อีกหนึ่งหนังแนวสร้างแรงบันดาลใจที่นำเอาเรื่องจริงมาเป็นเค้าโครงครับ
อีกหนึ่งหนังแนวสร้างแรงบันดาลใจที่นำเอาเรื่องจริงมาเป็นเค้าโครงครับ
Nicolas Cage เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่านี่คือผลงานการแสดงชิ้นที่เขาชอบมากๆ ครับ ครั้นพอได้ดูก็เข้าใจเลยว่าทำไม
นี่ก็เป็นวีดีโอสเปเชียลของเออร์เนสต์ (Jim Varney) อีกม้วนครับ โดยเขาทำออกมาเป็นวีดีโอที่มีอะไรให้แฟนๆ ได้ร่วมสนุกชิงรางวัล $10,000 เหรียญด้วย
ไม่รู้จะมีคนสักกี่มากน้อยที่จำหนังเรื่องนี้ได้ แต่สำหรับผมมันคือความทรงจำวัยเยาว์ที่แสนโปรดปรานเลยครับกับหนังฮาดูเพลินโคตรติ๊งต๊องชุดนี้
เรื่องนี้คงเล่าไม่ยาวนักนะครับ กับวีดีโอชุดรวมฮิตของพี่ Jim Varney ที่สวมบทเป็น เออร์เนสต์ พี วอร์เรลล์ในหนังโฆษณานับร้อยชิ้นน่ะครับ อันนี้ถือเป็นคอลเลคชั่นที่ทำตามกันออกมา หลังจากคาแรคเตอร์เออร์เนสต์ฮิตติดลมบนจนคนอเมริกันชอบกันทั่วบ้านทั่วเมือง
บอกเลยว่าท่านที่ชอบดูหนังประเภทเล่นจริงเจ็บจริง ออกหมัดซัดกันนัว อัดกันจนข้าวของวินาศสันตะโร ต้องลองเรื่องนี้สักครั้งครา
ชีวิตนี้ผมดู Top Gun เพียง 2 รอบครับ รอบแรกคือเมื่อสมัยวัยรุ่น ตอนนั้นตามหาสารพัดหนังดังๆ เอามาดูตามประสาคอหนัง ครั้นดูแล้วก็เฉยๆ ครับ ไม่ได้ชื่นชอบอะไรมากมาย และผมเดาว่าคงไม่มีการเอามาดูรอบที่ 2 แน่ๆ หากไม่มีการทำภาคต่อ Top Gun ออกมาล่ะก็
เรื่องนี้จัดว่าน่าดูตรงพล็อตครับ ประมาณว่า 2 นักมวยในตำนานที่ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาทั้งชีวิตกำลังจะกลับมาชกกันอีกหนในตอนที่พวกเขาแก่จนเกือบหง่อม และนักมวยคู่นั้นก็คือ บิลลี่ “เดอะ คิด” แมคดอนเนน (Robert De Niro) และ เฮนรี่ “เรเซอร์” ชาร์ป (Sylvester Stallone) ซึ่งไฮไลท์ของหนังก็หนีไม่พ้นการดวลหมัดกันระหว่าง 2 คนนี้ในตอนท้าย แต่ขณะเดียวกันตอนระหว่างทางนี้เนื้อหาก็นับว่าโอเคครับ ชวนติดตามใช้ได้อยู่
ถือเป็นหนังเบาสมองสำหรับครอบครัวที่ดูแล้วได้อะไรมากกว่าความเพลินครับ
ก่อนอื่นใครที่คาดหมายว่านี่จะเป็นหนังโรแมนติกกุ๊กกิ๊กหวานๆ ล่ะก็ ต้องปรับความคาดหวังด่วนครับ เพราะแม้หนังจะว่าด้วยความรัก แต่มันจะหนักไปทางดราม่าที่มีความเครียดและกดดันแทรกอยู่ในเนื้อเรื่องพอสมควร