Action

We Were Soldiers (2002) เรียกข้าว่า วีรบุรุษ

1362118811

รู้มั้ยครับ อันตัวกระผ้มนี่มีหนังอยู่แนวหนึ่งที่รู้สึกว่าเบื่อในการเขียนถึงที่สุด … แนวสงครามนี่แหละครับ เพราะไม่ว่าจะขึ้นต้นลงท้ายยังไง บทสรุปที่หนังให้ก็มีสิ่งเดียว นั่นคือ สงครามเป็นสิ่งที่ไร้สาระที่สุดของพฤติกรรมมนุษย์ ดูแล้วมันคิดตลอดครับว่า ตีกันทำไม ฆ่ากันทำไม แล้วทำสงครามกันไป ไม่มีฝ่ายไหนที่จะมีชัยได้อย่างแท้จริง มันล้วนต้องเผชิญกับความสูญเสียทั้งสิ้น ดีไม่ดีบางฝ่ายที่ไม่ได้เกี่ยวกับเขาก็ต้องมาสูญเสียไปด้วยอีก แย่ชะมัดเลยนะครับแบบนั้นน่ะ

สำหรับหนังเรื่องนี้ ก็เป็นการกลับมาร่วมงานอันอีกครั้งของ Mel Gibson กับ Randall Wallace หลังจาก Braveheart ในหนังแนวสงครามอีกเช่นกัน แต่ต่างยุคต่างสมัย และคราวนี้ Wallace กำกับและเขียนบทไป พี่ Mel ก็แสดงไป

หนังจับเอาเหตุการณ์รบที่สมรภูมิเวียดนาม โดยคราวนี้ถือเป็นการนำเสนอถึงหนึ่งในชนวนสำคัญของการเกิดสงครามเวียดนามเลยทีเดียวครับ พี่ Mel ก็รับบทเป็นพันโทแฮโรลด์ มัวร์ ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารม้าที่กำลังจะนำพาเหล่าทหารหาญลงสมรภูมิ ไม่ว่าจะเป็น ร้อยตรีแจ็ค จ็อกเกน (Chris Klein) นายทหารหนุ่มที่เพิ่งได้เป็นพ่อคนหมาดๆ, ร้อยโทเบซิล พลัมลี่ย์ (Sam Elliott) มือขวาคนสนิทของมัวร์ที่คอบคุมเข้มเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเฮี้ยบสุดๆ รวมไปถึงโจเซฟ แอล แกลโลเวย์ (Barry Pepper) นักข่าวภาคสนามที่ลงมาเพื่อเก็บภาพการรบตามหน้าที่ อันนำพาเขาไปพบเจอกับสงครามของจริงที่ไม่มีคำว่าปรานีเมื่อกระสุนแรกเริ่มลั่นไก

อืมม์ ตัวหนังนั้นมั่นใจได้เลยครับ ลองว่าเฮีย Mel แกจับหนังสงครามทีไรล่ะไม่มีปัญหา ดีทุกรอบ ทั้ง Braveheart หรือ The Patriot เด็ดดวงทั้งคู่ และครั้งนี้เฮียแกก็เข้ากับบทได้อย่างยอดเยี่ยมครับ สลัดคราบริกก์สจอมติงต๊องระห่ำไปได้ กลายเป็นผู้นำที่มีแต่ความมุ่งมั่นในแววตา ถ้าสังเกตให้ดีก็จะพบว่าระยะหลังๆ มานี้เฮียแกจะเลือกบทครับ เป็นชายวัยกลางคนซะส่วนใหญ่ คงเพราะอายุมันเยอะแล้วอ้ะนะครับ จะให้ไประห่ำเอาหมัดตำหน้าผู้ร้ายแบบริกก์สก็คงไม่ไหวอ้ะ สังขารเริ่มโรยว่างั้นเถอะ แต่ก็ดีครับ ที่แกยังเลือกบท ไม่กระชากวัยหรือดื้อดันทุรัง

ขณะที่ดาราเจ้าอื่นๆ ก็มีบทเหมาะสมตามที่หนังอำนวยครับ ทำให้หนังหนักแน่นขึ้นเยอะ อย่าง Klein ดาราหนุ่มจากหนัง American Pie ก็ดูไปได้ดีเลยล่ะครับ กับบทผู้ใหญ่ที่เพิ่งพ้นวัยรุ่นมาหมาดๆ และยังเพิ่งได้เป็นพ่อคนด้วย ท่าทางดูมีทั้งความคิดและความไร้เดียงสาเลยล่ะ ส่วน Barry Pepper ก็ไม่ต้องห่วงครับ ดียังไงก็ยังงั้น ไม่แพ้ตอนเล่นเป็นนักแม่นปืนใน Saving Private Ryan เลยล่ะ

แม้จะเป็นหนังสงครามและผมไม่ค่อยพิศวาสเรื่องสงครามนัก แต่ก็ปฏิเสธไมได้ครับว่หานังทำออกมาดี ภาพในสงครามออกมาสมจริง และที่ถือว่าไม่เลวก็คือ การเล่าถึงเหตุการณ์ทางฟากของคนที่เหล่าทหารจำใจต้องทิ้งไว้เบื้องหลัง … ใช่ครับ ครอบครัวเขานั่นแหละ ก็ได้ดาราดีๆ อย่าง Madeleine Stowe ในบทจูลี่ ภรรยาของแฮโรลด์ ก็ยังคงสวยและมีเสน่ห์ครับ แต่ในเรื่องนี้เธอสามารถแบกความเป็นคุณนายมัวร์ได้ดีจริงๆ และเธอยังต้องทำหน้าที่เป็นคนคอยรับจดหมาย “ข่าวร้าย” จากสนามรบไปมอบให้กับครอบครัวเหล่าทหาร ก็เล่นได้ดีมากครับ เอาแค่ตอนที่เธอตกใจตอนที่มีคนมาหน้าบ้าน แล้วน้ำตาคลอนี่ก็อึ้งแล้วล่ะ

Keri Russell ก็เป็นอีกรายครับ เป็นภรรยาของแจ็ค ซึ่งเธอก็ห่วงตลอดเวลา กลัวว่าพ่อลองลูกเธอจะไม่ได้กลับมา กลัวว่าวันหนึ่งจดหมายจะส่งมาถึงเธอ จุดนี้เป็นอะไรที่ไม่ค่อยได้สัมผัสในหนังสงครามนะครับ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ฉากรบมากกว่า นี่เลยกลายเป็นจุดเด่นอีกอย่างของหนัง ที่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีจริงๆ เพราะจะว่าไปเหล่าภรรยาของทหารนั้นก็ต้องเข้มแข็งไม่ใช่น้อยๆ นะ เธอต้องแกร่งอ้ะ ไม่ว่าเธอจะแกร่งหรือไม่แต่เธอต้องแกร่งให้ได้ เพื่อไม่ให้สามีเป็นห่วง และเพื่อลูกๆ อีกล่ะ ขืนเธออ่อนไหวเกินไป ตอนได้รับข่าวมีสิทธิ์ประสาทเสียได้เลยนะครับ ยิ่งไปกว่านั้หากเธอมีลูกอีก ลูกจะเป็นยังไงถ้าพ่อเป็นอะไรไปแล้วแม่ยังมาเป็นอะไรไปอีกคน โอย แค่คิดก็ไม่ไหว แล้วครับ

ไอ้สงครามบ้าเอ้ย

ซึ่งภาพในหนังก็ถ่ายทอดออกมาได้ชัดเจนครับ เห็นเลยว่าพวกเธอพยายามระงับความเศร้าแค่ไหนตอนจดหมายมาถึงมือ จนไม่น่าแปลกใจที่จูลี่เอง แม้จะยังไม่ได้สูญเสียใครก็อดหลั่งน้ำตาได้ นั่นก็เพราะเข้าใจหัวอกคนเป็นเมียไงครับ รวมถึงความกลัวของเธอก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นด้วย ถ้าสักวันเป็นเธอขึ้นมาล่ะจะทำอย่างไร

นอกจากหนังจะเล่นประเด็นครอบครัว ประเด็นสงครามแล้ว ก็ยังตามไปเล่นถึงชีวิตทหารทางฟากเวียดนามด้วยนะครับ เล่นในแง่ว่าพวกเขาก็เป็นคนธรรมดาสามัญ มีครอบครัวเหมือนกัน มีจิตใจ มีชีวิต มีเลือดเนื้อไม่ต่างจากทหารอเมริกัน แต่การที่จะต้องมาแบกปืนยิงเป้านั่นก็เพราะสงคราม … ผมว่าจริงๆ แล้วการเดินกลางสนามรบมันก็ไม่ต่างจากการที่เราเดินไปตามท้องถนนนะ เพราะเราเดินไปแล้วก็ต้องพบเจอคนแปลกหน้ามากมายไปหมด จุดต่างมันอยู่ตรงที่ บนถนนคุณไม่ต้องทำอะไรใคร แต่ในสนามรบคุณจำใจต้อง “ยิง” ไม่ว่าจะอยากหรือไม่ ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ตาม แต่กลับต้องยิง

ลองจินตนาการครับ ถ้าคุณเดินอยู่กลางถนนแล้วคุณต้องโดนบังคับให้ไล่ยิงคนน่ะคุณจะคิดยังไง เฮ่อ นั่นแหละ ทหารหลายรายก็ต้องเป็นแบบนั้นน่ะ … ต้องยิง … เพื่อชาติ …. (แมร่งเอ้ย )

หนังเลยครบองค์ประชุมครับ เล่นมันทุกประเด็น ยุติธรรมดีด้วย เพราะหนังไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดเป็นพิเศษนะ ตอนนำเสนอเรื่องทางเวียดนามแม้จะสั้นๆ แต่ก็สื่ออกมาดีครับ ว่าเขากินข้าว นอนพักเหมือนกัน แต่พอต้องจับปืนมายิง ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าสบายใจเลย

Wallace กับงานกำกับที่ไม่ทำให้ผิดหวังครับ แต่เรื่องมันอาจจะไม่ถึงกับสุดยอดนะ ไม่ต่างจากตอนที่แกทำ The Man in The Iron Mask นั่นแหละ บทดี นักแสดงดี เนื้อหาดี แต่ยังไม่สุด (ทำเอง แล้วก็ซี๊ดเองครับ … แต่ยังไม่สุด ) แต่เท่าที่ออกมาก็นับว่าดีแล้วล่ะครับ ดีมากทีเดียว เข้าท่ากว่าหนังสงครามก่อนหน้าอย่าง Pearl Harbor มากนัก … ช่วงแรกๆ ผมก้ใจแป้วนะ เพราะพี่แกก็เขียนบทให้หนัง Pearl นั่นเหมือนกัน แต่บทดันไม่แน่น โชคดีครับที่มาเรื่องนี้แล้วกลับมาคืนฟอร์ม

และที่ต้องพูดถึงอย่างแรงก็คือ Dean Semler ผู้กำกับภาพมือออสการ์จาก Dances With Wolves หลังจากเอาดีกับงานกำกับไม่ได้ (จำ Firestorm กับ The Patriot ของพี่ Steven Seagal ได้มั้ยล่ะครับ ไม่น่าจะเอาซะเลย ) แกเลยกลับมาตายรัง และลีลาก็ยังน่านับถือเหมือนเดิมครับ ช็อตมุมกว้างนี่ต้องยกนิ้วให้เลย อย่างฉากทิ้งระเบิดแล้วควันพวบพุ่งม้วนตัวเข้าหากันนั่น สุดยอดครับ

ดนตรีประกอบก็โดย Nick Glennie-Smith เจ้าเก่าที่ผมว่าฝีมือสุดยอดมากอีกรายหนึ่ง ต้องยกให้กับความเร้าอารมณ์ครับ เร้าได้ดี อย่างใน Iron Mask นั่นก็ใช่ แต่ไม่ยักกะมีใครใช้งานแกเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่งานออกมาดี และผมเชื่อว่าซักวันแกมีสิทธิ์จะได้ออสการ์ด้วยล่ะ (ถ้ายังมีคนจ้างต่อนะ)

เป้นหนังสงครามที่ทำได้ไม่เลวครับ น่าติดตามดี ไม่ย่าเบื่อ ผมชอบฉากที่พันโทแฮโรลด์เขาเดินออกมาจากบ้านตอนเช้ามือเพื่อไปรวมพลมากๆ เลยครับ มันดูเด็ดเดี่ยวและเปี่ยมความหมายจริงๆ

และสุดท้าย อย่างที่บอกครับ ไม่ว่าจะยังไง สุดท้ายบทสรุปก็คือ สงครามคือสิ่งที่ไร้สาระที่สุดของมนุษย์เราอยู่ดี

หนังที่ดูแล้วทำให้เกลียดสงครามได้ ผมชอบครับ

สองดาวครึ่งกว่าๆ ครับ

Star22

(7/10)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.