ผลงานการกำกับของ Ben Affleck ที่ได้รางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครองครับ บวกด้วยอีก 2 สาขาคือ บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมและลำดับภาพยอดเยี่ยม
ผลงานการกำกับของ Ben Affleck ที่ได้รางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครองครับ บวกด้วยอีก 2 สาขาคือ บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมและลำดับภาพยอดเยี่ยม
ตอนดูรอบแรกผมก็สนุกกับเรื่องนี้พอตัวครับ ชอบเรื่องราวแนวรำลึกความหลังไปสู่ยุค 80 แต่การดูรอบล่าสุดนี่ก็ยอมรับครับว่าความชอบของผมอาจไม่มากเท่าเดิม
ก่อนหน้านี้เพิ่งดูหนังของผู้กำกับ Joe Carnahan ไปครับ เรื่อง Not Without Hope แล้วผลที่ได้ก็คือรู้สึกว่าหนังยังไม่เข้าเป้าเท่าไหร่ จากนั้นก็ค่อยมาดูเรื่องนี้ ซึ่งบอกได้เลยว่าผลลัพธ์ไปคนละเรื่อง เพราะ The Rip นี่ถือว่าเข้าข่ายมันส์และผมยกให้เป็นหนึ่งในงานที่สนุกของเขาเลย
อีกหนึ่งหนังสนุกแบบไม่คาดฝันครับ คือดูหน้าหนังแล้วไม่ว่ามันจะเพลินอะไรมาก แต่ที่ไหนได้หนังถือว่าลื่นไหล ชวนติดตาม และฮาเอาเรื่องเลยล่ะ
พูดแบบตรงประเด็นเลยคือ ผมชอบช่วงต้นๆ ของหนังครับ ตอนที่หนังเล่าถึงภารกิจสมัยก่อนของแมตต์ (Jamie Foxx) และเอมิลี่ (Cameron Diaz) ช่วงที่ว่านี่ค่อนข้างลื่น ฉากบู๊ก็ใช้ได้ เพลงที่ใส่ลงมาก็เข้ากันดี (แม้การตัดต่อเรียบเรียงเพลงอาจโดดๆ บ้างก็ตาม) ช่วงแรกนี่จัดว่าสนุก มีลุ้น ดูเพลิน ตื่นเต้นใช้ได้ จนผมนี่แอบหวังในใจเลยว่าสงสัยจะเจอหนังบู๊โดนๆ เข้าแล้วล่ะเรา
จริงๆ หน้าหนัง Slumberland ถือว่าเข้าทางผมนะครับ ออกแนวผจญภัยแฟนตาซี แต่ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกันผมถึงมองข้ามไป คือไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย แต่ก็ยังดีครับที่ตัดสินใจเลือกดู แล้วผลก็คือชอบครับ สนุกดี
พอดูจบแล้วอยากบอกทีมงานทุกคนเลยครับว่า “เฮ่อออออ… แค่นี้แหละจ้า ที่อยากได้ ขอบคุณมากๆ เลย”
อะไรที่ทำให้ความรักของคนคู่หนึ่งมีความยั่งยืนยาวนาน? บางคนมองว่าคู่รักนั้นๆ จะต้องมีความเหมือนกันถึงจะเข้ากันได้แบบยาวๆ ในขณะที่บางคนก็อาจมองว่าคู่รักนั้นๆ ต้องมีความแตกต่างบางอย่าง เพื่อที่จะได้เติมเต็มซึ่งกันและกัน และนั่นแหละถึงจะทำให้พวกเขารักกันได้นานๆ
หลังจากผมได้ชม The Day The Earth Stood Still จบ รู้ไหมครับว่าผมนึกถึงอะไร…
ถือเป็นหนังว่าด้วย “คนชีวิตชำรุด” ที่เรียบง่าย แต่ได้ใจอย่างยิ่ง มันอิ่มแบบพอดี รสชาติไม่จัดจ้าน ปราศจากความหวือหวา แต่ดูแล้วมันอิน มันสัมผัสได้ถึงห้วงอารมณ์ช้ำๆ จนบางขณะเราก็รู้สึกช้ำตามตัวละครไปด้วย