เมื่อผมดูสารคดีชุดนี้จบ ผมก็รู้สึกโหวงไประยะหนึ่งครับ มันเหมือนลอยๆ มันเหมือนรู้สึกในหัวว่า “จบแล้วหรือนี่?” – ผมบรรยายแบบนี้ตอนนี้หลายท่านอาจงงว่ามันไปไงมาไง มาครับ เดี๋ยวผมบรรยายให้ละเอียดกว่านี้ดีกว่า
เมื่อผมดูสารคดีชุดนี้จบ ผมก็รู้สึกโหวงไประยะหนึ่งครับ มันเหมือนลอยๆ มันเหมือนรู้สึกในหัวว่า “จบแล้วหรือนี่?” – ผมบรรยายแบบนี้ตอนนี้หลายท่านอาจงงว่ามันไปไงมาไง มาครับ เดี๋ยวผมบรรยายให้ละเอียดกว่านี้ดีกว่า
เรื่องนี้เล็งไว้ว่าจะดูนานหลายปีมากๆ แต่ก็ไปดูเรื่องนั้นเรื่องนี้ก่อน จนกระทั่งมันขึ้นว่าจะออกจาก Netflix นี่แหละครับถึงต้องเอามาดูซะที
ได้ข่าวว่าภาคแรกฮิตเอาเรื่องจนส่งผลให้ Netflix หันมาจับตลาดหนังวันคริสต์มาสแบบเป็นล่ำเป็นสัน และแน่นอนว่าก็ต้องมีการเข็นภาคต่อของเรื่องนี้ออกมาตามระเบียบครับ
สก็อตต์ วีลเลอร์ (Jean-Claude Van Damme) สายลับมือดีจู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมากลางหัองขังแห่งหนึ่ง โดยห้องข้างๆ ก็มีชายชื่อ มาร์โก้ (Dolph Lundgren) ถูกขังไว้อยู่ ก่อนจะบอกว่าที่พวกเขาอยู่ตอนนี้คือในเรือดำน้ำ และที่นี่คือคุกมืดของซีไอเอ
หนังซอมบี้เกาหลีแบบย้อนยุคครับ ว่าด้วยการระบาดของเชื้อซอมบี้ที่เปลี่ยนคนทั้งเมืองให้กลายเป็นผีร้ายกระหายเลือด แล้วขณะเดียวกันหนังก็พ่วงผสมแนวชิงบัลลังก์เข้าไปด้วยอีกแนวหนึ่ง
ผมได้ดูสารคดีนี้ทาง TrueID น่ะนะครับ ด้วยความที่ชอบหนังเพลงอยู่แล้วเลยจัดซะ สำหรับผมการดูนี่ถือเป็นการผ่อนคลายครับ ได้เห็นฉากในหนังเพลงมากมาย ได้รู้ตำนานหรือเรื่องเล่าต่างๆ แม้มันจะไม่เด็ดหรือยอดเท่า That’s Entertainment แต่ก็ถือว่าตอบโจทย์สำหรับคนรักหนังเพลงได้ในระดับหนึ่ง
ผมเคยดูภาคนี้ไปหนึ่งรอบเมื่อตอนมันออกใหม่ๆ ตอนนั้นดูแบบไม่ได้เอาภาคแรกมาดูซ้ำก่อนดูภาคนี้ ความรู้สึกที่ได้ก็ประมาณว่าชอบภาคแรกมากกว่า และรู้สึกสนุกกับภาคนี้ไม่มากนัก
พยายามล้างสมองก่อนดูภาคนี้นะครับ แต่กระนั้นก็ยังรู้สึกว่าภาคนี้ไม่ค่อยโดนเท่าไรแฮะ
คราวนี้เบิร์ต กัมเมอร์ (Michael Gross) ต้องไปฟัดกับพวกแกรบบอยด์ที่อาร์คติกครับ โดยมีเจ้าลูกชายตัวแสบทราวิส (Jamie Kennedy) ตามไปประกบด้วย
เป็นหนังอีกเรื่องที่ผมสงสัยมานานว่าทำไมคนถึงบ่นกันเยอะจัง คะแนนตามเว็บต่างๆ ก็ไม่สวยสักเท่าไร เลยขอลองดูสักครั้งครับว่าหนังมันเป็นอย่างไรกัน