เหรอ อ้า ได้ อันนี้ผมจัดให้ได้ครับ

monsterclub6big

สปอยล์นะครับ

ตอนที่ 1 น่ะครับ ก็แช็ดม็อกจับได้ว่าผู้หญิงหลอก เลยผิวปากเผาเธอจนดำเป็นตอตะโก… แต่ยังไม่ตายครับ เธอกลับไปหาผู้ชายที่เป็นคู่รักก่อนจะถาม (ทั้งๆ ที่ตัวดำเลือดไหลเยิ้ม) ว่า “ฉันเป็นแบบนี้ คุณยังรักฉันอยู่ไหมมมมมมมม”… หยึย หลอน

ตอนที่ 2 พวกมือปราบก็พยายามตอกหมุดใส่อกแวมไพร์หัวหน้าครอบครัวครับ ปรากฏว่าแวมไพร์นั้นแกล้งตายครับ (จริงๆ ตอกไม่โดนหรอก) แล้วก็ลุกขึ้นมากัดคอไอ้คุณหัวหน้ามือปราบแวมไพร์นั่น จนทำให้เขาเป็นแวมไพร์ เขาเลยโดนลูกน้องตัวเองไล่ฆ่าอีกที… จบแบบสะใจไปอีกแบบนะ

ตอนที่ 3 ก็แน่ล่ะครับ พี่ผู้กำกับแกเข้าไปในหมู่บ้านผีแน่นอน ก็เลยหาทางหนีออกมา ซึ่งก็หนีสำเร็จครับ แล้วเขาก็โบกรถเรียกตำรวจให้ช่วยเขาที ตำรวจก็รับเขาไป… แต่ที่ไหนได้ตำรวจคือพวกในหมู่บ้านผีนั่นแหละ แล้วก็ขับรถกลับหมู่บ้านนั้น… ตายแน่ๆ

จบสปอยล์แล้วครับ

monsterclub06

ก็ใช้ได้ครับ กำกับโดย Roy Ward Baker (The Vampire Lovers และ The Vault of Horror) สนุกดี แต่ไม่ได้สุดยอดที่สุดหรอกนะครับ ดาราก็ดีครับ ได้ Price มาเล่นนี่ก็หายห่วงไปได้เยอะแล้วล่ะ

แต่จุดที่ผมชอบที่สุดคือตอนจบนะครับ เมื่ออีรามัสเล่าจบก็พาเฮเยสเดินเที่ยวในคลับ แล้วก็ประกาศกับสมาชิกคลับว่าจะให้เฮเยสเป็นสมาชิกด้วย

สมาชิกคลับตนหนึ่งก็แย้งขึ้นมาว่า “ไม่ได้ๆ เพราะสมาชิกในคลับนี้ต้องเป็นเผ่าพันธุ์ที่ประหลาด ดุร้าย น่ากลัว ชอบการทำลายสิ แต่มนุษย์น่ะเป็นแค่เผ่าพันธุ์ธรรมดาเท่านั้น”

อีรามัสพอได้ยินก็ยิ้มครับ แล้วพูดทันที “โอ้ ไม่เลยครับ ไม่ ไม่ ไม่ มาฟังดูนะ ผมว่ามนุษย์น่ะมีคุณสมบัติเหมาะจะเป็นสมาชิกชมรมเรามากกว่าใครด้วยซ้ำ เพราะมนุษย์น่ะรักการทำลาย พอไม่ถูกใจอะไรก็ใช้กำลัง ทำร้ายร่างกายกันแม้แต่พวกเดียวกันเอง แล้วก็ประดิษฐ์ทั้งอาวุธที่ใช่ฆ่าสัตว์และฆ่าพวกเรา ไหนจะปืนผาหน้าไม้และที่ร้ายที่สุดคือนิวเคลียร์ที่ใช้ฆ่าคนได้มากกว่าความสามารถของพวกเราซะอีก … แล้วยังไม่หมดนะครับ ไหนจะการทำลายธรรมชาติของโลกตัวเอง คิดแต่เรื่องผลประโยชน์และเห็นแก่ตัว ดูสิครับ ดูเพื่อสมาชิกทุกท่าน มนุษย์นั้นอันตรายและโหดเหี้ยม มีคุณสมบัติเข้าสู่ The Monster Club ของเราอย่างเต็มที่เลย หรือคิดว่าไงครับ”

ทุกคนก็เฮ เห็นด้วยหมดเลย…

ผมก็โดนใจสิครับ เล่นวิจารณ์มนุษย์ซะยับขนาดเนี้ย แล้วมันก็เป็นความจริงทั้งนั้นด้วย

The-Monster-Club001

ส่วนเกร็ดเล็กๆ ของหนังก็คือ ตัวเอกในเรื่องที่เป็นนักเขียนชื่อ R.Chetwynd-Hayes ใช่ไหมครับ ซึ่งชื่อเนี้ยก็ไม่ได้เอามาจากไหนหรอกครับ แต่เอามาจากผู้แต่งหนังสือที่หนังเรื่องนี้เอามาทำน่ะแหละครับ ลูกเล่นเข้าท่าดีเน้อะ

สรุปว่าไม่เลวครับ ชอบตรงกัดมนุษย์ว่าร้ายกว่าผีสางตนไหนนี่แหละ

สองดาวกว่าครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements