เรื่องนี้ถือเป็นภาคต่อของหนังชุด Frankenstein (ถือเป็นตอนที่ 5) และ The Wolf man (ถือเป็นตอนที่ 2) ครับ กับการจับเอา 2 มอนสเตอร์ระดับตำนานของ Universal มาเจอกัน
เรื่องนี้ถือเป็นภาคต่อของหนังชุด Frankenstein (ถือเป็นตอนที่ 5) และ The Wolf man (ถือเป็นตอนที่ 2) ครับ กับการจับเอา 2 มอนสเตอร์ระดับตำนานของ Universal มาเจอกัน
หลายคนนับว่านี่เป็นภาคต่อแบบกลายๆ ของ The Mummy ฉบับปี 1932 ที่ Boris Karloff แสดงไว้ แต่จริงๆ แล้วหนังไม่มีอะไรเกี่ยวกันในทางเนื้อเรื่องครับ เว้นแต่ว่ามอนสเตอร์ตัวร้ายคือมัมมี่เหมือนกัน และมีความร้ายกาจอีกทั้งแผนการที่น่าสะพรึง เต็มไปด้วยความมรณะเหมือนกัน
ถ้าถามถึงหนังเรื่องโปรด Top Ten ของผมแล้ว Back to the Future คือหนึ่งในนั้นแน่นอนครับ เพราะเป็นหนังที่เอามาเปิดดูซ้ำบ่อยมากจนตอนนี้น่าจะใกล้ๆ 100 ครั้งแล้วล่ะครับ มันชอบแบบสุดชีวิตจริงๆ
ตามปกติลุง Woody Allen จะทำหนังออกมาให้เราได้ชมกันปีละครั้งครับ ส่วนเรื่องนี้ทำออกมาตั้งแต่ปี 2015 แต่เพิ่งมีการออกแผ่นมาให้ได้ยลกัน (ไปๆ มาๆ ได้ดูหลัง Café Society ที่ฉายปี 2016 อีกนะนั่น)
ตอนดูตัวอย่างก็มองว่านี่จะเป็นหนัง Home Alone เวอร์ชั่นโหดครับ นึกว่าเป็นเรื่องของเด็กที่อยู่บ้านกับพี่เลี้ยงเพียงลำพัง แล้วมีโจรบุกอะไรแบบนั้น แต่พอดูแล้วเนื้อเรื่องมันไม่ใช่แบบนั้นแฮะและไปๆ มาๆ มันก็ดูโหดกว่าที่คาดด้วย
Bedtime Stories หนังแฟนตาซีน่ารักดูสนุกสไตล์ Adam Sandler โดยพี่ท่านมารับบท สกีตเตอร์ บรอนสัน ช่างซ่อมบำรุงประจำโรงแรม (ที่จริงๆ แล้วที่ดินผืนนั้นเคยเป็นของพ่อเขา)
2 วันก่อนที่ผมจะไปดูไอ้แมงมุมภาคใหม่ ผมได้ไปคลิ้กดู Honest Trailer ของภาคแรกมาครับ (Honest Trailer คือตัวอย่างแซวหนังเรื่องนั้นๆ โดยจะเอาจุดอ่อน ช่องโหว่ หรืออะไรที่มันดูตลกมาล้อในเชิงขำขัน… และส่วนใหญ่ที่เขาเอามาล้อ ก็จริงซะด้วย)
หนังเรื่องนี้ให้อารมณ์เหมือนนิยายที่ค่อยๆ เปิดอ่านไปทีละหน้า ซึ่งก็ไม่แปลกครับ เพราะหนังสร้างจากนิยายขายดีของ Peter Straub และตัวนิยายเองก็ขายดีติดอันดับอยู่เหมือนกัน
ผมเคยได้ดูหนัง The Funhouse รอบแรกในช่อง HBO ก็ยอมรับครับว่าดูเพลินดี มันก็สนุกใข้ได้ แล้วก็ผสมด้วยความน่ากลัวแบบลงตัวในระดับหนึ่ง
ภาคต่อที่อาจจะไม่ลงตัวกลมกล่อมเท่าภาคแรก (รวมถึงสนุกไม่มากเท่าภาค 3) แต่ก็ยังถือว่าดูเอาเพลินและเอาฮาได้โอเคในระดับหนึ่ง