หลังจากภาคก่อนทำผมประทับใจสูงสุด ภาคนี้ก็คงเป็นการคืนสู่สามัญ
หลังจากภาคก่อนทำผมประทับใจสูงสุด ภาคนี้ก็คงเป็นการคืนสู่สามัญ
เมื่อวาน Netflix ล่มตอนเช้า ผมเลยต้องเปลี่ยนแผนไปดู Christmas…Again?! แทน ซึ่งหนังก็ Feel Good ไม่เลวครับ เป็นการเปิดวันที่สดใสได้แรงบวกพอสมควร แม้ตอนต้นของเรื่องจะดูแล้วชวนหงุดหงิดบ้างก็เถอะ
ผมเคยดู ฟ้าส่งฟะมาเกย รอบหนึ่งเมื่อนานมาแล้วครับ จำเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้แต่จำบางฉากได้ และที่จำได้อย่างแม่นยำคือเพลงธีมของหนังเรื่องนี้ที่จังหวะสนุกสนาน ครึกครื้น และน่ารัก เพลงธีมที่ว่านี้เป็นท่วงทำนองที่มักจะดังขึ้นในหัวผมทุกทีเวลารู้สึกสนุกเพลิดเพลินกับอะไรสักอย่าง หรือเวลาที่จะเดินทางไปไหนสักแห่ง มันปลุกอารมณ์บวกได้ดีครับ
จริงๆ A Brush with Christmas มีรายละเอียดของพล็อตที่น่าสนใจครับ เพียงแต่ว่าหนังยังไม่สามารถเล่าสิ่งที่น่าสนใจเหล่านั้นออกมาได้อย่างเต็มร้อย
ไม่ทันไรหนังชุด Insidious นี่ก็อายุ 10 กว่าปีแล้วนะครับ และนี่คือภาคที่ 5 ครับ
ไปๆ มาๆ เหมือนว่าหนังคริสต์มาสที่ผมได้ดูในช่วงนี้เนี่ยมันจะมีอะไรให้พูดถึงเยอะกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่ดูหนังแล้วแฮปปี้ Feel Good แล้วจบ
ตอนแรกนึกว่าจะเขียนเล่าแบบง่ายๆ ไม่น่าจะมีอะไรยาวน่ะนะครับ แต่พอได้ดูแล้วก็พบว่ามีเรื่องอยากเขียนเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เยอะอยู่เหมือนกันแฮะ
The Holiday Calendar ว่าด้วยช่างภาพสาวแอ็บบี้ ซัตตัน (Kat Graham) ที่ได้รับปฏิทินโบราณจากคุณปู่ (Ron Cephas Jones) แล้วไปๆ มาๆ ปฏิทินที่ว่านี่ก็ดูเหมือนจะทำนายอนาคตให้กับเธอได้ และไม่แน่ครับมันอาจจะพาเธอไปพบกับความรักที่เธอเฝ้ารอ
ว่าตามจริงโครงเรื่องของ ตี๋เหรินเจี๋ยไขคดีศีรษะรากษส ถือว่าเข้าท่าไม่น้อย
ยังมีตี๋เหรินเจี๋ยอีกหลายเวอร์ชั่นให้พิชิตครับ คราวนี้ไล่ดูฉบับที่ Luo Li Qun แสดงเป็นเหล่าตี๋ครับ