หนังย้อนยุคสไตล์นี้ ต้อง Ridley Scott ครับ
หนังย้อนยุคสไตล์นี้ ต้อง Ridley Scott ครับ
Don’t Look Up ถือว่าอยู่ในหมวดหนังตลก
ผมให้เวลาตัวเองหลายวันสักหน่อยหลังดู The Matrix Resurrections ครับ ก็กลายเป็นว่าจะผ่านไปกี่วันความรู้สึกที่มีต่อหนังก็ยังเหมือนเดิม
A Boy Called Christmas เล่าเรื่องราวของหนุ่มน้อยนิโคลัส (Henry Lawfull) กับการออกเดินทางฝ่าป่าเขาลุยหิมะไปตามหาพ่อ (Michiel Huisman) ที่เงียบหายไปหลังรับภารกิจหาหมู่บ้านภูตเอลฟ์ที่ชื่อว่า เอลฟ์เฮล์ม แล้วนั่นล่ะครับคือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยแห่งคริสต์มาส
ตอนแรกผมนึกว่าตัวเองจะเฉยๆ กับ He’s All That นะครับ เพราะตอนดูตัวอย่างก็ไม่ได้อยากดูอะไรมากมาย แต่ไปๆ มาๆ ผมกลับรู้สึกโอเคแฮะ ซึ่งก็แน่นอนว่าผมยังชอบ She’s All That มากกว่าอยู่ครับ แต่ถ้ามองในแง่หนังวัยรุ่นโรแมนติกเบาสมองสักเรื่องหนึ่งแล้ว เรื่องนี้ก็ไม่เลวนะครับ ดูได้เพลินๆ ดี
ผมชอบภาคแรกนะครับ ดูเพลินๆ สนุกดี หนังมีเพลงฮิตติดหู มีความกลมกล่อมลงตัวในแบบของมัน ในขณะที่ Space Jam: A New Legacy ภาคนี้จะว่าไปก็เหมือเป็นการเอาภาคแรกมาสร้างใหม่นั่นล่ะครับ
ใครที่ตามอ่านผมมาจะทราบดีว่าผมนั้นโปรดปรานหนังคริสต์มาสมากเพียงไหน และมักจะบอกอยู่เป็นระยะว่าหนังคริสต์มาสที่เนื้อหาดีๆ ดูแล้วสนุกและอบอุ่นนั้นหาดูได้ยากขึ้นเรื่อยๆ (จริงๆ คือไม่เจอมาหลายปีแล้ว) แต่ตอนนี้ผมเจอแล้วครับ หนังคริสต์มาสครบรสที่มีทั้งความสนุก เนื้อหาชวนให้ย้อนไปถึงสมัยเด็กๆ และที่สำคัญที่สุดคือมาพร้อม “หัวใจแห่งวันคริสต์มาส”
หนังโรแมนติกอารมณ์ดีโดยมีบรรยากาศคริสต์มาสเป็นฉากหลัง แบบที่ Netflix ขยันทำออกมาต่อเนื่องหลายปีแล้วครับ (ซึ่งก็ถือว่าเดินตามรอย Hallmark มาอีกทีหนึ่ง)
Red Notice นี่ดูได้เพลินๆ เลยครับ สนุกแบบไม่ต้องคำนึงถึงหลักการและเหตุผล ผมนี่หัวโล่งทั้งก่อนและหลังดูครับ (ก่อนดูไม่คิดมาก หลังดูไม่คิดเยอะ) ใครอยากผ่อนคลายสบายใจล่ะก็ขอแนะนำเรื่องนี้เลยครับ เพลินดีจริง
Army of Thieves นี่ผมจัดว่าชอบพอสมควรเลยครับ เป็นหนังโจรกรรมที่ทำออกมาได้คล่องคอ แม้จะไม่ถึงกับสุดยอดสุดโคตร แต่ผมว่าตัวหนังออกมาตอบโจทย์ความบันเทิงได้แบบกำลังดีครับ