เฉินเจิน (หลี่เหลียนเจี๋ย, Jet Li) ลูกศิษย์ของฮั่วหยวนเจี่ยได้ทราบข่าวว่าอาจารย์ของเขาเสียชีวิตในการประลอง เขาจึงเดินทางกลับมายังสำนักมวยจิงอู่ที่เซี่ยงไฮ้เพื่อเคารพศพ พร้อมทั้งสืบหาความจริง เพราะเขาไม่เชื่อว่าอาจารย์ฮั่วจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
เฉินเจิน (หลี่เหลียนเจี๋ย, Jet Li) ลูกศิษย์ของฮั่วหยวนเจี่ยได้ทราบข่าวว่าอาจารย์ของเขาเสียชีวิตในการประลอง เขาจึงเดินทางกลับมายังสำนักมวยจิงอู่ที่เซี่ยงไฮ้เพื่อเคารพศพ พร้อมทั้งสืบหาความจริง เพราะเขาไม่เชื่อว่าอาจารย์ฮั่วจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
มาต่อกันครับกับ เรื่องเล่าจากความมืด 2 ที่กลับมาพร้อมเรื่องสยองอีก 3 ตอนให้เราได้ดูกัน
ซูซาฮาเอ่อซาน (โจวซิงฉือ, Stephen Chow) คือหนุ่มเอาแต่ใจที่ถูกพ่อตามใจตั้งแต่เด็ก ทีนี้วันหนึ่งเขาก็พบหญิงในดวงใจอย่างแม่นางหยูซวง (จางเหมี่ยน, Cheung Man) ซึ่งนางบอกว่าจะรับรักเขาก็ต่อเมื่อเขามีวรยุทธ์เป็นอันดับหนึ่งในแผ่นดิน อาซูก็เลยไปสอบจอหงวนบู๊หมายจะสร้างชื่อ แต่แล้วเขาก็โดนจับได้ว่าโกงครับ (ซึ่งเขาโกงจริงๆ ซะด้วย) อาซูและพ่อ (อู๋ม่งต๊ะ) เลยโดนฮ่องเต้ (Matthew Wong) ทรงสั่งลงโทษให้เป็นขอทานไปตลอดชาติ และนั่นล่ะครับคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นยาจกซู
ดูจบครบไตรภาคแล้วครับสำหรับหนังชุด 4 มหากาฬพญายม ที่ดัดแปลง (แปลงไปเยอะมากกกกกกกกกกกกกก) จากนิยายกำลังภายในสุดมันส์ของอุนสุยอัน
4 มหากาฬพญายม 2 ถือเป็นภาคต่อที่เวิร์กไม่เลวครับ คือมันอาจไม่ได้ดีสุดยอด แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้ดูเพลินในระดับหนึ่ง ซึ่งหักกลบลบแล้วก็น่าจะพอๆ กับภาคแรกอยู่ครับ
หลายปีที่ผ่านมานิยายชุด 4 มือปราบพญายม ของ อุนสุยอัน ถูกดัดแปลงเป็นหนังจีนชุดหลายรอบมากๆ เรียกว่าสามารถชิงตำแหน่ง “สร้างถี่” กับหนังชุดมังกรหยกได้เลยล่ะครับ
ภาคต่อครับผม งานนี้นายตำรวจจอมระห่ำโจวซิงซิง (โจวซิงฉือ) ต้องกลับมาพิทักษ์โรงเรียนอีกครั้ง เมื่อขบวนการโจรก่อการร้ายหวังจะยึดโรงเรียนเพื่อก่อความไม่สงบ ซิงซิงก็ต้องหาทางยังยั้งรับมือมันก่อนจะต้องมีคนตายลงไป
โจวซิงฉือ กับยุครุ่งเรืองสมัยแรกนะครับ งานนี้แสดงเป็น โจวซิงซิง (สมัยก่อนตัวละครแกก็มีแค่ชื่อสองชื่อนี่แหละครับ โจวซิงจู่บ้าง โจวซิงซิง หรือไม่ก็อาซิงเฉยๆ) ตำรวจระห่ำที่ชอบลุยเดี่ยวครับ ทำให้เวลาไปเป็นทีมถล่มผู้ร้ายทีไร ก็พาลูกน้องไปเสียชีวิตทั้งกระบิ
ก็เป็นอีกหนึ่งเกมต่อสู้ที่ถูกจับมาทำเป็นหนังนะครับ แล้วก็เจริญรอยตามรุ่นพี่ไปเลยครับ (ซึ่งไม่ค่อยจะเป็นด้านดีสักเท่าไร)
หนังเรื่องนี้ดูแล้วก่อให้บังเกิดอารมณ์ก้ำกึ่ง เพราะจุดที่ชอบก็มีอยู่พอสมควร แต่จุดที่รู้สึกเรื่อยๆ ก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน มันคือส่วนผสมระหว่างหนังสงครามการรบกับหนังกำลังภายในที่มีตัวละครมาประมือกันน่ะครับ