Action

Jumanji: Welcome to the Jungle (2017) จูแมนจี้ เกมดูดโลก บุกป่ามหัศจรรย์

26198557_1880130372017755_1545247000333457659_o

ผมสนุกกับ Jumanji ภาคนี้มากกว่าที่คิดครับ คือมันเบาสมอง ดูเพลิน ผจญภัยไปเรื่อยๆ มีตัวละครที่มาพร้อมคาแรคเตอร์ที่น่าจดจำ เรียกว่าตอบโจทย์ความบันเทิงได้ดี แม้จะไม่ถึงขั้นสุดยอด แต่ก็พูดได้ว่าสนุกน่ะครับ

แต่ด้วยความที่ชื่อหนังมันคือ Jumanji ก็ยอมรับว่าลึกๆ ผมคาดหวังความมหัศจรรย์ คาดหวังความพลิกผันหรือความลุ้นแบบที่ Jumanji ภาคแรกทำเอาไว้ เพราะทุกครั้งที่ตัวละครทอยเต๋า เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าเกมมันจะพาเราไปทางไหน ซึ่งผมว่านั่นคือ “มหามนต์เสน่ห์” ของภาคแรก

ต้องบอกก่อนครับว่าที่ผมใช้คำว่า “ภาคแรก” ก็เพราะ Jumanji: Welcome to the Jungle คือภาคต่อแน่ๆ ใครดูแล้วคงทราบ หลายอย่างมันชัดเลยว่านี่คือภาคต่อ ซึ่งเป็นอะไรที่ผมชอบครับ ไม่ต้องไปรีเมคอะไรใหม่ เชื่อมกับของเก่าไปเลยก็ดีเหมือนกัน

ภาคนี้ก็เป็นเรื่องของวัยรุ่น 4 คนที่โดนครูใหญ่ลงโทษให้ไปทำความสะอาดห้องในโรงเรียน แล้วพวกเขาก็เจอกับเครื่องเกมเก่าๆ เครื่องหนึ่งพร้อมตลับเกม Jumanji ก็เลยลองเล่น แล้วรู้ตัวอีกทีพวกเขาก็ต้องมาผจญภัยในโลกของเกม

หากภาคแรกคือการเอาเสน่ห์ของเกมกระดาน (Board Game) มานำเสนอแล้ว ภาคนี้ก็เป็นการย้อนไปคารวะเกมลุยด่านสมัยเรื่องแฟมิคอมน่ะครับ (หรือบ้านเราอาจคุ้นกว่าในชื่อ “เครื่องแฟมิลี่”)

สูตรสำเร็จก็ง่ายๆ ครับ ตัวละครก็ลุยไปเรื่อยๆ บางเกมก็มีคาแรคเตอร์หลากหลายให้เราเลือกว่าจะเล่นเป็นตัวอะไร, ฝ่าด่านไปจนพบบอส, มี Life จำกัด หากตายครบจำนวนก็ Game Over, เนื้อหาเกมก็จะไม่ได้ซับซ้อน เพราะมันคือการลุยไปเรื่อยๆ อย่างมากก็มี Quest เล็กๆ ต้องเลือกคุยกับตัวละครบางตัวในเกมเพื่อให้ไปต่อได้ แต่ก็จะไม่ยากเว่อร์… พิมพ์ไปนี่นึกภาพตัวเองสมัยรัวจอยเลยครับ

จุดที่ทำให้ผมเพลินกับหนังยกให้ทีมดาราที่เล่นกันได้เหมาะมากๆ ครับ Dwayne Johnson กับ Kevin Hart ก็เหมือนตอนเล่นคู่กันใน Central Intelligence รับส่งมุกกันได้ฮาดี ส่วน Jack Black ก็สุดยอดเหมือนเดิมครับ เขาเล่นเป็นตัวอวตารของเบธทานี่ (Madison Iseman) เลยมีความเป็นหญิงผสมลงไป ซึ่ง Black ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

แต่คนที่ถือว่าปังแบบน่ารักๆ ก็คือ Karen Gillan ที่ฉายเสน่ห์แบบเต็มๆ มาครบทั้งความสวย น่ารัก และเซ็กซี่แบบฮาๆ นอกจากนี้ยังมี Nick Jonas ในบทอเล็กซ์ ที่ต้องไปดูเองครับว่าเขาคือใคร และ Bobby Cannavale ในบทบอสใหญ่ตัวร้ายของเรื่อง ชื่อของเขาคือ แวน เพลท์ ครับ (ใครดูภาคแรกน่าจะจำชื่อนี้ได้นะ) แต่รายหลังก็ไม่ได้มีบทบาทอะไรมาก ซึ่งก็แอบน่าเสียดายเล็กๆ เหมือนกัน

ความสนุกของหนังนี่ได้พลังดาราช่วยไปเยอะครับ ส่วนการผจญภัยมันก็เรื่อยๆ ไม่ได้มีอะไรลุ้นสักเท่าไร ออกแนวเรื่อยๆ ซึ่งผมก็พยายามมองว่าเพราะมันเป็นเกมแอ็กชันสมัย Famicom ล่ะมั้ง เลยไม่ได้มีความซับซ้อน หรือไม่ได้มีฉากที่อลังเท่ากับเกม PS, Xbox หรือ PC สมัยนี้ เลยต้องบอกไว้ก่อนเลยครับว่า หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีฉาก CG เด็ดๆ อะไรนัก ประมาณว่า ลุยป่าคือลุยป่า ไม่ได้มีอภินิหารหรือความหวือหวาแฟนตาซีอะไรใส่ลงมา กระทั่งสัตว์ที่พวกตัวเอกต้องเผชิญก็คือสัตว์ป่า ไม่ได้มีสิ่งมีชีวิตแปลกๆ แบบดอกไม้กินคนในภาคแรก

ความรู้สึกผมมันเลยรู้สึกสนุกครับ แต่ไม่ได้ชอบมากเท่าภาคแรก เพราะความแฟนตาซีหรือความพลิกผันของแต่ละด่านมันไม่มี คือถ้าบอกว่าเป็นภาคต่อ The Rundown ผมยังเชื่อเลยนะ (555) มันดูติดดินมากกว่าจะล้ำจินตนาการแบบภาคแรก

แต่กระนั้นหนังก็ยังไม่ลืมหัวใจสำคัญของ Jumanji นั่นคือประเด็น “เกมเปลี่ยนชีวิต” ที่จริงๆ แล้วเกมนี้มีไว้เล่นเพื่อให้ผู้เล่นเรียนรู้วิชาชีวิต เช่น เรียนรู้คุณค่าในตน ค้นหาตัวตนที่แท้ หรือไม่ก็ทำให้ผู้เล่นกล้าเผชิญหน้ากับความกลัว ซึ่งจุดนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ผมยอมรับหนังเรื่องนี้ในฐานะ Jumanji ได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะดูแล้วเชื่อว่าตัวละครได้เรียนรู้ และพอดูจบก็สัมผัสได้ว่าทุกตัวละครต่างก็เติบโตขึ้น เป็นคนเต็มคนมากขึ้น

โดยรวมแล้วผมสนุกครับ แต่ยังชอบภาคแรกมากกว่า ทว่าเรื่องนี้ก็คุ้มค่าแก่การดู ขอเพียงลดความคาดหวังในเรื่องความแฟนตาซีหรือความคาดไม่ถึงแบบภาคแรกลง ก็น่าจะเพลินกับเรื่องนี้ได้ครับ ซึ่งตอนนี้ทำเงินสวยงาม ลงทุน $90 ล้าน ตอนนี้โกยทั่วโลกไป $322 ล้าน (จากการฉายแค่ 12 วัน) อีกแบบนี้ $500 ล้านก็มีแววครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements