Action

You Only Live Twice (1967) จอมมหากาฬ 007

1354383195

ใน End Credits ของเจมส์ บอนด์ภาคก่อนได้ขึ้นว่า “บอนด์จะกลับมาในตอน On Her Majesty’s Secret Service” แต่เนื่องจากตามนิยายแล้ว ฉากหลังของตอนดังกล่าวจะต้องอุดมไปด้วยหิมะ เพราะบอนด์ต้องไปผจญภัยบนฐานลับของศัตรูที่มีหิมะปกคลุม อีกทั้งมีการไล่ล่ากันด้วยสกีอีกต่างหาก

ทีนี้ทีมงานก็ยังหาโลเกชั่นที่เหมาะสมไม่เจอ ทำให้มีการตัดสินใจเปลี่ยนเอานิยายตอน You Only Live Twice มาขึ้นจอแทน จากนั้นก็เริ่มดำเนินการเขียนบท แต่ทีนี้ Richard Maibaum มือเขียนบทจากตอนก่อนๆ ติดงานหนังเรื่องอื่นอยู่ ทำให้ 2 ผู้สร้างอย่าง Albert R. Broccoli กับ Harry Saltzman ต้องหาใครสักคนมาดัดแปลงนิยายให้เป็นหนังแบบค่อนข้างเร่งด่วน

ในคราวแรกหน้าที่ดัดแปลงบทตกเป็นของ Harold Jack Bloom ที่คร่ำหวอดกับซีรี่ส์แนวสายลับทางทีวีพอสมควร (งานของเขาก็เช่น Bonanza และ The Man from U.N.C.L.E.) แต่บทที่ได้ออกมานั้นไม่เข้าตา 2 ผู้สร้างเลย ทำให้พวกเขาหันไปหา Roald Dahl แทน

Dahl คือนักเขียนเพื่อนซี้ Ian Fleming เขาเองก็สนใจจะทำงานนี้ไม่น้อย แม้ Dahl เองจะไม่เคยมีประสบการณ์เขียนบทหนังมาก่อนก็ตาม แต่ผู้สร้างก็ไม่กลัวครับเพราะเขาคนนี้คือนักเขียนมือเยี่ยมในตำนานอีกคน… ก็เป็นเจ้าของงานอย่าง Charlie and the Chocolate Factory ไงล่ะครับ

1358612003

พอ Dahl มานั่งเก้าอี้ดัดแปลงบท เขาก็เสนอความเห็นออกมาตรงๆ เลยว่านิยายของ You Only Live Twice นั้นเป็นตอนที่น่าผิดหวังที่สุดในชุดนิยาย 007 เพราะพล็อตไม่ดึงดูด ความสนุกก็ไม่มาก ทำให้ Dahl ตัดสินใจเขียนพล็อตใหม่ทั้งหมด โดยเอาเพียงสถานการณ์บางอย่างและตัวละครบางตัวจากนิยายมาใส่ลงไปในบทหนังเท่านั้น นอกนั้นคิดใหม่ทำใหม่ทั้งหมด ทำให้นี่เป็นบอนด์ตอนแรกที่ไม่ได้สร้างจากพล็อตของนิยายดั้งเดิม แต่เพียงเอาชื่อเรื่องและตัวละครมาใช้เท่านั้น

ขณะเดียวกัน Dahl เองก็ไม่รอช้าที่จะถ่ายทอดพลังจินตนาการลงไป แบบที่เขาทำเสมอในงานเขียนของเขา ขณะเดียวกันเขาก็ใช้หนังบอนด์ภาคแรกสุดอย่าง Dr. No เป็นไกด์ในการสร้างเรื่องราวด้วย (ถ้าสังเกตก็จะพบครับ ว่าบอนด์ตอนนี้มีลักษณะการเดินเรื่อง การลำดับเหตุการณ์คล้ายภาค Dr. No จริงๆ)

นอกจากนี้รสชาติหนังบอนด์ภาคนี้ก็ยังออกมาไม่เหมือนตอนอื่นครับ เนื้อหาจะออกแนวอลังการ โดยแฝงความเว่อร์เอาไว้ เช่น ฉากเกี่ยวกับอวกาศตอนต้นเรื่องก็ไม่ได้มีในนิยายมาแต่แรก แต่เพิ่งมาเพิ่มตามจินตนาการของ Dahl กับการถล่มฐานทัพใต้ภูเขาไฟที่ยิ่งใหญ่สุดๆ นั่นก็เหมือนกันครับ เป็นการเสริมลงไปเพื่อความใหม่สดของหนัง 007

ส่วนคนกำกับที่ผู้สร้างหมายตาคือ Lewis Gilbert ที่ได้เข้าชิงลูกโลกทองคำจาก Alfie (1966) หนังดีระดับเข้าชิงออสการ์ เนื้อหาว่าด้วยชายเจ้าชู้กรุ้มกริ่มกับบทเรียนชีวิตครั้งสำคัญ (ได้รับการรีเมกโดยมี Jude Law นำแสดง เมื่อปี 2004) ตอนแรก Gilbert ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำหนังได้ดีแค่ไหน จน Broccoli ให้กำลังใจว่า “อย่าเพิ่งท้อก่อนทำเลย หนังเรื่องนี้มีคนรอดูอยู่มากเลยนะ คุณจะไม่ลองสักหน่อยหรือ” ในที่สุด Gilbert เลยตบปากรับคำมาทำให้

แต่ปัญหาใหญ่คือ Sean Connery เริ่มเบื่อกับบทบอนด์ เขาต้องการไปแสดงบทอื่นบ้าง ซึ่งทางผู้สร้างก็ไม่อยากปล่อยแกไปล่ะครับ ในเมื่อใครๆ ก็มองเห็นเขาเป็นบอนด์ตัวจริงไปแล้ว หนังก็ออกจะดังและทำเงินขนาดนี้ เลยเสนอเงินก้อนโตให้จน Connery ยอมโอนอ่อน รับปากว่าจะแสดงให้อีกสักตอนสองตอน

1358612052

สำหรับเรื่องราวใน You Only Live Twice นั้น เริ่มจากมียานลึกลับมากลืนยานสำรวจอวกาศของอเมริกันไป ระหว่างปฏิบัติการที่นอกโลก ทางอเมริกาเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือของสหภาพโซเวียต (ในขณะนั้น) แต่ทางอังกฤษเชื่อว่านี่ต้องเป็นแผนของมือที่สามที่หวังจะจุดชนวนสงครามโลก จึงได้ส่งสายลับ 007 เดินทางไปสืบแหล่งกบดานของยานลึกลับนั่นที่ประเทศญี่ปุ่น ผลปรากฎว่า ผู้อยู่เบื้องหลังคือโบลเฟลด์ (Donald Pleasence) หัวหน้าใหญ่องค์กร SPECTRE ที่คราวนี้ลงมือดำเนินแผนด้วยตนเอง ทีนี้เมื่อยอดสายลับเจอยอดวายร้าย ก็ต้องปะทะกันอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

บอกแล้วครับว่าภาคนี้รสแปลก ผสมทั้งความยิ่งใหญ่และเรียบง่ายเข้าด้วยกัน ที่ว่ายิ่งใหญ่คือฐานทัพของโบลเฟลด์นี่อลังการงานสร้างสุดๆ ไหนจะเครื่องออโต้ไจโร เฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กที่บอนด์ได้มาจาก Q แล้วก็ใช้สอยเครื่องบินของพวกผู้ร้ายแบบโม้สุดขีด แต่ก็มีการแทรกภาพชีวิตที่เรียบง่ายของชาวประมงญี่ปุ่นลงไป พร้อมกำหนดให้สาวบอนด์ภาคนี้เป็นชาวญี่ปุ่น ชื่อ คิสซี่ ซูซูกิ (Mie Hama) รวมถึงมีการฝึกนินจาและให้บอนด์แปลงโฉมเป็นชาวญี่ปุ่นด้วย

ทุนสร้างก็กระโดดไปที่ 9.5 ล้าน ก่อนจะทำรายได้คืนมาจากทั่วโลกไป $111.6 ล้าน นับว่าน้อยกว่าสองภาคก่อน ซึ่งจุดนี้ก็พอเข้าใจได้ครับ เพราะจะว่าไปแล้วบอนด์ภาคนี้มีจะมีความใหม่ในเรื่องไอเดีย แต่ว่ากันที่ตัวหนังจริงๆ จะพบว่ามันเริ่มจะย่ำอยู่กับที่ หลายอย่างก็คาดเดาได้ไม่ยากเย็น

นอกจากนี้หลายสิ่งที่ “สด” ที่ถูกใส่ลงในหนังภาคนี้ กลับยังไม่กลมกล่อมเท่าที่ควร อย่างการผจญภัยถล่มฐานของบอนด์ที่ยิ่งใหญ่จริง แต่ไม่ลุ้นนัก ไหนจะฉากไล่ล่าด้วยออโต้ไจโรที่ไม่เร้าใจเท่าการไล่ล่าด้วยรถธรรมดา หรือการเอาประเด็นเรื่องการฝึกนินจากับการใช้ชีวิตแบบชาวญี่ปุ่นของบอนด์มาใส่ลงไป แต่เอาเข้าจริงหนังก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ “ของสดๆ” เหล่านี้นัก เหมือนออกแนวใส่ลงมา แต่ไม่สานต่อให้ถึงที่สุดมากกว่า

แต่กระนั้นหนังก็ไม่ถึงกับน่าผิดหวังครับ ยังดูสนุกได้ มีรสชาติแปลกๆ ผสมลงไป เพียงแค่มันยังไม่เข้าที่เท่านั้นเอง

1358612112

ตัวหนังยังพอประสบความสำเร็จ และแน่นอนครับว่าทีมงานอยากทำตอนต่อไป แต่แล้วปัญหาใหญ่ก็เกิดครับเมื่อ Connery ตัดสินใจเด็ดขาดที่จะเลิกเป็นบอนด์เนื่องจากตอนไปญี่ปุ่น เขาโดนนักข่าวรุมตามติดหนึบ ขนาดเข้าหัองน้ำยังตามไม่ลดละ และแทนที่จะเรียกเขาว่า Sean Connery ดันเรียกเป็น เจมส์ บอนด์ๆ Connery เลยฉุนขาด ต้องการสลัดคราบบอนด์ออกไปให้ได้

เมื่อเกิดกรณีขนาดนี้ ทางผู้สร้างก็เห็นใจยอมเลิกสัญญาครับ พร้อมเดินหน้าหาบอนด์คนใหม่ในทันที อันนี้เราจะมาต่อกันในรีวิวภาคต่อไปนะครับ

ครับ สรุปว่าบอนด์ภาคนี้มีความแปลกใหม่หลายอย่าง แต่ยังไม่กลมกล่อมเท่าไร กระนั้นมันก็เป็นบอนด์ที่ดูได้เพลินๆ ครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)