เรื่องนี้ดัดแปลงจากนิยายโรแมนติกเบาสมองผสมด้วยสืบสวนของ Joanne Fluke ครับ แปลไทยแล้วในชื่อว่า สายลับช็อกโกแลต ซึ่งออกตามมาอีกเป็นสิบเล่มครับ
เรื่องนี้ดัดแปลงจากนิยายโรแมนติกเบาสมองผสมด้วยสืบสวนของ Joanne Fluke ครับ แปลไทยแล้วในชื่อว่า สายลับช็อกโกแลต ซึ่งออกตามมาอีกเป็นสิบเล่มครับ
ตอนผมดู The Age of Adaline นั้น ผมกำลังเพลินกับซีรี่ส์ Forever เลยครับ (ตอนนั้นยังไม่มีคำสั่งแคนเซิลให้เศร้าใจ 555)
ผมว่า The Monuments Men เป็นหนังที่มีความหมายนะครับ กับการจับเอาเรื่องราวในประวัติศาสตร์ว่าด้วยคนกลุ่มหนึ่งพยายามปกป้องศิลปวัตถุให้รอดพ้นจากภัยสงคราม
ผมเพลินกับ That Awkward Moment มากกว่าที่คิดครับ ^_^ อาจเพราะหนังมันเข้าทางผมพอดีก็ได้
50 to 1 สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงของกลุ่มคาวบอยหนุ่มเจ้าของม้าที่ชื่อ Mine That Bird ซึ่งเป็นม้ารองบ่อนที่ไม่มีใครสนใจครับ ครั้นพอได้เข้าแข่งเคนตั๊กกี้ เดอร์บี้ (งานแข่งม้าที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของอเมริกา) มันก็ถูกมองว่าต้องแพ้แหงๆ ทำให้อัตราต่อรองม้าตัวนี้อยู่ที่ 50 ต่อ 1 เท่านั้น
Grave Encounters คืออีกหนึ่งหนัง Found Footage แนวสยองขวัญครับ โดยคราวนี้เป็นคลิปกองถ่ายรายการล่าผี ซึ่งเป็นตอนที่ 6 ของรายการนี้ แล้วมันก็กลายเป็นตอนสุดท้ายไป เพราะทีมงานทั้งหมดได้หายสาบสูญไปหลังจากไปล่าผีรอบนี้แหละ
A Lonely Place to Die อีกหนึ่งหนังระทึกขวัญวิวสวยที่ดูเพลินใช้ได้ครับ
Horns จะว่าไปก็ดูเพลินดีนะครับ รสชาติมันผสมๆ ระหว่างสยองขวัญ ระทึกขวัญ แล้วก็ตลกร้าย แม้อาจไม่ถึงกับกลมกล่อมไปเสียทั้งหมด แต่หนังก็มี “รสชาติความแปลก” แทรกลงมาให้รู้สึกโอเคกับมันได้อยู่ (หมายถึงถ้าเราชอบรสแปลกๆ นั่นน่ะนะครับ)
The Lucky One อีกหนึ่งหนังโรแมนติกจากปลายปากกาของ Nicholas Sparks เจ้าพ่อนิยายรักครับ ผลที่ได้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งหนังรักที่น่าพอใจ
The Wedding Ringer อาจเหมือนเป็นการเอา Hitch และ I Love You, Man มาเล่าใหม่นะครับ แต่ถ้ามองในแง่หนังฮาแล้วล่ะก็ หนังก็ถือว่าตอบโจทย์และคลาดเครียดได้อย่างน่าพอใจ (สำหรับผมก็ถึงขั้น “น่าพอใจมาก” เลยล่ะครับ)