หลังดู Venom: Let There Be Carnage จบ ก็นิยามหนังได้แบบสั้น ง่ายและได้ใจความว่า “ดูเอามันส์ล้วนๆ” ครับ (เนื้อหาในรีวิวชิ้นนี้อาจมีสิ่งที่เรียกว่า “สปอยล์” สำหรับบางคนนะครับ หากไม่อยากทราบก็ไม่ควรอ่านต่อครับ รู้แค่นี้พอว่า “หนังดูเอามันส์ล้วนๆ”)
หลังดู Venom: Let There Be Carnage จบ ก็นิยามหนังได้แบบสั้น ง่ายและได้ใจความว่า “ดูเอามันส์ล้วนๆ” ครับ (เนื้อหาในรีวิวชิ้นนี้อาจมีสิ่งที่เรียกว่า “สปอยล์” สำหรับบางคนนะครับ หากไม่อยากทราบก็ไม่ควรอ่านต่อครับ รู้แค่นี้พอว่า “หนังดูเอามันส์ล้วนๆ”)
ผมพบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ดู Venom หลายหนมากๆ ประมาณว่าเปิดทีวี-เคเบิ้ลก็มักจะเจอ หรือตอนไปแวะเวียนเยี่ยมเยียนใคร ก็จะพบว่าทีวีที่บ้านนั้นจะต้องมี Venom อยู่ในจอเสมอ แล้วผมก็มักจะมีโอกาสได้ดูจนจบทุกทีไป
Color Out of Space อาจไม่ได้สมบูรณ์แบบเต็มร้อยน่ะนะครับ แต่สำหรับผม (ซึ่งชื่นชอบงานของ H. P. Lovecraft มากๆ) ขอบอกเลยครับว่าอะไรแบบนี้แหละที่ผมอยากเห็นบนจอมานานแล้ว
ระหว่างดูหนังเรื่องนี้หัวผมก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า “อันว่าหนังแอ็กชันเนี่ย เรื่องไหนมันส์หรือไม่มันส์ มันวัดกันที่ตรงไหน?”
หนังไซไฟสยองขวัญสัญชาติเยอรมันครับ โดยเนื้อเรื่องนั้นดัดแปลงจากเรื่องสั้นชื่อเดียวกันนี้ของ H.P. Lovecraft ครับ
ตอนได้ข่าวว่าจะมีการทำภาคใหม่ของ Critters หรือ กลิ้ง งับ งับ นี่ผมดีใจนะครับ เพราะเป็นแฟนหนังชุดนี้มาตั้งแต่เด็ก น่าจะถิือเป็นหนังแนวสยองเรื่องแรกๆ ที่ผมดูเลยล่ะครับ เพราะตอนยังเด็กนั้นผมก็ยังกลัวที่จะดูหนังสยอง แต่ด้วยความที่หนังชุดนี้มันสยองไม่มากก็เลยกล้าลองหยิบมาดู จำได้เลยว่าดูภาค 3 เป็นตอนแรก แล้วก็มาตามดูภาคอื่นๆ จนครบ
ดูจบแล้วตระหนักเลยครับว่า “Men in Black ไม่ใช่หนังที่ใครจะมาทำก็ได้”
สารภาพตามตรงว่าไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้หนังชุดนี้ครับ คือก็ตามดูทุกภาคนั่นแหละ แต่อาจไม่ได้ถูกจริตโดนใจอะไรขนาดนั้น ชื่อหุ่นในเรื่องก็จำได้แค่ อ็อปติมัส, บัมเบิลบี แล้วก็เมกาตรอนเท่านั้น (ยอมรับว่างงทุกทีเวลาหุ่นหลายๆ ตัวมาตีกัน ไม่รู้ใครเป็นใคร)
ภาคแรกถือว่าดูเอามันส์ได้เพลินๆ ครับ มาภาคนี้ก็อีหรอบเดียวกัน คือดูเอาสนุก เอามันส์ เอาฮา แล้วก็ดูแสงสีกับ Effect ซึ่งถ้าใครชอบอะไรพวกนี้ล่ะก็ เต่านินจาภาคใหม่นี่ก็ตอบโจทย์เลยล่ะ
หลังจากผมได้ชม The Day The Earth Stood Still จบ รู้ไหมครับว่าผมนึกถึงอะไร…