Action

Agent Cody Banks 2: Destination London (2004) เอเย่นต์ โคดี้ แบงค์ พยัคฆ์จ๊าบมือใหม่

Agent-Cody-Banks-2-Destination-London-2004

ภาคแรกนั้นผมว่าทำได้ดีอยุ่ครับ เป็นหนังสายลับเด็กที่น่าสนใจและสนุก แต่พอมาภาคนี้ความสนุกไปคนละเรื่องกันเลย

เรื่องต่อจากตอนก่อน ที่โคดี้ แบงค์ (Frankie Muniz) พยัคฆ์ CIA หนุ่มของเราได้รับงานใหม่นั่นคือการตามล่าตัวดิแอซ (Keith Allen) ครูฝึกของเขาเอง ซึ่งเกิดทรยศและหวังจะครองโลก โคดี้เลยต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่นามดีเรค (Anthony Anderson) ไปยังลอนดอนเพื่อขัดขวางแผนครองโลกของดิแอซให้จงได้

หนังทำออกมาแบบ เหมือนให้เด็กเล็กๆ ดูน่ะครับ พวกความสนุกตื่นเต้นนี้ผมแทบไม่กระดิกเลย เดินเรื่องแบบเรื่อยเปื่อย ไม่น่าติดตามเลยครับ ไม่มีการทิ้งปมอะไรเลย ตัวร้ายดูๆ ไปก็ไม่น่าจะสู้พระเอกได้อยู่แล้วด้วย ออกจะต๊องขนาดนั้นน่ะ การยับยั้งแผนร้ายช่วงท้ายก็ดูโอเคขึ้นมาบ้าง แต่หนังมันเซ็งมาทั้งเรื่องแล้ว ก็เลยช่วยอะไรไม่ได้

บอกตรงๆ ว่าออกจะเซ็งเหมือนกันที่หนังออกมาเป็นแบบนี้ เพราะภาคแรกปูพื้นเอาไว้ดีอยู่แล้วเชียว อย่างแรกเลยคือประเด็นเกี่ยวกับสายลับห้ามใช้อารมณ์ แต่ตัวโคดี้นั้นกำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น และการพลุ่งพล่านของฮอร์โมนมันเกิดขึ้นได้ง่ายมาก และภาคแรกไอ้มุกอารมณ์ที่พลุ่งพล่านนี่แหละที่ทำให้หนังมีความมันส์เพิ่มขึ้นและตัวโคดี้ก็ดูมีมิติมากขึ้นด้วย แต่มาภาคนี้ ทุกคนเหมือนตัวการ์ตูนมากกว่าจะเป็นคนน่ะครับ ไหวพริบของโคดี้ก็น้อยลง ความสนุกก็เลยหายไปตั้งเยอะ แหม ก็เป็นสายลับแท้ๆ แต่ไม่ใช้ไหวพริบอะไรเลย แบบนี้มันจะน่าติดตามยังไงล่ะนั่น

นักแสดงที่มาในภาคนี้ก็จืดกว่าภาคก่อนอย่างมาก Anderson ก็ไม่ได้เรียกเสียงฮาเท่าที่ควร คนอื่นๆ ก็ธรรมดา รวมไปถึง Hannah Spearritt 1 ในนักร้องสาวจากวง S Club 7 ก็อาจจะสวยแต่ไม่สามารถดึงความน่ารักออกมาใช้ได้เลย น่าเสียดายจริงๆ

ผู้กำกับ Kevin Allen ซึ่งเป็นน้องชายของ Keith Allen ที่มารับบทเป็นดิแอซ ตัวร้ายของเรื่อง ก็ดูเหมือนจะยังมือไม่แม่นครับ หนังออกมาลอยๆ ฉากบู๊ฉากฮาอะไรยังจับไม่ติดเท่าที่ควร อีกอย่างหนังอุตส่าห์ถ่อไปตั้งลอนดอน แต่กลับไม่สามารถหยิบใช้วิวสวยๆของลอนดอนมาเป็นฉากได้เลย ไม่รู้ทำไมอ้ะนะนั่น

จริงๆ ตอนแรกผู้กำกับจากภาคแรกอย่าง Harald Zwart ก็เกือบจะได้กลับมาทำครับ แต่สุดท้ายก็ตบเท้าออกไปเพราะเจรจากับทางผู้สร้างไม่ได้ มันประมาณว่าเขาจะขอทุนสร้างที่ประมาณ $29 ล้าน แต่ทางผู้สร้างบอกว่ามันเยอะไป (จริงๆ คือเยอะกว่าภาคแรกแค่ $1 ล้าน) Zwart เลยบอกศาลา ในขณะที่ภาคนี้ทุนสร้างที่ใช้สุดท้ายก็อยู่ที่ $26 ล้าน ก็แทบจะไม่ต่างกันน่ะ แต่รายได้ลดลงเกินครึ่งครับ ทำเงินไปแค่ $28 ล้าน ก็ถือว่าล่มจนอดมีภาคต่อไปเลย

น่าเสียดายครับ ภาคแรกแม้จะไม่ได้สุดยอดอะไร แต่ก็ทำได้ดีและจัดเป็นรากฐานที่พอใช้สำหรับการทำเป็นหนังภาคต่อ แต่พอทำเข้าจริงๆ หนังดันออกมายังเงี้ย เฮ่อ ทั้งๆ ที่ถ้าทำดีๆ เนี่ย เอามาเป็นแฟรนไชส์หนังภาคต่อได้เลยนะครับ แต่นี่ก็เป็นอันจบกัน ทำเอา Muniz ประกาศเลยว่าจะไม่เล่นภาคต่อไปแล้วด้วย

ขนาดไม่ไหวยังผิดหวัง นี่ถ้าหวังจะขนาดไหนน่ะ

ไม่ถึงสองดาวน่ะครับ

Star12

(5/10)

Untitiled04738