Walk of Shame อาจไม่ใช่หนังฮาแตกที่ดีถึงขั้นห้ามพลาดนะครับ แต่ผมว่าถ้าจะดูเอาความบันเทิงล่ะก็ หนังตอบโจทย์ได้น่าพอใจไม่ใช่น้อยเหมือนกัน
Walk of Shame อาจไม่ใช่หนังฮาแตกที่ดีถึงขั้นห้ามพลาดนะครับ แต่ผมว่าถ้าจะดูเอาความบันเทิงล่ะก็ หนังตอบโจทย์ได้น่าพอใจไม่ใช่น้อยเหมือนกัน
การที่เราเอาหนังสักเรื่องมาดูซ้ำเดือนละหน ทุกเดือนตั้งแต่ได้แผ่นมา นั่นน่าจะบ่งบอกได้ว่าเรา “ตกหลุมรัก” หนังเรื่องนั้นเข้าแล้ว และ Pitch Perfect คือหนึ่งในหนังที่ผมตกหลุมรักครับ
“ความหวัง คือสิ่งเดียวที่แข็งแกร่งกว่าความกลัว”
ในแง่ความบันเทิง The Hunger Games ตอบโจทย์ได้ดี เพราะมีทั้งพล็อตชวนติดตาม มีแอ็กชันมีความตื่นเต้นชวนลุ้น และมีเรื่องให้สะเทือนใจแทรกเป็นพักๆ
หลังจากดูภาคสองของไอ้แมงมุมจบ ผมก็ตั้งคำถามทันทีว่าภาค 3 จะออกมาอีท่าไหน จะดีกว่าภาคสองหรือไม่ก็แทบไม่อยากคิด เพราะแค่จะให้ดีเท่าก็น่าจะยากอยู่
ราวๆ เดือนก่อนมีคนขอให้แนะนำหนังที่มีพระเอกเก่งๆ, มีการหักเหลี่ยม, มีการหลบหนีแบบใช้สมอง ฯลฯ จึงอยากบอกว่าเรื่องนี้ตอบโจทย์เหล่านั้นได้ในระดับน่าพอใจเลยครับ
เป็นหนังที่เปิดประเด็นได้น่าสนใจครับ ชวนให้ตั้งคำถามว่าทำไมจู่ๆ ถึงมีชายคนหนึ่ง (Sam Worthington) ไปยืนบนขอบตึกระฟ้า ใครเห็นเข้าก็นึกว่าเขากำลังจะฆ่าตัวตายเลยเกิดความโกลาหล จนตำรวจต้องเดินทางมาและจัดหานักเจรจาเกลี้ยกล่อม…
ตัวอย่างของหนังเรื่องนี้จัดว่าอหังการมากเลยนะครับ ถึงขนาดประกาศตัวว่าจะเป็นหนังที่เดินตามรอยหนังสยองระดับดังๆ ทั้งหลาย ด้วยการขึ้นแท่นเป็นหนังสยองชื่อดังประจำปี 2006 เนี่ย อืมม์ แล้วมันจะไปถึงตรงนั้นได้มั้ยหว่า
ผมนั้นโตมากับซีรี่ส์ขบวนการ 5 สีครับ ผ่านมาแล้วทั้งญี่ปุ่น ทั้งฝรั่ง หรือกระทั่งไทยก็เคยมาแล้ว (สปอร์ตเรนเจอร์ไงครับ) แต่ออกตัวก่อนว่าผมไม่ถึงขั้นเป็นแฟนประจำ คือดูบ้างหากมีโอกาส แต่ไม่ถึงกับติดอะไรมากมาย