หนังเรื่องนี้ผมเคยดูสมัยออกวีดีโอในชื่อว่า “ดุแยกเขี้ยว” ก่อนจะได้มาฉายโรงในชื่อ “โรงงานเลี้ยงผี” แล้วล่าสุดก็มีการออกแผ่นในชื่อว่า “ตระกูลนี้ ผีกลัวจนหัวหด” ครับ หลายชื่อจริงๆ
หนังเรื่องนี้ผมเคยดูสมัยออกวีดีโอในชื่อว่า “ดุแยกเขี้ยว” ก่อนจะได้มาฉายโรงในชื่อ “โรงงานเลี้ยงผี” แล้วล่าสุดก็มีการออกแผ่นในชื่อว่า “ตระกูลนี้ ผีกลัวจนหัวหด” ครับ หลายชื่อจริงๆ
ผลงานปิดไตรภาค “หนังฆาตกรรมที่มีชื่อเรื่องว่าด้วยสัตว์” หรือ Animal Trilogy ของผู้กำกับ Dario Argento (ซึ่งประกอบไปด้วย The Bird with the Crystal Plumage และ The Cat o’ Nine Tails ก่อนจะปิดท้ายด้วยหนังเรื่องนี้ครับ
หลังจาก Dario Argento แจ้งเกิดไปเต็มๆ จากหนังสยองซ่อนเงื่อนเรื่อง The Bird with the Crystal Plumage เขาก็ไม่รอช้าที่จะสานต่อความสำเร็จครับ ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือเป็นงานกำกับเรื่องที่ 2 ของเขา และ Salvatore Argento พ่อของเขาก็ช่วยอำนวยการสร้างให้เช่นเคย
หนังฮาเนิร์ดๆ สไตล์หนังของ Judd Apatow หรือแบบ Pineapple Express น่ะนะครับ นั่นคือจะมีตัวละครล้นๆ เนิร์ดๆ มาเป็นตัวเอก ทำอะไรโก๊ะๆ ดูน่าหัวร่อสำหรับคนอื่น แต่ถึงจะโก๊ะหรือน่าขันแค่ไหน แต่พวกเขาก็มีความมุ่งมั่นพยายามทำในสิ่งที่ตนเองต้องการและใฝ่ฝัน จะเรียกว่าเป็นหนังสไตล์ “ชัยชนะของเด็กเนิร์ด” ก็คงจะได้น่ะครับ
Billy Madison เป็นงานแสดงนำเรื่องแรกของ Adam Sandler ที่ดังและทำเงินในระดับที่น่าพอใจ (โกยไป $25 ล้าน จากทุน $10 ล้าน)
Alexander and the Terrible, Horrible, No Good, Very Bad Day ดัดแปลงจากหนังสือสำหรับเด็กที่ได้รับความนิยมมาหลายสิบปีครับ (ตีพิมพ์ครั้งแรกปี 1972) เนื้อเรื่องว่าด้วยหนุ่มน้อย อเล็กซานเดอร์ (Ed Oxenbould) ที่ชีวิตของเขาเต็มด้วยคำว่า “ซวยซ้ำซ้อน” และ “ซวยซ้ำซาก” แต่พ่อแม่พี่น้องเขากลับไม่มีใครเข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียว
ผมมี 2 แรงจูงใจใหญ่ๆ ในการดูหนังเรื่องนี้ครับ แรงจูงใจแรกคือเพราะมันเป็นหนังว่าด้วยวันคริสต์มาส หนึ่งในเทศกาลที่ผมชอบ และหากทำดีๆ แล้ว หนังจะมีอะไรให้ Feel Good พร้อมทั้งมีความอบอุ่นมอบให้กับเราได้เสมอ
ปีนี้ตลาดหนังต้อนรับวันคริสต์มาสจัดว่ามีความหลากหลายครับ อย่างที่บอกว่าหนังแนวนี้เงียบหายไปหลายปี คนทำออกมาน้อย จะเหลือก็แต่ Hallmark เท่านั้นที่ขยันทำออกมาทุกปีๆ ครั้นมาปีนี้ หลายค่ายเริ่มทยอยทำออกมา
ตัวหนังไม่ทำเงิน คำชมก็ไม่มาก อะไรทั้งหลายเหล่านี้เลยกลายเป็นเครื่องลดความคาดหวังที่ผมมีต่อหนังไปโดยปริยาย
แดนนี่ มาร์ติน (Rob Lowe) หนุ่มรักสนุกที่มีโอกาสได้เจอกับ เด็บบี้ (Demi Moore) ที่บาร์หลังจากเขาเพิ่งเสร็จการแข่งขันเบสบอล แล้วก็มีความสัมพันธ์กันครับ ซึ่งตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นแค่สัมพันธ์ชั่วข้ามคืนตื่นแล้วอำลา แต่ทั้งเขาและเธอกลับรู้สึกบางอย่างต่อกัน ก็เลยสานสัมพันธ์ต่อ จนตกลงใจที่จะย้ายเข้ามาอยู่ร่วมห้องกัน แล้วก็ค่อยๆ ร่วมกันสานสายใยรัก สร้างความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันให้เบ่งบาน