สำหรับผมหนังเรื่องนี้โอเคในแง่ที่ว่ามีภาพสวยงามครับ สวยจริงๆ สวยในหลายลีลา ไม่ว่าจะภาพสวยแบบธรรมชาติ ได้เห็นโลกในมุมที่ดูเย็น ยิ่ง สงบ ไม่ว่าจะในเมืองหรือตามท้องถนนในที่ห่างไกล, ป่าเขาลำเนาไพร ฯลฯ
สำหรับผมหนังเรื่องนี้โอเคในแง่ที่ว่ามีภาพสวยงามครับ สวยจริงๆ สวยในหลายลีลา ไม่ว่าจะภาพสวยแบบธรรมชาติ ได้เห็นโลกในมุมที่ดูเย็น ยิ่ง สงบ ไม่ว่าจะในเมืองหรือตามท้องถนนในที่ห่างไกล, ป่าเขาลำเนาไพร ฯลฯ
Circle คือหนังไซไฟระทึกขวัญที่ได้รับการพูดถึงไม่น้อยครับ ดูแล้วก็ชวนให้นึกถึง Cube นะ เพราะจับเอาเรื่องราวในที่ปิดตายมาเป็นโจทย์ ตามด้วยกลุ่มตัวละครที่ต้องหาทางเอาตัวรอด เพียงแต่ะความเด็ดก็อาจยังไม่มากเท่า Cube เท่านั้นเอง
เรื่องนี้ดูไปสักพักก็ชวนให้นึกถึง Edge of Tomorrow ผสม The Bourne Identity ครับ ประมาณว่าตัวเองตื่นมาแล้วเบลอๆ จำอะไรไม่ได้ แล้วก็ต้องมาฝ่านรกเอาตัวรอดจากสารพัดหายนะที่เกิดขึ้นรอบตัวเขา
ดูหนังเรื่องนี้แล้วคิดถึงเรื่อง “มาห์” เลยครับ เผื่อใครไม่รู้จัก มาห์คือหนังไทยอายุหลายสิบปีแล้วครับ เป็นหนึ่งในหนังไม่กี่เรื่องของบ้านเราที่ทำออกมาในแนวสัตว์ประหลาดสยองโหด ที่ว่าโหดนี่คือโหดจริงครับ ทำออกมาน่ากลัวเอาเรื่องเลยล่ะ
สิ่งแรกที่ต้องบอกกันคือนี่ไม่ใช่หนังแนวแอ็กชันเอามันส์ประเภทเอเลี่ยนบุกโลกแล้วก่อภัยพิบัติครับ ดังนั้นใครอยากดูเพราะฉากทำลายล้างสะใจๆ ล่ะก็ อย่าลืมลดความคาดหวังไว้ก่อนนะครับ
ปีที่ผ่านมามีหนังว่าด้วยโลกแตกแบบเน้นฮาและบ้าสุดๆ อยู่ 3 เรื่องครับ ได้แก่ This is The End และ Rapture-Palooza 2 เรื่องนี้มาจากฝั่งอเมริกา และอีกเรื่องคือ The World’s End จากฝั่งอังกฤษ
ความพยายามแก้มือครั้งที่สองของค่าย Warner Bros กับนิยายที่ชื่อ The Body Snatchers
ภาคต่อของหนังแนวคล้ายๆ กับ Species ก็ไม่แน่ใจว่ามีใครได้ดูภาคแรกไปแล้วหรือยังนะครับ เพราะมันได้ออกแผ่นบ้านเราด้วย ถ้ายังก็ขอเท้าความเล็กน้อย
นี่ก็อีกหนึ่งหนังที่เคยดูทางทีวีเมื่อตอนเด็กๆ ครับ พอโตขึ้นถึงค่อยมารู้ว่าเป็นหนังของ Full Moon Entertainment ที่ชอบทำหนังไซไฟทุนไม่สูงออกมาป้อนตลาดอยู่บ่อยๆ ช่วงต้นยุค 90 น่ะครับ
I Am Number Four ทำให้นึกถึง Smallville แล้วผสมด้วย Twilight ซึ่งก็ไม่น่าแปลกล่ะครับ เพราะทีมเขียนบทก็คือ Alfred Gough และ Miles Millar คู่หูผู้สร้าง Smallville นั่นแหละ