หนังรักอารมณ์ละมุนสไตล์ Hallmark อีกเรื่องแล้วครับ ว่าตามจริงเรื่องนี้ไม่ถึงขั้นเด็ดจนห้ามพลาด แต่ถ้าดูเอาเพลิน ดูเอาความน่ารักและโรแมนติกล่ะก็ ผมถือว่าหนังทำได้เวิร์กในระดับหนึ่งทีเดียว
หนังรักอารมณ์ละมุนสไตล์ Hallmark อีกเรื่องแล้วครับ ว่าตามจริงเรื่องนี้ไม่ถึงขั้นเด็ดจนห้ามพลาด แต่ถ้าดูเอาเพลิน ดูเอาความน่ารักและโรแมนติกล่ะก็ ผมถือว่าหนังทำได้เวิร์กในระดับหนึ่งทีเดียว
เรื่องสยองผีคลานไปฆ่าที่ดังไปถึงฮอลลีวู้ดครับ โดยผู้กำกับก็คือเจ้าเก่า Takashi Shimizu ผู้ให้กำเนิดหนังชุดนี้ตั้งแต่ทำที่ญี่ปุ่นน่ะแหละครับ
เพื่อนรีเควสท์มาผมก็รีวิวให้นะครับ กับหนังสยองรุ่นเก่าที่มีอะไรน่าพูดถึงเยอะพอสมควร… ใช่ครับ เรื่องนี้ก็เข้าข่ายสยองแบบเข้าท่าเหมือนกัน
และนี่คือภาคแรกของ Fletch นะครับ ว่าด้วยเรื่องของ เออร์วิน เฟลทเชอร์ หรือ เฟลทช์ (Chevy Chase) ที่ชอบปลอมตัวแปลงกายแทรกซึมไปหาข่าวตามสถานที่ต่างๆ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยครับว่าหมอนี่แท้จริงแล้วคือ เฟลทช์ นักข่าวหัวเห็ดที่หากเล็งข่าวไหนแล้วล่ะก็ ต้องทำการสืบขุดคุ้ยจนกว่าจะพบเจอความจริง
วิลลาร์ด สไตลส์ (Bruce Davison) คือหนุ่มจอมหงอที่เข้ากับใครไม่ค่อยเป็นจนไม่มีเพื่อนเลย ความกล้าก็ไม่ค่อยมี แล้วยังถูกบีบให้ออกจากงานโดยเจ้านายวายร้ายนามว่า อัล มาร์ติน (Ernest Borgnine) ทั้งๆ ที่บริษัทที่เขาทำงานอยู่นี้ก็ก่อตั้งโดยพ่อของเขาแท้ๆ แต่ดันมาเจอนายอัลฮุบไปอย่างไม่เป็นธรรม
หนังเจ้าของประโยค “ช้างกูอยู่ไหน” ในตำนานน่ะนะครับ ว่าด้วยขาม (จา พนม ยีรัมย์) กับการตามหาช้างพ่อลูกที่โดนพวกค้าสัตว์ข้ามชาติจับส่งไปกรุงซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลีย
อย่าไปใส่ใจกับชื่อไทยนะครับ พอดีช่วงนั้นกระแสหนังเรื่อง “ใหญ่ฟัดโลก” หรือ Rumble in the Bronx ของเฮียเฉินหลงแกมาแรงมากๆ ครับ ดังข้ามปีทีเดียว เลยทำให้มีการตัดสินใจใส่ชื่อ “ใหญ่ฟัดโลก 2” ให้กับหนังเรื่องนี้ไปเลย… ว่าแต่ชื่อ “วิ่งสู้ฟัด” มันไม่ได้หรือไงหว่า
ผมนั้นเป็นแฟนเต่านินจาครับ ดูตั้งแต่สมัยช่อง 3 นำมาฉาย จำได้ตอนหนังภาค 1 จะเข้าผมก็รีบขอพ่อแม่ไปโรงหนังเลยครับ อยากดูมาก ปรากฏว่ามันเข้าวันศุกร์ แต่ผมทะลึ่งไปวันอังคาร (ก็หนังสือพิมพ์โฆษณาล่วงหน้าน่ะครับ 555) วันนั้นเลยไปนั่งกินพิซซ่าแทน
ก่อนว่ากันถึง Godzilla ของใหม่ก็ขอย้อนไปรำลึกของเก่าสักหน่อยนะครับ
การผจญภัยครั้งที่ 3 ของนายริดดิคที่กลับมาได้เพราะความรักที่พี่ Vin Diesel แกมีต่อบทนี้แท้ๆ ครับ รักถึงขนาดยอมกลับมารับบทดอมใน Fast & Furious เพื่อแลกกับการเป็นเจ้าของสิทธิ์ในบทริดดิค จากนั้นก็จูงมือผู้กำกับ David Twohy ที่ถือว่าสร้างชื่อมาพร้อมๆ กันจาก Pitch Black มาช่วยกันสานตำนานบทที่ 3 ของชายในความมืดคนนี้