หนังขายขำที่เจริญรอยตามรุ่นพี่ Eddie Murphy มาครับ ประเภทเอามาแต่งหญิง เมคอัพหนาๆ อะไรทำนองนี้
หนังขายขำที่เจริญรอยตามรุ่นพี่ Eddie Murphy มาครับ ประเภทเอามาแต่งหญิง เมคอัพหนาๆ อะไรทำนองนี้
2 วันก่อนที่ผมจะไปดูไอ้แมงมุมภาคใหม่ ผมได้ไปคลิ้กดู Honest Trailer ของภาคแรกมาครับ (Honest Trailer คือตัวอย่างแซวหนังเรื่องนั้นๆ โดยจะเอาจุดอ่อน ช่องโหว่ หรืออะไรที่มันดูตลกมาล้อในเชิงขำขัน… และส่วนใหญ่ที่เขาเอามาล้อ ก็จริงซะด้วย)
วันก่อนจัดเรื่อง Pitch Black ต่อด้วย The Chronicles of Riddick แล้วทีนี้อารมณ์มันติดพันครับ อยากดูหนังไซไฟผจญภัยบนต่างดาวอีกสักเรื่อง ก็เลยหันไปคว้า Planet of the Apes ฉบับป๋า Tim Burton มาสนองตัวเองสักรอบ
เรื่องนี้เป็นผลงานล่าสุดบนดินแดนฮอลลีวู้ดผู้กำกับ John Woo ซึ่งก็น่าจะเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่เขาทำให้กับที่นั่นด้วย (ยกเว้นเขาจะกลับไปอีก แต่ก็ดูเหมือนพี่ท่านจะกลับมาเอเชียแบบค่อนข้างถาวรแล้วตอนนี้) ซึ่งตัวหนังก็ไม่ถึงกับประสบความสำเร็จนักในแง่รายได้ครับ ลงทุน $60 ล้าน ได้คืนมา $96 ล้านจากทั่วโลก ก็พอได้ทุนบ้าง คนดูส่วนมากก็มีทั้งที่ชอบและเฉยๆ ก็ว่ากันไปน่ะนะครับ
หนังเรื่องนี้ก็ถือโอกาสดูมันผ่านทางช่อง Star Movies ไปเมื่อกลางวันนี่เองครับ เล็งมานานจนชักจะนานเกินไป แผ่นเผิ่นก็ไม่คิดจะออกมาให้ดูกันเลย ทั้งๆ ที่ฟอร์มหนังก็น่าดูออก เอาแค่ Edward Norton มานำแสดงก็น่าดูพออยู่แล้ว อีกทั้งถ้าจะว่าไป หนังมันเข้าฉายระยะไม่ใกล้ไม่ไกลจาก The Prestige ซะอีก แนวมายากลเหมือนกัน ก็อยากรู้ลึกๆ ว่าเรื่องไหนมันจะกินขาดกว่า
นี่เป็นหนังอีกเรื่องที่ผมดูแล้วชอบสุดๆ ด้วยความเข้มข้นของบทและการแสดงระดับยอดของ Samuel L. Jackson และ Kevin Spacey
ผมดูหนังเรื่องนี้ด้วยอารมณ์ง่ายๆ ครับ อยากดูหนังพล็อตไม่ซับซ้อน จะขำไปเรื่อยๆ ก็ได้ หรือจะยิงกันทั้งเรื่องเลยก็ได้ มาเถอะ ขอให้ดูแบบไม่ต้องคิดมากเป็นพอ ก็ได้เรื่องนี้มาแหละครับ ดูง่ายสุดขีด เพราะชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้ว ว่ามันเอาแต่ยิงกันแน่ๆ
อันดับแรก ก็ต้องบอกก่อนตามธรรมเนียมล่ะครับผม ว่างานนี้เขียนยาวแหงๆ ถ้าไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ ล่ะจะข้ามไปซะตอนนี้ก็ไม่ว่าอะไรกันครับ
ระหว่างดูหนังเรื่องนี้ผมก็คิดขึ้ […]
โดยทั่วไปแล้ว ทุกครั้งที่มีคนจับเอา Romeo & Juliet ของ William Shakespeare มาทำเป็นหนังใหม่ มันก็จะเป็นที่สนใจของคนทั่วไป แต่ก็มีฉบับนี้นี่แหละครับที่มาเงียบและไปเงียบจนผมเองยังประหลาดใจ