ไม่ต้องไปใส่ใจกับชื่อไทยครับ ดันบอกมาได้ว่าภาคสอง ถ้าให้เดาสงสัยตอนตั้งคงยังไม่ทราบนั่นแหละครับ (เหมือนที่ตั้งมือปราบปืนโหด 4 ให้ The Gauntlet นั่นแหละ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนังมือปราบปืนโหดเลย)
ไม่ต้องไปใส่ใจกับชื่อไทยครับ ดันบอกมาได้ว่าภาคสอง ถ้าให้เดาสงสัยตอนตั้งคงยังไม่ทราบนั่นแหละครับ (เหมือนที่ตั้งมือปราบปืนโหด 4 ให้ The Gauntlet นั่นแหละ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนังมือปราบปืนโหดเลย)
มันก็แปลกดีนะครับ คือหากลองมาเทียบเปรียบวัดระหว่างพี่ Jean-Claude Van Damme กับ Steven Seagal ซึ่งตอนนี้ก็สาละนเตี้ยลงไปพอๆ กันแล้วน่ะนะครับ แต่หากลองเทียบสไตล์งานและผลงานแล้ว ผมกลับรู้สึกว่าพี่ Seagal แกมีงานที่โอเคเยอะกว่า ดูสนุกเยอะกว่าพี่ Van Damme
หลังจากผมทยอยเล่าหนังดูไม่ได้มาพักใหญ่ๆ ก็มาดูหนังที่พอจะสร้างความสนุกสนานให้คนดูได้บ้างดีกว่านะครับ จะได้มีอะไรดูกัน เพราะมาเลื่อนดูหลังๆ นี่มีแต่เตือนว่าอย่าดูทั้งนั้น อ้ะ อันนี้บอกแต่เนิ่นๆ ว่าพอดูได้ครับ พอทำเนาๆ
มาแล้วครับกับ Jean-Claude Van Damme Festival 5555 เอาหนังพี่ Van Damme มาเล่าเล่นๆ เอาขำๆ ซึ่งหนังของพี่ท่านก็มีทั้งที่โอเคและไม่โอเคคละเคล้ากันไปนะครับ ซึ่งมันเป็นก็เป็นธรรมดาของดารานักบู๊อยู่แล้วที่มักจะคืนสู่สามัญเร็วกว่าดาราเจ้าอื่นๆ
ตัวอย่างของหนังเรื่องนี้จัดว่าอหังการมากเลยนะครับ ถึงขนาดประกาศตัวว่าจะเป็นหนังที่เดินตามรอยหนังสยองระดับดังๆ ทั้งหลาย ด้วยการขึ้นแท่นเป็นหนังสยองชื่อดังประจำปี 2006 เนี่ย อืมม์ แล้วมันจะไปถึงตรงนั้นได้มั้ยหว่า
ท่าทางผมกับหนังสยองขวัญจะหนีกันไม่พ้นแฮะ เพราะพอเปิดรายชื่อออกมาว่าจะเขียนอะไรดีก็มักจะเจอหนังสยองทุกที
Arnold Schwarzenegger มารับบทตลกอีกครั้ง คราวนี้เขาต้องมาเป็นคุณพ่อบ้างานที่ชื่อ เฮาเวิร์ด แลงส์ตัน ซึ่งทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้ลูกชายคนเดียวของเขา เจมี่ (Jake Lloyd) เลย แล้วก็พลาดทุกนัดทุกคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูกครับ ทั้งงานรับสายยูโดก็พลาด แล้วล่าสุดพลาดหนักถึงกับลืมซื้อของขวัญคริสต์มาสที่ลูกอยากได้มากๆ นั่นคือตุ๊กตาหุ่นยอดฮิตที่ชื่อ เทอร์โบแมน
หนังภาคแรกนี่ถือเป็นหนังแนวไวมพร์ที่ผมรักและชอบเป็นอันดับแรกๆ เลยนะครับ เพราะออกมาสนุกลื่นไหลดีมากๆ การเดินเรื่องดี มีอารมณ์ขันและความสยองพอเหมาะ รวมไปถึงตอนท้ายก็ลุ้นกันตัวโก่ง นักแสดงก็มือดีสุดๆ คาแร็คเตอร์ในเรื่องนี่ก็ถือว่าสร้างมาได้ดีสุดๆ และแน่นอนว่าภาคแรกมันดังครับ โกยเงินไปเยอะเหมือนกัน นโยบายการสร้างภาคสองก็เลยเป็นเรื่องปกติ
หลังจากเหตุการณ์สยองในภาคแรก 8 เดือน เฮอร์เบิร์ต เวสท์ (Jeffrey Combs) กับ แดน เคน (Bruce Abbott) ก็กลับมาสานงานต่อครับ การทดลองอย่าปลุกชีพศพยังคงดำเนินต่อไป แล้วพวกเขาก็โดนติดตามโดยผู้หมวดเลสลี่ย์ เชพแฮม (Claude Earl Jones) ที่คอยสืบว่าพวกเขาเคยทำอะไรไว้เมื่อ 8 เดือนก่อน
ภาคที่แล้วเป็นตอนสุดท้ายที่ได้ฉายในโรงครับ เพราะทีมงานกะจะไม่ทำอีกแล้ว และเรื่องราวมันก็จบลงไปจริงๆ แล้วด้วย แต่ก็เพราะเงินน่ะครับ ภาค 5 เลยโผล่มาอีก (ภาค 4 แย่สุด แต่ทำเงินสูงสุดครับ ได้ไป 16 ล้าน … นั่นเยอะแล้วนะ)